เพื่อนๆ เคยไหม...
เปิด Instagram ตอนพักเที่ยง เห็นเพื่อนกำลังเที่ยวญี่ปุ่น
เปิด TikTok ก่อนนอน เห็นคนอายุเท่าเราได้งานในฝัน
เปิด Facebook เจอคนรู้จักซื้อบ้าน ซื้อรถ เรียนต่อ หรือกำลังใช้ชีวิตเหมือนอยู่ในซีรีส์
แล้วจู่ๆ จากที่กำลังอารมณ์ดีอยู่ ก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ “ทำไมชีวิตคนอื่นดูไปไกลจัง” “เรากำลังช้ากว่าคนอื่นหรือเปล่า” “หรือจริงๆ แล้วเรากำลังพลาดอะไรบางอย่างอยู่”
ถ้าเพื่อนๆ เคยรู้สึกแบบนี้ ยินดีต้อนรับสู่โลกของ FOMO
FOMO ย่อมาจาก Fear of Missing Out หรือความกลัวว่าเรากำลังพลาดบางอย่างที่คนอื่นกำลังได้รับ มันไม่ใช่แค่กลัวตกเทรนด์ แต่รวมถึงความรู้สึกว่า คนอื่นมีชีวิตที่สนุกกว่า คนอื่นประสบความสำเร็จกว่า คนอื่นมีความสุขกว่า คนอื่นกำลังใช้ชีวิตได้ "ถูกต้องกว่า" และยิ่งเราใช้เวลาอยู่บนโซเชียลมีเดียมากเท่าไหร่ ความรู้สึกนี้ก็มักยิ่งรุนแรงขึ้น
ความจริงข้อแรกที่ต้องรู้: เพื่อนๆ กำลังเปรียบเทียบ "ชีวิตจริง" ของตัวเอง กับ "ไฮไลต์" ของคนอื่น [H3]
ลองคิดดูว่าคนเราไม่ค่อยโพสต์ตอน ร้องไห้ในห้อง ทะเลาะกับแฟน โดนปฏิเสธงาน รู้สึกไม่มั่นใจในตัวเอง หรือเครียดเรื่องเงิน แต่เรามักโพสต์ตอน ได้ไปเที่ยว ได้เลื่อนตำแหน่ง ซื้อของใหม่ ประสบความสำเร็จ กำลังมีความสุข
ดังนั้น สิ่งที่เพื่อนๆ เห็นบนหน้าจอ เป็นแค่บางส่วนของชีวิตคนคนนั้น ไม่ใช่ทั้งเรื่องราว การเอาชีวิตจริงของตัวเองไปเทียบกับช่วงเวลาที่ดีที่สุดของคนอื่น จึงไม่ใช่การแข่งขันที่ยุติธรรมตั้งแต่แรก
เพราะสมองมนุษย์ถูกออกแบบมาให้เปรียบเทียบ ในอดีต การเปรียบเทียบช่วยให้มนุษย์เรียนรู้และเอาตัวรอด แต่ปัญหาคือ เมื่อก่อนเราเปรียบเทียบกับคนในหมู่บ้าน ปัจจุบันเราเปรียบเทียบกับคนทั้งโลก เพื่อนๆ อาจตื่นมาแล้วเจอ นักธุรกิจวัย 20 ที่มีรายได้หลักล้าน อินฟลูเอนเซอร์ที่เที่ยวต่างประเทศทุกเดือน นักเรียนที่สอบได้คะแนนสูงสุด คนที่รูปร่างดีเหมือนหลุดมาจากนิตยสาร ทั้งหมดภายในเวลาไม่ถึง 10 นาที
แน่นอนว่า มันทำให้สมองเริ่มรู้สึกว่า "เรายังดีไม่พอ" ทั้งที่จริงๆ แล้ว เราแค่กำลังเห็นคนหลายพันคนพร้อมกัน
ถ้าตรงหลายข้อ ไม่ต้องตกใจนะ เพราะยังมีเพื่อนๆ อีกหลายคนที่เป็นแบบนี้ โดยเฉพาะวัยรุ่นและวัยเริ่มทำงานเลยล่ะ
บางครั้งเราไม่ได้อยากได้สิ่งนั้นจริงๆ เราแค่อยากมีมัน เพราะเห็นคนอื่นมี ตัวอย่างเช่น อยากเที่ยวต่างประเทศ อยากเรียนต่อ อยากเปลี่ยนงาน ลองถามตัวเองว่า "ถ้าไม่มีใครเห็น ฉันยังอยากได้สิ่งนี้อยู่ไหม?" คำถามนี้ช่วยแยกได้ว่าอะไรคือความต้องการของเรา และอะไรคือความต้องการที่เกิดจากแรงกดดันทางสังคม
ยิ่งเห็นมาก ยิ่งเปรียบเทียบมาก แต่เราไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกเล่นนะ แต่ลองกำหนดเวลา เช่น เช็กโซเชียลวันละ 2-3 ครั้ง ปิดแจ้งเตือนบางแอป งดเล่นก่อนนอน 1 ชั่วโมง หลายคนพบว่าความเครียดลดลงอย่างเห็นได้ชัด เมื่อหยุดเสพข้อมูลตลอดเวลา
ลองสำรวจ Following ของตัวเอง หลังจากดูคอนเทนต์ของคนนี้ เพื่อนๆ รู้สึกว่า ได้แรงบันดาลใจ หรือ รู้สึกด้อยค่า ถ้าคำตอบคือข้อสอง การ Unfollow หรือ Mute ไม่ได้แปลว่าอิจฉา แต่มันคือการดูแลสุขภาพใจของตัวเองนี่แหละ ทำแล้วสบายใจ ก็ต้องปกป้องใจตัวเองกันหน่อยนะ
FOMO ทำให้เรามองสิ่งที่ขาด แต่ความสุขมักเกิดจากการมองเห็นสิ่งที่มี ทุกคืนลองจด 3 อย่าง เช่น วันนี้ได้กินของอร่อย เพื่อนส่งข้อความมาหา อ่านหนังสือได้ 20 หน้า วิ่งได้ตามเป้าหมาย สิ่งเล็กๆ เหล่านี้ช่วยดึงความสนใจกลับมาที่ชีวิตจริง แทนที่จะจมอยู่กับชีวิตของคนอื่นได้นะ
ถามตัวเองว่า ฉันเก่งขึ้นจากปีที่แล้วไหม? ฉันเรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้นบ้าง? ฉันรับมือกับปัญหาได้ดีขึ้นหรือเปล่า? การเติบโตไม่ได้วัดจากความเร็วของคนอื่น แต่วัดจากการพัฒนาของตัวเราเองนี่แหละ เห็นภาพชัดสุด
บางคนเจองานที่ใช่ตอนอายุ 22 บางคนเจอตอน 35 บางคนมีแฟนเร็ว บางคนมีครอบครัวช้า บางคนประสบความสำเร็จตั้งแต่วัยรุ่น บางคนเพิ่งเริ่มต้นตอนอายุ 40 ชีวิตไม่ใช่การแข่งขันวิ่ง 100 เมตร มันเหมือนการเดินทางไกลมากกว่า และแต่ละคนก็เริ่มต้นจากจุดที่ต่างกัน และเส้นชัยที่วาดไว้ก็ไม่เหมือนกันด้วย
วิธีที่ดีที่สุดในการลด FOMO คือสร้างชีวิตที่เราไม่อยากหนีออกจากมัน ลองใช้เวลากับ งานอดิเรก การออกกำลังกาย การอ่านหนังสือ ครอบครัว เพื่อน การเรียนรู้สิ่งใหม่ เมื่อชีวิตจริงเริ่มสนุกขึ้น เสียงรบกวนจากโลกออนไลน์จะค่อยๆ เบาลงเอง
สุดท้ายแล้ว ชีวิตไม่ใช่การแข่งขันว่าใครจะไปถึงเส้นชัยก่อนกัน แต่เป็นการเดินทางที่แต่ละคนมีจังหวะของตัวเอง บางคนอาจกำลังวิ่ง บางคนกำลังเดิน บางคนอาจกำลังพักเหนื่อยอยู่ด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นถ้าวันนี้เพื่อนๆ เผลอมองชีวิตคนอื่นแล้วรู้สึกว่าตัวเองยังไปไม่ถึงไหน อย่าเพิ่งรีบตัดสินตัวเองนะ ลองหันกลับมามองสิ่งที่ตัวเองผ่านมาบ้าง เพื่อนๆ อาจเดินมาไกลกว่าที่คิดแล้วก็ได้ ค่อยๆ เติบโตในแบบของตัวเองไปทีละนิด ไม่ต้องเก่งที่สุด ไม่ต้องเร็วกว่าใคร แค่ยังไม่หยุดเดินก็ถือว่าเก่งมากแล้ว :)
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน