ลองนึกภาพดูว่า วันหนึ่งเพื่อนสนิทของเราเรียกไปคุยสองต่อสอง แล้วพูดขึ้นมาว่า “มีเรื่องอยากบอก...จริงๆ เราเป็น LGBTQ+ นะ” วินาทีนั้น หลายคนอาจไม่รู้จะตอบอะไรดี บางคนกลัวพูดผิด บางคนกลัวทำให้เพื่อนรู้สึกแย่ บางคนพยายามหาคำพูดที่ "ถูกต้องที่สุด"
แต่ความจริงแล้ว สิ่งที่เพื่อนต้องการในตอนนั้น อาจไม่ใช่คำพูดที่สมบูรณ์แบบ แต่อาจเป็นแค่การได้รับการยอมรับจากคนที่เขาไว้ใจ เพราะการบอกใครสักคนว่าเราเป็น LGBTQ+ หรือที่เรียกว่า Coming Out ไม่ใช่เรื่องง่ายเสมอไป หลายคนใช้เวลาหลายเดือน หลายปี หรือบางคนใช้เวลาทั้งชีวิตกว่าจะกล้าพูดออกมา
ดังนั้น หากวันหนึ่งเพื่อนเลือกบอกเรื่องนี้กับเรา นั่นอาจหมายความว่าเขาพร้อมแล้ว และอยากบอกกับคนที่ไว้ใจ สบายใจ และเราต้องเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้เพื่อนให้ได้นะ! วันนี้ B2S CLUB จะพามาดูวิธีการรับมือเมื่อเพื่อน Come Out ลองเอาไปปรับใช้เป็นสไตล์ตัวเองดูน้า
หลายครั้งที่เราเผลอคิดว่าต้องพูดอะไรสักอย่างทันที แต่จริงๆ แล้ว การฟังอย่างตั้งใจสำคัญกว่ามาก หลังจากเพื่อนบอก เราอาจตอบง่ายๆ ว่า
ประโยคสั้นๆ เหล่านี้ช่วยให้เพื่อนรู้สึกปลอดภัยได้มากกว่าการพยายามพูดอะไรยืดยาวเสียอีก
บางคนตกใจจนเผลอแสดงออกเหมือนเพิ่งรู้ความลับระดับชาติ เช่น
แม้จะไม่ได้มีเจตนาไม่ดี แต่ปฏิกิริยาแบบนี้อาจทำให้เพื่อนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นเรื่องแปลก จริงๆ แล้ว การตอบแบบธรรมชาติที่สุดมักดีที่สุด
เช่น "โอเค เข้าใจแล้ว" "ขอบคุณที่บอกนะ" "ไม่ว่าเธอจะเป็นยังไง เราก็รักเหมือนเดิม"
ความอยากรู้อยากเห็นเป็นเรื่องปกติ แต่ไม่ใช่ทุกคำถามที่ควรถามทันที
ตัวอย่างเช่น
คำถามเหล่านี้อาจเป็นเรื่องส่วนตัวมาก ถ้าเพื่อนอยากเล่า เขาจะเล่าเอง การเคารพขอบเขตของอีกฝ่าย คือหนึ่งในวิธีแสดงความเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดนะ
บางครั้งคนรอบตัวอาจเผลอพูดว่า
แม้จะพูดด้วยความหวังดี แต่ประโยคเหล่านี้ทำให้คนฟังรู้สึกเหมือนตัวตนของเขาถูกปฏิเสธ การเป็น LGBTQ+ ไม่ใช่ปัญหาที่ต้องแก้ไข และไม่ใช่สิ่งที่ต้องพิสูจน์ให้ใครยอมรับ สิ่งที่เพื่อนต้องการคือคนที่รับฟัง ไม่ใช่คนที่พยายามเปลี่ยนเขา
บางครั้งเพื่อนอาจไม่ได้ต้องการคำแนะนำ แต่อาจต้องการคนอยู่ข้างๆ
ลองถามง่ายๆ ว่า
คำถามเหล่านี้เปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเลือกเองว่าเขาต้องการอะไรโดยไม่กดดัน
นี่อาจเป็นข้อที่สำคัญที่สุด ถ้าเพื่อน Coming Out กับเรา ไม่ได้แปลว่าเขาพร้อมบอกทุกคน อย่านำเรื่องนี้ไปเล่าต่อ แม้จะเป็นเพื่อนสนิทอีกคนก็ตาม ก่อนพูดเรื่องนี้กับใคร ควรถามเจ้าตัวเสมอว่า "โอเคไหมถ้าคนอื่นจะรู้เรื่องนี้?" เพราะการเปิดเผยตัวตนควรเป็นสิทธิ์ของเขา ไม่ใช่ของเรา
แม้เรื่องนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของตัวตนเขา แต่มันไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิตเขา เพื่อนคนเดิมยังชอบดูหนังเหมือนเดิม เล่นเกมเหมือนเดิม บ่นเรื่องเรียนเหมือนเดิม หัวเราะเรื่องเดิมๆ เหมือนเดิม ดังนั้น หลังจากวันที่เขา Coming Out แล้ว เราก็ควรปฏิบัติกับเขาเหมือนเพื่อนคนเดิม หรืออาจพาเพื่อนไปทำอะไรที่ชอบจริงๆ เช่น พาไปช็อปปิ้งเสื้อผ้าใหม่ พาไปตัดผมเปลี่ยน Look แสดงการซัพพอร์ตทุกการตัดสินใจของเพื่อน
และถ้าวันหนึ่งเพื่อนมาปรึกษาว่า "พ่อแม่ไม่โอเคกับการที่เราเป็นแบบนี้" สิ่งแรกที่ควรทำคือรับฟังความรู้สึกของเขาก่อน ไม่จำเป็นต้องรีบหาทางแก้ ไม่จำเป็นต้องพูดว่า "เดี๋ยวก็ดีขึ้นเอง" "อย่าคิดมากเลย" "พ่อแม่ก็รักลูกทุกคนแหละ"
เพราะในช่วงเวลานั้น ความเสียใจของเขาเป็นเรื่องจริง บางครั้งสิ่งที่เพื่อนต้องการที่สุด อาจเป็นแค่คนที่นั่งอยู่ข้างๆ และพูดว่า "เราคงเสียใจเหมือนกันถ้าเจอแบบนี้" "เธอไม่จำเป็นต้องเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้นะ" "ขอบคุณนะที่เล่าให้เราฟัง" การยอมรับความรู้สึกของอีกฝ่ายสำคัญกว่าการพยายามทำให้เขารีบรู้สึกดี
และถ้าอยากให้กำลังใจ ลองบอกเขาว่า
"การที่คนอื่นยังไม่เข้าใจ ไม่ได้แปลว่าตัวตนของเธอผิด"
"เธอไม่จำเป็นต้องพิสูจน์คุณค่าของตัวเองให้ใครเห็น"
"เธอยังสมควรได้รับความรักและการยอมรับเสมอ"
ในขณะเดียวกัน ก็ควรหลีกเลี่ยงการพูดโจมตีครอบครัวของเพื่อน เช่น "พ่อแม่เธอแย่มาก" เพราะความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นเรื่องซับซ้อน และเพื่อนอาจยังรักครอบครัวของตัวเองอยู่มาก สิ่งที่ดีที่สุดคืออยู่ข้างๆ รับฟัง และให้พื้นที่ปลอดภัยกับเขา บางครั้งการมีคนสักคนที่ไม่ตัดสิน ก็ช่วยเยียวยาหัวใจได้มากกว่าคำแนะนำใดๆ
แม้บางประโยคจะไม่ได้มีเจตนาร้าย แต่ก็อาจทำให้อีกฝ่ายรู้สึกว่าตัวตนของเขาไม่ได้รับการยอมรับ
สุดท้ายแล้ว การเป็นเพื่อนที่ดีอาจง่ายกว่าที่คิด เราไม่จำเป็นต้องรู้ทุกเรื่องเกี่ยวกับ LGBTQ+ ไม่จำเป็นต้องพูดคำที่สมบูรณ์แบบ และไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องเพศสภาพหรืออัตลักษณ์ทางเพศ แค่รับฟังโดยไม่ตัดสิน เคารพในตัวตนของเขา และทำให้เขารู้ว่ายังมีคนอยู่ข้างๆ ก็เพียงพอแล้ว เพราะสำหรับหลายคน การได้ยินประโยคง่ายๆ อย่าง "ไม่เป็นไรนะ เราอยู่ตรงนี้" อาจมีความหมายมากกว่าที่เราคิด
และบางที สิ่งที่ทำให้คนคนหนึ่งกล้าซื่อสัตย์กับตัวเองมากขึ้น อาจไม่ใช่คำพูดที่ยิ่งใหญ่ แต่เป็นการมีเพื่อนดีๆ สักคน ที่ยอมรับเขาในแบบที่เขาเป็น
แล้วมาเป็นพื้นที่ปลอดภัยให้กันและกันนะ
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน