B2S club logo
  • กิจกรรม
    • ตารางกิจกรรม
    • เกมเปิดการ์ด
    • Book Lover
    • กิจกรรมโปเกมอน
  • เรื่องน่ารู้
    • รวมเรื่องน่ารู้
    • บทความ
    • คลิป
    • พอดแคสต์
  • รีวิวหนังสือ
    • LINE UP หนังสือใหม่
  • แบ่งปันเรื่องราวดีๆ
  • ช้อปออนไลน์
    • ข้อเสนอและโปรโมชั่น
    • แคตตาล็อก
    • หนังสือใหม่
    • หนังสือขายดี
    • B2S Online Shopping
  • เกี่ยวกับเรา
    • ติดต่อเรา
    • FAQ
    • นโยบายคุกกี้
    • นโยบายความเป็นส่วนตัว
    • ข้อตกลงและเงื่อนไข
    • ยกเลิกการการรับข่าวสาร
    • ยกเลิกการเป็นสมาชิก
เข้าสู่ระบบ / สร้างบัญชี
EN
    • หน้าหลัก
    • กิจกรรม
    • รีวิวหนังสือ
    • แบ่งปันเรื่องราวดีๆ
      เรื่องน่ารู้
    • รวมเรื่องน่ารู้
    • บทความ
    • คลิป
    • พอดแคสต์
      ช้อปออนไลน์
    • ข้อเสนอและโปรโมชั่น
    • แคตตาล็อก
    • หนังสือใหม่
    • หนังสือขายดี
    • B2S Online Shopping
      เกี่ยวกับเรา
    • ติดต่อเรา
    • FAQ
    • นโยบายคุกกี้
    • นโยบายความเป็นส่วนตัว
    • ข้อตกลงและเงื่อนไข
    • ยกเลิกการการรับข่าวสาร
    • ยกเลิกการเป็นสมาชิก
  • หน้าหลัก
  • กิจกรรม
    • ตารางกิจกรรม
    • เกมเปิดการ์ด
    • Book Lover
    • กิจกรรมโปเกมอน
  • เรื่องน่ารู้
    • รวมเรื่องน่ารู้
    • บทความ
    • คลิป
    • พอดแคสต์
  • รีวิวหนังสือ
    • รีวิวหนังสือ
    • LINE UP หนังสือใหม่
  • แบ่งปันเรื่องราวดีๆ
  • ช้อปออนไลน์
    • ข้อเสนอและโปรโมชั่น
    • แคตตาล็อก
    • หนังสือใหม่
    • หนังสือขายดี
    • B2S Online Shopping
  • เกี่ยวกับเรา
    • ติดต่อเรา
    • FAQ
    • นโยบายคุกกี้
    • นโยบายความเป็นส่วนตัว
    • ข้อตกลงและเงื่อนไข
    • ยกเลิกการการรับข่าวสาร
    • ยกเลิกการเป็นสมาชิก
EN
หน้าแรก • เรื่องน่ารู้ • บทความ •

ลูกเล่น TikTok ทั้งวัน พ่อแม่ควรทำยังไง โดยไม่ต้องยึดมือถือ

ลูกเล่น TikTok ทั้งวัน พ่อแม่ควรทำยังไง โดยไม่ต้องยึดมือถือ

29 ก.ย. 69
5
45
   B2S CLUB
ลูกเล่น TikTok ทั้งวัน พ่อแม่ควรทำยังไง โดยไม่ต้องยึดมือถือ

“เล่น TikTok อีกแล้วเหรอ?”

“วางมือถือก่อนได้ไหม?”

“นี่เล่นมาตั้งแต่เมื่อไหร่แล้ว?”

ถ้าประโยคเหล่านี้กลายเป็นบทสนทนาประจำบ้าน เมื่อเห็นลูกหยิบมือถือขึ้นมาเปิด TikTok ไม่ต้องแปลกใจ เพราะสำหรับเด็กและวัยรุ่นในวันนี้ โลกออนไลน์ไม่ได้เป็นแค่พื้นที่สำหรับความบันเทิงอีกต่อไป แต่เป็นทั้งพื้นที่ดูคอนเทนต์ ฟังเพลง ตามเทรนด์ คุยกับเพื่อน หาไอเดีย ไปจนถึงค้นหาสิ่งที่ตัวเองสนใจ

ปัญหาจึงอาจไม่ได้อยู่ที่ “ลูกเล่น TikTok” แต่อยู่ที่ว่า TikTok 

กำลังกลายเป็นสิ่งที่กินเวลาของลูกมากเกินไปหรือเปล่า ? 

เพราะยิ่งห้าม บางครั้งก็ยิ่งเกิดแรงต้าน ยิ่งยึดมือถือก็อาจยิ่งกลายเป็นการทะเลาะกันมากกว่าเป็นการแก้ปัญหา แล้วพ่อแม่ควรทำอย่างไรดีล่ะ ? คำตอบอาจไม่ใช่การพยายามทำให้ลูก “เลิกเล่น” แต่เป็นการช่วยให้ลูกค่อย ๆ เรียนรู้ว่า จะใช้มือถืออย่างไร โดยที่มือถือไม่กลายเป็นคนกำหนดชีวิตประจำวันของตัวเอง

ก่อนจะห้าม ลองเข้าใจก่อนว่า “ทำไมลูกถึงเล่นทั้งวัน” 

ลองนึกภาพว่าหลังเลิกเรียน ลูกกลับถึงบ้าน วางกระเป๋า เปิด TikTok ดูคลิปหนึ่งคลิป แล้วก็อีกคลิปหนึ่ง จนรู้ตัวอีกทีก็ผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ถ้ามองจากมุมพ่อแม่ อาจรู้สึกว่า “เล่นมือถือไม่ยอมหยุด”

แต่ถ้ามองจากมุมของลูก การเปิด TikTok อาจเป็นช่วงเวลาที่เขาใช้พักจากการเรียน ใช้คุยกับเพื่อน ใช้ตามเรื่องที่ตัวเองสนใจ หรือบางครั้งก็แค่เปิดเพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี ดังนั้น ก่อนจะเริ่มต้นด้วยการห้าม ลองเริ่มจากคำถามง่าย ๆ ว่า “ช่วงนี้ใน TikTok ดูอะไรอยู่หรอลูก ?” แทนที่จะถามว่า “เล่นอีกแล้วเหรอ?”

ความแตกต่างของสองคำถามนี้อาจดูเล็ก แต่ทำให้บทสนทนาเปลี่ยนไปมาก คำถามแรกเปิดโอกาสให้ลูกเล่าโลกของเขาให้ฟัง ขณะที่คำถามหลังอาจทำให้เขารู้สึกว่าพ่อแม่กำลังจับผิด และเมื่อพ่อแม่รู้ว่าลูกกำลังดูอะไร ก็อาจได้เห็นว่า TikTok สำหรับลูกไม่ได้มีแค่คลิปเต้นหรือคลิปตลก แต่อาจมีทั้งคลิปสอนภาษา เพลง กีฬา ศิลปะ การทำอาหาร เกม แฟชั่น หนังสือ หรือเรื่องที่ลูกกำลังสนใจ เมื่อเข้าใจเหตุผลที่ใช้ได้แล้ว การคุยเรื่องใช้มากเกินไปหรือไม่ ก็จะง่ายขึ้น

อย่าเริ่มจากการยึดมือถือ ลองเริ่มจากการตั้ง “ขอบเขต” ด้วยกัน 

การบอกว่า “ตั้งแต่วันนี้ห้ามเล่น TikTok” อาจทำให้เด็กได้ยินเพียงคำว่า “ห้าม” แต่ถ้าลองเปลี่ยนเป็นการคุยกันว่า “เราจะจัดเวลามือถือกันยังไงดี?” เด็กจะมีโอกาสรู้สึกว่าเขาได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ

พ่อแม่อาจลองชวนลูกดูตารางชีวิตจริง ๆ ด้วยกัน เวลาไหนต้องเรียน เวลาไหนทำการบ้าน เวลาไหนกินข้าว เวลาไหนนอน และเวลาไหนที่สามารถใช้มือถือได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องรู้สึกผิด บางบ้านอาจตกลงกันว่า ระหว่างกินข้าวจะไม่ใช้มือถือ หรือก่อนนอนจะมีช่วงเวลาที่ทุกคนวางโทรศัพท์ไว้ด้วยกัน สิ่งสำคัญคือ กติกาควรชัดและสม่ำเสมอ และถ้าเป็นไปได้ควรใช้กับทุกคนในบ้าน เพราะคงเป็นเรื่องยากสำหรับลูกที่จะเข้าใจว่า “ห้ามเล่นมือถือระหว่างกินข้าว” ถ้าพ่อแม่เองกำลังตอบแชตระหว่างมื้ออาหารอยู่ตลอดเวลา การเป็นตัวอย่างจึงอาจได้ผลมากกว่าการพูดซ้ำ ๆ ว่า “วางมือถือ”

เปลี่ยนจาก “ห้ามเล่น” เป็น “มีอย่างอื่นให้ทำ” 

บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่ TikTok อย่างเดียว แต่อาจเป็นเพราะ TikTok เป็นกิจกรรมที่เข้าถึงง่ายที่สุด เหนื่อยก็เปิด TikTok เบื่อก็เปิด TikTok รอเพื่อนก็เปิด TikTok กินข้าวก็เปิด TikTok ก่อนนอนก็เปิด TikTok

ถ้าอยากให้ลูกใช้มือถือให้น้อยลง การพูดว่า “อย่าเล่น” อย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ เพราะทันทีที่วางมือถือ ลูกก็อาจไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อ ลองสร้าง “ทางเลือกอื่น” ให้เกิดขึ้นในชีวิตประจำวันแทน ไม่จำเป็นต้องเป็นกิจกรรมยิ่งใหญ่ แค่ชวนไปซื้อของใกล้บ้าน เดินเล่นด้วยกัน ทำอาหารง่าย ๆ เล่นบอร์ดเกม ปลูกต้นไม้ ออกไปวิ่ง ไปคาเฟ่ เข้าร้านหนังสือ ดูหนังด้วยกัน หรือแม้แต่ชวนลูกให้ช่วยเลือกเมนูมื้อเย็น กิจกรรมที่ดูธรรมดาสำหรับผู้ใหญ่ กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่เด็กได้พักจากหน้าจอโดยไม่รู้สึกว่ากำลังถูก “ลงโทษ” ได้เลยนะ

เพราะเป้าหมายไม่ใช่การทำให้ลูกไม่มีมือถืออยู่ในมือ แต่คือการทำให้ชีวิตนอกจอ มีอะไรให้เขาอยากกลับไปใช้เวลาอยู่กับมันด้วยยังไงล่ะ

ลองมี “เวลาปลอดหน้าจอ” ที่ทุกคนทำด้วยกัน 

แทนที่จะประกาศว่าลูกต้องวางมือถือคนเดียว ลองเปลี่ยนเป็นกิจกรรมของทั้งครอบครัว เช่น “มื้อเย็นนี้วางมือถือกันทุกคน” หรือ “หนึ่งชั่วโมงก่อนนอน ลองพักหน้าจอพร้อมกัน” ฟังดูง่าย แต่สิ่งที่สำคัญคือเด็กจะไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังถูกแยกออกมาเป็น “คนที่เล่นมือถือเยอะที่สุดในบ้าน” และไม่จำเป็นต้องทำให้ช่วงเวลานี้เป็นกิจกรรมที่เคร่งครัดจนเกินไป อาจเป็นช่วงที่ทุกคนกินข้าวและคุยกัน เปิดเพลง ทำอาหารด้วยกัน หรือออกไปเดินเล่นหน้าบ้าน เมื่อการไม่มีมือถือไม่ได้หมายถึง “โดนห้าม” แต่หมายถึง “เรากำลังทำอย่างอื่นด้วยกัน” ทำให้เด็กก็มีโอกาสต่อต้านน้อยลง

ใช้ TikTok ให้เป็น “สะพาน” แทนที่จะทำให้เป็นศัตรู 

อีกวิธีที่น่าสนใจคือ อย่าพยายามตัด TikTok ออกจากชีวิตลูกทั้งหมด แต่ลองเข้าไปทำความรู้จักโลกนั้นกับเขา ถามว่าช่วงนี้มีเทรนด์อะไร เพลงไหนกำลังฮิต Tiktoker คนไหนที่ลูกชอบบ หรือมีคลิปอะไรที่ทำให้ขำจนต้องส่งให้เพื่อน พ่อแม่อาจลองให้ลูกเป็นคนสอนด้วยซ้ำ “อันนี้เขาเล่นกันยังไง?” “ทำไมคลิปนี้ถึงดัง?” “ทำไมคนถึงชอบเพลงนี้?” การให้ลูกได้เป็น “คนรู้” บ้าง อาจทำให้บทบาทของพ่อแม่เปลี่ยนจากคนที่คอยห้าม มาเป็นคนที่กำลังพยายามเข้าใจโลกของเขา

และเมื่อมีความไว้ใจกันมากขึ้น การพูดเรื่องเวลาใช้มือถือ ความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ หรือคอนเทนต์ที่ไม่เหมาะสม ก็อาจเป็นบทสนทนาที่เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าเดิมด้วย

ลองใช้เทคนิค “เดี๋ยวค่อยดู” แทน “ห้ามดู” 

ถ้าลูกกำลังจะเปิด TikTok ตอนที่ควรไปทำอย่างอื่น ลองไม่ใช้คำสั่งว่า “ห้ามเล่น!” แต่อาจถามว่า “ทำอันนี้ให้เสร็จก่อน แล้วค่อยดูดีไหม?” เช่น ทำการบ้าน 30 นาที แล้วพักดูคลิป เก็บห้องเสร็จแล้วค่อยเล่น อาบน้ำและเตรียมของสำหรับวันพรุ่งนี้เสร็จแล้วค่อยเปิดมือถือ วิธีนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกกิจกรรมต้องแลกกับเวลา TikTok แต่เป็นการช่วยให้เด็กเรียนรู้ว่า ความอยากดูตอนนี้ ไม่จำเป็นต้องแปลว่าเราต้องดูตอนนี้ทันที

นี่เป็นทักษะการฝึกความอดทนที่สามารถนำไปใช้กับเรื่องอื่นในชีวิตได้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเกม ซีรีส์ ขนม หรือกิจกรรมอื่น ๆ ที่เราอยากทำในทันที 

ตั้งมือถือให้ช่วยเรา แทนที่จะต้องต่อสู้กับมันตลอดเวลา 

เทคโนโลยีที่เด็กใช้ก็สามารถช่วยจัดการพฤติกรรมการใช้งานได้เช่นกัน พ่อแม่อาจชวนลูกสำรวจฟีเจอร์อย่าง Screen Time, Digital Wellbeing, การแจ้งเตือน หรือการตั้งเวลาพักหน้าจอที่มีอยู่ในอุปกรณ์และแอปต่าง ๆ แต่จุดสำคัญคือ ให้ลูกมีส่วนร่วมในการตั้งค่า แทนที่จะเป็นพ่อแม่แอบเข้าไปตั้งทุกอย่างให้ อาจชวนกันดูว่า “ช่วงนี้เราใช้มือถือไปกี่ชั่วโมงแล้ว?” “มีแอปไหนที่ใช้เยอะที่สุด?” “คิดว่าเวลาแบบนี้โอเคไหม หรืออยากลองลดลงนิดหนึ่ง?”

การเห็นตัวเลขการใช้งานจริง อาจทำให้เด็กเข้าใจพฤติกรรมของตัวเองมากกว่าการถูกบอกว่า “เล่นเยอะเกินไป” และหากจะตั้งข้อจำกัดต่าง ๆ ก็ควรคุยกันล่วงหน้าให้ชัดเจนว่า ตั้งเพื่ออะไร ใช้ในช่วงไหน และจะทบทวนกติกากันเมื่อไหร่

อย่าทำให้การวางมือถือกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อ 

ถ้าทุกครั้งที่วางมือถือคือ “ไปอ่านหนังสือ” “ไปทำการบ้าน” “ไปช่วยแม่ทำงานบ้าน” ก็ไม่แปลกที่เด็กจะรู้สึกว่าโลกออนไลน์สนุกกว่าโลกจริง ลองเพิ่มกิจกรรมที่ลูกเลือกเองบ้าง เช่น ถามลูกว่าวันนี้อยากไปไหน? อยากกินอะไร? อยากดูหนังเรื่องไหน? อยากลองทำอาหารเมนูอะไร? อยากออกไปถ่ายรูปไหม?

หรือถ้าลูกเป็นคนชอบ TikTok มาก ลองเปลี่ยนบทบาทจากผู้ชมเป็นผู้สร้างก็ได้ เช่น ถ่ายคลิปทำอาหาร ถ่ายวิดีโอท่องเที่ยว ทำ Stop Motion หรือทำคอนเทนต์เกี่ยวกับงานอดิเรกของตัวเอง โดยมีการพูดคุยเรื่องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ควบคู่ไปด้วย

เพราะบางครั้งการใช้หน้าจออย่างสร้างสรรค์ ก็อาจดีกว่าการไถฟีดไปทั้งวันแบบไม่มีจุดหมาย

สิ่งที่ไม่ควรลืม: อย่าทำให้ TikTok กลายเป็น “สนามรบ” 

เมื่อเรื่องมือถือกลายเป็นสาเหตุของการทะเลาะกันทุกวัน เด็กอาจเริ่มซ่อนการใช้งาน ลบประวัติ ปิดบัง หรือรู้สึกว่าพ่อแม่ไม่เข้าใจตัวเอง ในทางกลับกัน พ่อแม่เองก็อาจรู้สึกว่า “พูดกี่ครั้งก็ไม่ฟัง” ตรงนี้อาจต้องถอยออกมาหนึ่งก้าว แล้วมองว่าเป้าหมายของเราคืออะไร ถ้าเป้าหมายคืออยากให้ลูกใช้มือถืออย่างสมดุล การชนะการทะเลาะกันเรื่องมือถืออาจไม่ใช่คำตอบ สิ่งที่สำคัญกว่าอาจเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ทำให้ลูกกล้าคุยกับเราเมื่อเจอปัญหาบนโลกออนไลน์ เช่น ถูกเพื่อนแซว ถูกกดดันให้ทำบางอย่าง เจอคอนเทนต์ที่ทำให้ไม่สบายใจ หรือเจอคนแปลกหน้าที่เข้ามาพูดคุย เพราะในวันที่เกิดเรื่องจริง ๆ สิ่งที่พ่อแม่อยากให้ลูกทำมากที่สุดอาจไม่ใช่ “รีบวางมือถือ” แต่คือ “มาบอกพ่อแม่ได้”

แล้วเมื่อไหร่ที่ควรเข้าไปช่วยจริงจัง? 

การเล่น TikTok มากไม่ได้แปลว่ามีปัญหาเสมอไป สิ่งที่ควรสังเกตมากกว่าจำนวนชั่วโมงเพียงอย่างเดียว คือมันเริ่มส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันหรือไม่ เช่น ลูกนอนดึกเป็นประจำจนพักผ่อนไม่พอ ไม่สามารถทำการบ้านหรือรับผิดชอบสิ่งที่ต้องทำได้ตามปกติ ไม่สนใจกิจกรรมที่เคยชอบ มีปัญหากับคนรอบตัวจากการใช้มือถือ หรือรู้สึกควบคุมการใช้งานของตัวเองไม่ได้ หากพฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้นต่อเนื่องและส่งผลต่อชีวิตอย่างชัดเจน การพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตหรือบุคลากรทางการแพทย์อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เหมาะสม เพราะบางครั้งการใช้มือถือมากอาจเป็นเพียง “สิ่งที่เราเห็น” แต่เบื้องหลังอาจมีเรื่องอื่นที่เด็กกำลังเผชิญอยู่

สุดท้ายแล้ว เป้าหมายไม่ใช่ “เด็กที่ไม่เล่นมือถือ” 

โลกของเด็กในวันนี้คงไม่สามารถแยกออกจากโลกออนไลน์ได้ทั้งหมด และการเติบโตมาโดยไม่มีมือถือเลยอาจไม่ใช่เป้าหมายที่เป็นไปได้สำหรับหลายครอบครัว สิ่งที่น่าจะสำคัญกว่าคือการช่วยให้เด็กค่อย ๆ เรียนรู้ว่า เมื่อไหร่ควรเล่น เมื่อไหร่ควรวาง อะไรควรดู อะไรควรเลื่อนผ่าน และที่สำคัญที่สุดคือ เราสามารถบริหารได้ว่าจะใช้เวลาในแต่ละวันอย่างไร เพราะวันหนึ่งพ่อแม่อาจไม่ได้อยู่ข้าง ๆ เพื่อบอกว่า “พอได้แล้ว วางมือถือ” แต่ถ้าเด็กเคยเรียนรู้ที่จะสังเกตตัวเอง เคยรู้จักการตั้งขอบเขต และเคยสัมผัสว่าชีวิตนอกหน้าจอก็มีความสนุก มีผู้คน และมีเรื่องที่อยากทำอีกมากมาย เขาก็อาจไม่จำเป็นต้องมีใครมายึดมือถือออกจากมืออีกต่อไป

บางทีสิ่งที่พ่อแม่ควรช่วยสร้าง จึงไม่ใช่ “บ้านที่ไม่มีมือถือ” แต่คือ “บ้านที่เด็กสามารถวางมือถือได้ โดยไม่รู้สึกว่ากำลังพลาดอะไรในชีวิต”

อยากหาอะไรทำให้ห่างจอ คลิก เปลี่ยนเวลาว่างให้เป็นกำไรชีวิตด้วย 5 กิจกรรมยามว่าง ฉบับ Social Detox

หาหนังสืออ่านเพลินช่วง Social Detox คลิก 7 เล่มดีท็อกใจ พักจิต พักใจ ในช่วง Social Detox


มาเป็นชาว B2S CLUB ด้วยกันนะ สมัครสมาชิก
คลิกเลย!
Share
สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ คลิกเลย! icon shop
  • การเรียนและการติว,
  • BackToSchool

ความคิดเห็น

5.0
กำหนดไฟล์รูป jpg, png, gif ขนาดไม่เกิน 5 MB เท่านั้น
เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ
รวมปกหนังสือสวยแปลกตา  ที่คนรักการอ่านหามาครอบครอง!
รวมปกหนังสือสวยแปลกตา ที่คนรักการอ่านหามาครอบครอง!
10 Random Things น่าทำ  เปลี่ยน Routine เดิม เปิดรับอะไรใหม่ๆ
10 Random Things น่าทำ เปลี่ยน Routine เดิม เปิดรับอะไรใหม่ๆ
DIY ตู้ปลากระดาษ เล่นได้ วางแต่งบ้านก็น่ารัก!
DIY ตู้ปลากระดาษ เล่นได้ วางแต่งบ้านก็น่ารัก!
อััปเดตปฏิทิน TCAS70 ฉบับเข้าใจง่าย  เซฟไว้ไม่ลืมแน่!
อััปเดตปฏิทิน TCAS70 ฉบับเข้าใจง่าย เซฟไว้ไม่ลืมแน่!
อ่านคนเดียว ไม่เดียวดาย: รวมหนังสือน่าอ่านในวัน solo date
อ่านคนเดียว ไม่เดียวดาย: รวมหนังสือน่าอ่านในวัน solo date
ศิลปะ Unrealistic color ปลดล็อคจินตนาการ ด้วยสีที่ไม่ตรงความจริง
ศิลปะ Unrealistic color ปลดล็อคจินตนาการ ด้วยสีที่ไม่ตรงความจริง
ดูทั้งหมดview all promotion b2s

ต้องการยกเลิกการเป็นสมาชิก B2S Club

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนดำเนินการต่อ

เข้าสู่ระบบสมาชิก

ต้องการยกเลิกโปรดติดต่อ

ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร

รับทราบข้อมูล

ยกเลิกการเป็นสมาชิก B2S Club

กรุณากรอกหมายเลขสมาชิก B2S Club ที่ท่านต้องการยกเลิก

ยืนยันหมายเลข

การยกเลิกสมาชิก B2S Club

จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่

  • หากท่านเพียงต้องการยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสารเท่านั้น กรุณาติดต่อ The1 โทร 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น.
  • หากท่านต้องการยกเลิกสมาชิก B2S Club และสิทธิประโยชน์ของสมาชิก กดยืนยัน
ยืนยัน
เปลี่ยนใจ

บัญชี B2S Club และสิทธิประโยชน์ทั้งหมด

ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน

เปลี่ยนใจ
  • คำค้นหา
  • คู่มือเลี้ยงลูก
  • หนังสือเตรียมสอบ
  • หนังสือนิยาย
  • หนังสือพัฒนาตนเอง
  • หนังสือเด็ก-นิทาน
  • มังงะ
  • ศิลปะสำหรับเด็ก
  • ศิลปะและงานฝีมือ
  • ของเล่นเสริมพัฒนาการสำหรับเด็ก
  • การเรียนและการติว
  • เทคนิคการเรียนเพื่อพัฒนาตนเอง
  • หนังสือจิตวิทยา
  • ครอบครัวและเด็ก
  • นิยายวาย
  • การ์ตูนความรู้
  • BackToSchool
  • วรรณกรรมแปล
  • นิยายสืบสวน-ลี้ลับ
  • การเงินการลงทุน
  • ดูดวง
  • หนังสือขายดี
  • workshop-ศิลปะ
  • เทคนิคศิลปะ
  • โปเกมอน
  • สีอะคริลิค
  • บอร์ดเกม
  • 25 ปี B2S

  • หน้าหลัก
  • กิจกรรม
  • เรื่องน่ารู้
  • รีวิวหนังสือ
  • แบ่งปันเรื่องราวดีๆ
  • สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก

  • ข้อเสนอและโปรโมชั่น
  • แคตตาล็อก
  • หนังสือใหม่
  • หนังสือขายดี
  • B2S Online Shopping

  • ติดต่อเรา
  • FAQ
  • นโยบายคุกกี้
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อตกลงและเงื่อนไข
  • ยกเลิกการการรับข่าวสาร
  • ยกเลิกการเป็นสมาชิก
    B2S CLUB
  • หน้าหลัก
  • กิจกรรม
  • เรื่องน่ารู้
  • รีวิวหนังสือ
  • แบ่งปันเรื่องราวดีๆ
  • สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก
    ช้อปออนไลน์
  • ข้อเสนอและโปรโมชั่น
  • แคตตาล็อก
  • หนังสือใหม่
  • หนังสือขายดี
  • B2S Online Shopping
    เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา
  • FAQ
  • นโยบายคุกกี้
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อตกลงและเงื่อนไข
  • ยกเลิกการการรับข่าวสาร
  • ยกเลิกการเป็นสมาชิก

รับข่าวสารและโปรโมชั่น

b2sclub-facebook b2sclub-twitter b2sclub-instagram b2sclub-youtube b2sclub-line
  • Central Department Store
  • Robinson Department Store
  • Supersports
  • Central Marketing Group
  • Tops
  • Matsukiyo
  • GO Wholesale
  • Thaiwatsadu
  • BnB home
  • Auto1
  • Powerbuy
  • OfficeMate
  • B2S
  • MEB
  • Robinson Lifestyle
  • the1
  • gowow
  • petme
TOP

© 2021 B2S CLUB, All rights reserved. Web Design by 1001click.