เพื่อนๆ เคยมั้ย ? ตื่นเช้ามา เรียน กลับบ้าน เล่นโทรศัพท์ กินข้าว อาบน้ำ แล้วก็นอน วนแบบเดิมไปเรื่อย ๆ จนบางทีจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเมื่อวานทำอะไรไปบ้าง
จริง ๆ แล้ววันธรรมดาไม่ได้จำเป็นต้องมีอะไรพิเศษเสมอไปถึงจะน่าสนใจ เพราะบางครั้งสิ่งที่ทำให้เรารู้สึกว่า “วันนี้ก็เหมือนทุกวัน” อาจเป็นเพราะเราใช้ชีวิตอยู่ใน Routine เดิมมากเกินไป จนสมองแทบไม่ต้องลุ้นอะไรแล้วว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้น ลองคิดง่าย ๆ ว่า ถ้าเรากลับบ้านทางเดิมทุกวัน แวะร้านเดิม นั่งที่เดิม เปิดเพลงเดิม และใช้เวลาว่างไปกับการไถหน้าจอเหมือนเดิมทุกครั้ง แค่คิดก็รู้สึกไม่ค่อยอยากตื่นไปใช้ชีวิตแล้วใช่มั้ยล่า
ถ้าเพื่อนๆ อยากลองเปล่ี่ยนลูปเดิมๆ ให้สดชื่นขึ้น มาเริ่มกับ B2S CLUB วันนี้กัน! แต่เราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่เพื่อทำให้แต่ละวันมีอะไรน่าจดจำหรอกนะ แค่ลองเติม “Random Things” เล็ก ๆ เข้าไปในชีวิตบ้าง เปลี่ยนอะไรนิดเดียว ลองอะไรที่ไม่เคยทำ หรือเปิดโอกาสให้ตัวเองเจอสิ่งที่ไม่ได้อยู่ในแผนบ้าง บางทีวันธรรมดาที่น่าเบื่อ อาจกลายเป็นวันที่เราจำได้มากที่สุดก็ได้
ถ้าปกติกลับบ้านด้วยเส้นทางเดิมทุกวัน ลองเปลี่ยนทางดูบ้าง แม้จะเป็นแค่หนึ่งวันต่อสัปดาห์ก็ตาม ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนจนตัวเองหลงทาง แค่ลองลงรถก่อนหนึ่งสถานี เดินอีกซอยหนึ่ง หรือเลือกถนนอีกเส้นที่ปกติไม่เคยใช้ก็ได้ ระหว่างทางอาจเจอร้านขนมที่ไม่เคยสังเกต คาเฟ่เล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ริมถนน ร้านหนังสือมือสอง หรือสวนสาธารณะที่เดินผ่านมาตลอดแต่ไม่เคยเข้าไปดู
สิ่งที่น่าสนใจคือ เราอาจไม่ได้เจออะไร “พิเศษ” เลยก็ได้ แต่แค่การได้เห็นสถานที่เดิมในมุมใหม่ก็ทำให้รู้สึกว่าวันนี้ต่างจากเมื่อวานแล้ว ลองเปิดเพลงที่ชอบแล้วเดินกลับบ้านอีกทางดูสักครั้ง ไม่ต้องรีบ ไม่ต้องมีเป้าหมายอะไร แค่ลองสังเกตว่าระหว่างทางมีอะไรที่เราไม่เคยเห็นบ้าง บางทีการเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้าน อาจไม่ได้พาเราไปเจอที่ใหม่ แต่พาเราไปเจอ “ความรู้สึกใหม่ ๆ” กับเส้นทางที่คุ้นเคยก็ได้
ระหว่างทางกลับบ้านหรือระหว่างเดินเล่น ลองเลือกสักร้านที่เราเดินผ่านอยู่บ่อย ๆ แล้วเข้าไปดูเฉย ๆ อาจเป็นร้านเครื่องเขียน ร้านหนังสือ ร้านขายของจุกจิก ร้านขนม หรือร้านเสื้อผ้ามือสอง ไม่จำเป็นต้องซื้ออะไรด้วยซ้ำ แค่ลองเดินดูว่าข้างในมีอะไร
สำหรับวัยรุ่นที่ใช้ชีวิตอยู่ในเส้นทางเดิม ๆ การได้สำรวจร้านใหม่สักร้านสามารถทำให้รู้สึกเหมือนได้ออกไปเที่ยวแบบ Mini Adventure โดยไม่ต้องเดินทางไกล และบางครั้งของที่เราเจออาจกลายเป็นสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำให้วันนั้นดีขึ้น เช่น ปากกาดี ๆ สักด้าม สติ๊กเกอร์น่ารัก ๆ หนังสือที่น่าสนใจ หรือขนมรสที่ไม่เคยลอง
ถ้ามีร้านประจำที่กินบ่อยจนสั่งเมนูเดิมได้โดยไม่ต้องเปิดเมนู ลองเปลี่ยนดูสิ! ถ้าปกติสั่งชานม ลองชาใส ถ้าปกติสั่งโกโก้ ลองเมนูผลไม้ ถ้าปกติกินข้าวเมนูเดิม ลองให้คุณป้าที่ร้านเลือกให้ หรือถ้าไม่อยากเสี่ยงมาก ลองเปลี่ยนแค่ Topping ก็ได้
แน่นอนว่าอาจมีทั้งครั้งที่เจอของอร่อยและครั้งที่คิดว่า “เอากลับไปกินเมนูเดิมเถอะ” แต่ความสนุกอยู่ตรงนั้น เพราะอย่างน้อยเราก็ได้รู้ว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบอะไรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งอย่าง บางที เราอาจได้จานโปรดจานใหม่ก็ได้นะ!
ถ้า Playlist ของเรามีแต่เพลงแนวเดิม ๆ ลองสุ่มเพลงที่ปกติไม่กดฟังดูสักครั้ง อาจลองเปิดเพลงจากประเทศที่ไม่เคยฟัง เพลงเก่า ๆ ที่พ่อแม่เคยฟัง เพลง Jazz เพลง Classical เพลง Rock หรือเพลงจากศิลปินที่ไม่รู้จักเลยก็ได้
ไม่จำเป็นต้องชอบทุกเพลง และไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรสนิยมตัวเอง แค่ลองเปิดพื้นที่ให้ตัวเองเจออะไรใหม่ ๆ เพลงหนึ่งเพลงอาจกลายเป็นเพลงโปรดแบบไม่ทันตั้งตัวเลยนะ และต่อไป ถ้าได้ยินเพลงนี้เมื่อไหร่ อาจทำให้เราได้หวนนึกถึงช่วงลองทำอะไรสนุกๆ แบบตอนนี้ เพราะเพลงมีความสามารถแปลก ๆ ในการเก็บความทรงจำของเราเอาไว้นั่นไงล่ะ (เหมือนที่เพื่อนๆ ชอบเก็บใครสักคนไว้ในเพลงนั่นแหละ ><)
ลองสมัคร Workshop, ชมรม, คลาสเต้น, วิ่ง, วาดรูป, ถ่ายรูป, ทำอาหาร หรือกิจกรรมอะไรก็ตามที่เคยคิดว่า “เราไม่น่าจะทำได้หรอก” หรือ “เราไม่น่าจะชอบหรอก” อย่าเพิ่งตัดสินตัวเองก่อนลอง
บางอย่างเราอาจไม่ได้เก่งตั้งแต่ครั้งแรก แต่พอลองไปเรื่อย ๆ กลับกลายเป็นสิ่งที่เราชอบมากกว่าที่คิด และบางทีสิ่งที่เราเริ่มต้นเป็นแค่งานอดิเรก อาจกลายเป็นทักษะใหม่ Portfolio ใหม่ หรือแม้แต่อาจเป็นเส้นทางใหม่ที่เราอยากเดินต่อในอนาคตก็ได้นะ
ไม่ต้องเป็นกิจกรรมใหญ่ แค่ลองส่งข้อความหาเพื่อนว่า “วันนี้ไปเดินเล่นกันไหม?” หรือ “ลองไปร้านนี้กันปะ?” อาจชวนกันไปกินของที่ไม่เคยกิน เดินสำรวจย่านที่ไม่คุ้น ไปดูนิทรรศการ ไปถ่ายรูปเล่น หรือแม้แต่ซื้อขนมคนละอย่างแล้วเอามาแลกกันชิม สิ่งที่ทำให้ความทรงจำในช่วงวัยรุ่นน่าสนใจ บางครั้งไม่ใช่สถานที่ แต่คือคนที่เราอยู่ด้วย
อีกหลายปีข้างหน้า เราอาจจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าวันนั้นกินอะไร แต่ยังจำได้ว่าเคยเดินหลงกับเพื่อนตรงไหน หรือเคยนั่งหัวเราะกันเรื่องอะไรจนกลับบ้านช้า
สำหรับคนที่วางตารางทุกอย่างไว้ล่วงหน้า ลองเว้นหนึ่งวันให้ตัวเองไม่มี Plan ตื่นมาแล้วค่อยตัดสินใจว่าจะไปไหนเดินออกจากบ้านแล้วค่อยเลือกว่าจะเลี้ยวซ้ายหรือขวา เห็นร้านไหนน่าสนใจก็เข้า อยากนั่งตรงไหนก็นั่ง อยากกลับบ้านก็ค่อยกลับ
แน่นอนว่าไม่ต้องทำแบบนี้ในวันที่มีงานหรือมีธุระสำคัญ และควรเลือกสถานที่ที่ปลอดภัย แต่ในวันที่ว่าง ลองให้ตัวเองมีพื้นที่สำหรับความไม่แน่นอนบ้าง แล้วเพื่อนๆ อาจได้ค้นพบเรื่องสนุกน่าตื่นเต้นไว้เก็บเป็นความทรงจำเพิ่มอีกก็ได้
ถ้าปกติอ่านหนังสือที่ห้อง ลองเปลี่ยนไปห้องสมุด คาเฟ่ หรือพื้นที่อ่านหนังสือสักวันหนึ่ง ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกวัน เพราะบางคนอาจมีสมาธิที่สุดตอนอยู่ในห้องตัวเอง แต่การเปลี่ยนบรรยากาศเป็นครั้งคราวช่วยให้ Routine ที่จำเจรู้สึกแตกต่างออกไป
ลองเลือกสถานที่ที่เดินทางไม่ไกล เปิดเพลงเบา ๆ หรือพกหนังสือไปหนึ่งเล่ม แล้วให้ตัวเองมีเวลานั่งอยู่ตรงนั้นสักหนึ่งถึงสองชั่วโมง บางครั้งเราไม่ได้ต้องการแรงฮึดในการอ่านหนังสือมากขึ้น แต่อาจแค่ต้องการเปลี่ยนฉากหลังของชีวิตประจำวันเท่านั้นเอง และถ้าเป็นช่วงสอบ ลองทำให้มันเป็นกิจกรรมเล็ก ๆ เช่น “วันนี้อ่านบทนี้ให้จบที่คาเฟ่นี้” แล้วค่อยกลับบ้าน ก็จะช่วยให้การอ่านหนังสือรู้สึกเหมือนมี Mission เล็ก ๆ มากกว่าการนั่งอ่านอยู่ในห้องแบบเดิมทุกวัน
ไม่ต้องเป็นคนถ่ายรูปเก่ง และไม่ต้องมีกล้องดี ๆ แค่ใช้โทรศัพท์ที่มีอยู่ก็พอ ลองตั้งโจทย์ให้ตัวเองว่า วันนี้จะถ่ายรูปอะไรก็ได้ 3 อย่างที่ทำให้เราสนใจ อาจเป็นเงาของต้นไม้บนพื้น ป้ายร้านตลก ๆ แมวที่นอนอยู่หน้าร้าน สีท้องฟ้าตอนเย็น หรือแก้วน้ำที่วางอยู่บนโต๊ะเรียน
กิจกรรมนี้น่าสนใจตรงที่มันทำให้เราเริ่ม “มอง” สิ่งรอบตัวมากขึ้น จากที่เคยเดินผ่านถนนเส้นเดิมโดยไม่สนใจอะไร เราอาจเริ่มสังเกตว่าต้นไม้ข้างทางกำลังออกดอก หรือวันนี้ท้องฟ้าสวยกว่าปกติ หรือร้านข้างโรงเรียนเปลี่ยนป้ายใหม่แล้ว โลกไม่ได้เปลี่ยนไปมากมายหรอก แต่สายตาของเราเปลี่ยนไปต่างหาก
ลองทำต่อเนื่องหนึ่งสัปดาห์ แล้วกลับมาดูรูปทั้งหมดพร้อมกัน อาจกลายเป็นไดอารี่เล็ก ๆ ของสัปดาห์ธรรมดาที่เราเคยคิดว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยก็ได้
ถ้ามีสวนสาธารณะที่เคยไปตอนเย็น ลองไปตอนเช้า ถ้ามีร้านที่เคยนั่งช่วงบ่าย ลองไปช่วงค่ำ หรือถ้ามีสถานที่ที่เคยไปกับเพื่อน ลองกลับไปคนเดียว สถานที่เดิมอาจให้ความรู้สึกไม่เหมือนเดิมเลยเมื่อเปลี่ยนเวลาและบรรยากาศ สวนตอนเย็นอาจเต็มไปด้วยคนออกกำลังกาย แต่ตอนเช้าอาจเงียบและมีแสงสวย ๆ ร้านกาแฟที่เคยวุ่นวายช่วงบ่ายอาจกลายเป็นพื้นที่สงบในตอนเช้า ไม่ต้องหาสถานที่ใหม่ๆ ก็ได้ ถ้ามี Comfort Zone เป็นที่ที่สบายใจ แค่ลองมองสถานที่เดิมในเวลาใหม่ ก็อาจให้ความรู้สึกและประสบการณ์ใหม่ที่ต่างออกไปได้นะ
เราอาจเผลอคิดว่าการมีวันที่ดีต้องมีอะไรพิเศษ ต้องได้ไปเที่ยว ต้องเจอคนที่ชอบ ต้องมีเรื่องน่าตื่นเต้น หรือมีอะไรให้โพสต์ลง Social Media
แต่จริง ๆ แล้ววันธรรมดาก็มีพื้นที่ให้เราเก็บความทรงจำเล็ก ๆ ได้เหมือนกัน ลองเปลี่ยนเส้นทางกลับบ้าน ลองร้านใหม่ ลองเพลงใหม่ เดินเล่นโดยไม่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทุกสองนาที หรือชวนเพื่อนไปซื้อขนมแบบไม่มีแพลน สิ่งเหล่านี้อาจดูเล็กมากจนไม่นับว่าเป็น “กิจกรรม” ด้วยซ้ำ แต่เมื่อทำไปเรื่อย ๆ เพื่อนๆ อาจพบว่าชีวิตไม่ได้มีแค่วันที่น่าตื่นเต้นกับวันที่น่าเบื่อ มันมีวันที่ธรรมดา ๆ ที่เราเลือกเติมอะไรบางอย่างลงไปเองได้ด้วย
ดังนั้น ถ้าวันนี้รู้สึกว่า “ชีวิตช่วงนี้เหมือนเดิมไปหมด” ไม่จำเป็นต้องรอวันหยุดยาวหรือทริปใหญ่ครั้งหน้า ลองเริ่มจากสิ่งเล็กที่สุดก่อนก็ได้เช่น พรุ่งนี้ลองกลับบ้านทางใหม่กันดูนะ
ไม่แน่ว่าเส้นทางใหม่เส้นนั้น อาจพาเราไปเจอร้านโปรดแห่งใหม่ เพลงโปรดเพลงใหม่ หรือเรื่องราวเล็ก ๆ ที่ทำให้วันธรรมดาของเราน่าจำขึ้นมาอีกนิดได้เลยล่ะ
ถ้ายังนึกอะไรไม่ออก มาลอกกิจกรรมของบทความนี้ได้นะ! คลิก แนะนำ Activity ปิดเทอมไม่ปิดใจ ปล่อยจอยยังไงให้มีคุณภาพ
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน