เคยไหม…อ่านหนังสือไปตั้งนาน แต่พอปิดเล่ม ลืมแทบหมด เชื่อว่าเพื่อนๆ หลายคนเป็นเหมือนกัน บอกเลยนะว่าไม่ใช่เพราะเราไม่เก่ง แต่เพราะ “วิธีเรียน” อาจยังไม่ตรงกับวิธีทำงานของสมองของเรา!
ความจริงคือ แต่ละคนไม่ได้เรียนได้ดีที่สุดด้วยวิธีเดียวกัน เพราะ “สมองของเรา” มีจังหวะและสไตล์ที่ชอบไม่เหมือนกัน บทความนี้จะพาไปค้นหาเทคนิคการเรียนที่ใช่สำหรับเพื่อนๆ แต่ก่อนอื่น ลองมาเช็กกันก่อนดีกว่า ว่าสมองของเรา “อินกับการเรียนแบบไหน”
ลองเลือกข้อที่ “ตรงกับตัวเองที่สุด”
A: ชอบลองนึกเอง ปิดหนังสือแล้วทดสอบตัวเอง
B: อ่านรอบเดียวไม่พอ ต้องกลับมาทบทวนเรื่อย ๆ
C: เรียนเรื่องเดิมนาน ๆ แล้วเบื่อ ชอบสลับไปเรื่อย ๆ
>> แปลว่าสมองของเพื่อนๆ ชอบการ “Active Recall”
นี่คือสไตล์ของคนที่ “ยิ่งคิด ยิ่งจำ” ถ้าเพื่อนๆ เคยรู้สึกว่า อ่านไปเรื่อย ๆ แล้วเหมือนเข้าใจ แต่พอปิดหนังสือ = ว่างเปล่า นั่นเป็นเพราะสมองของเรา ไม่ได้อยาก “รับข้อมูล” อย่างเดียว แต่มันอยาก “เอาข้อมูลออกมาใช้”
แล้ว Active Recall คืออะไร ? คือการฝึกให้สมอง “ดึงความรู้” ออกมาเอง โดยไม่พึ่งตัวช่วย เช่น ปิดหนังสือแล้วลองเขียนสรุป ตั้งคำถาม แล้วตอบเอง อธิบายเนื้อหาให้คนอื่นฟัง ช่วงที่เรานึกไม่ออก งง ๆ หรือจำไม่ได้ทันที นั่นแหละคือช่วงที่สมองกำลัง “ทำงานหนักที่สุด” และเป็นจุดที่การเรียนรู้เกิดขึ้นจริง
เพราะการ “นึกออก” จะทำให้เส้นใยความจำในสมองแข็งแรงขึ้น ต่างจากการอ่านซ้ำ ที่ทำให้เรารู้สึกคุ้น…แต่ไม่ได้จำจริง
คนที่ชอบความท้าทาย คนที่เรียนแล้วอยาก “เข้าใจจริง”
ไอเทมแนะนำ: ปากกาเน้นข้อความ เน้นจุดสำคัญให้จำขึ้นใจ คลิก
>> สมองของเพื่อนๆ ชอบ “Spaced Repetition”
นี่คือสไตล์ของคนที่ “จำได้ดีเมื่อทวนเป็นจังหวะ” ถ้าเพื่อนๆ เคย ท่องอะไรยาว ๆ ในวันเดียว แล้วอีกวันลืมเกือบหมด นั่นไม่ใช่เพราะจำไม่เก่ง แต่เพราะสมอง “ยังไม่ได้มีโอกาสย้ำความจำ”
Spaced Repetition คืออะไร ? คือการทบทวนข้อมูล โดย “เว้นช่วงเวลา” ให้เหมาะสม แทนที่จะอ่าน 3 รอบติด ลองอ่าน > เว้น > กลับมาอ่านใหม่ดูนะ รับรองว่าจะจำได้ดีขึ้นแน่นอน
เพราะสมองจะจำได้ดีที่สุด ตอนที่มัน “เกือบจะลืม” การกลับไปทบทวนในจังหวะนั้น เหมือนการ “กดรีเฟรชความจำ” ให้ชัดขึ้น ตัวอย่างง่าย ๆ:
ทุกครั้งที่กลับมา ความจำจะ “เป๊ะขึ้น” จนท้ายที่สุด มันจะกลายเป็นสิ่งที่เราไม่ต้องท่องจำ แต่เป็นสิ่งที่บันทึกหรือ Register ไว้ในสมองแล้วนั่นเอง
ไอเทมแนะนำ: กระดาษโน้ตกาวแน่น แปะไว้ให้ทวนได้ทุกที่่ คลิก
>> สมองเพื่อนๆ ชอบ “Interleaving”
นี่คือสไตล์ของคนที่ “เบื่อง่าย แต่เรียนรู้ไว” ถ้าเพื่อนๆ เคยนั่งทำอะไรซ้ำ ๆ แล้วเริ่มลอย แต่พอสลับไปทำอย่างอื่น ก็สามารถกลับมาสดชื่นได้ นั่นคือสัญญาณว่า สมองของเราต้องการ “ความหลากหลาย”
Interleaving คืออะไร ? คือการ “สลับเนื้อหา หรือสลับวิธีเรียน” แทนที่จะทำอย่างเดียวซ้ำ ๆ
เช่น
เพราะสมองต้อง “ปรับตัว” ทุกครั้งที่เปลี่ยน มันจะไม่ทำงานแบบอัตโนมัติ แต่ต้องคิด วิเคราะห์ และแยกแยะมากขึ้นซึ่งทำให้เข้าใจได้ลึกซึ้งขึ้น จำได้แม่นขึ้น และไม่เบื่อ
ตัวอย่าง:
แทนที่จะทำโจทย์แบบเดียว 20 ข้อ ลองทำ 5 แบบ สลับกันไป
ไอเทมแนะนำ: สมุดโน้ตสันลวด ขนาดพกพา ใช้จดหลายวิชาได้ คลิก
ข่าวดีคือ…นั่นแปลว่าเพื่อนๆ มีสมองที่ “ยืดหยุ่นได้สูงมาก” ลองผสมเทคนิคเข้าด้วยกัน เช่น
จะได้ทั้งการเข้าใจ จำได้ และไม่เบื่อ
นอกจากนี้ ยังมีอีก “ตัวช่วยลับ” ที่ทำให้ 3 เทคนิคหลักก่อนหน้าเวิร์กขึ้นไปอีก อันนี้คัดมาให้แบบใช้ได้จริงสุดๆ ไปดูกันเล้ย!
นี่คือเทคนิคของ Richard Feynman
หลักง่ายมาก: ลองอธิบายสิ่งที่เรียน ให้เหมือนกำลังสอนเด็ก ถ้าตรงไหนอธิบายแล้วติด แปลว่า “เรายังไม่เข้าใจจริง”
วิธีใช้:
อ่าน > ปิดหนังสือ > อธิบายออกเสียง ใช้ภาษาง่าย ๆ ไม่ต้องศัพท์ยาก
ถ้าสะดุด > กลับไปอ่านจุดนั้นใหม่
วิธีนี้แมสสุดๆ สำหรับสายอ่านสอบ
หลักการ:
อ่านไปก่อน > แล้ว “เขียนทุกอย่างที่จำได้” ลงมาแบบไม่ดู ไม่ต้องเรียงสวย ไม่ต้องถูกหมด แค่เทออกมาให้ได้มากที่สุด จากนั้นค่อยเปิดดู แล้วเติมส่วนที่ขาด
ข้อดี: ได้เห็นชัดว่ารู้อะไร / ไม่รู้อะไร จัดเป็น Active Recall แบบเข้มข้น
แนะนำกระดาษสีคุณภาพ จดทุกอย่างออกมาให้จำขึ้นใจ คลิก
หาตัวเองให้เจอ ว่าเราเหมาะกับอ่านหนังสือตอนไหน บางคนอาจจะอ่านและจำได้ดีในช่วงเช้า บางคนอาจจะสมองเฟรชตอนดึก ลองสังเกตว่า “ช่วงไหนโฟกัสดีสุด” แล้วเอาวิชายากไปใส่ตรงนั้น
ข้อดี: ใช้พลังน้อยลง แต่ได้ผลมากขึ้น
เพราะการเรียนให้ดี ไม่ใช่แค่ต้อง “ขยัน” แต่คือการ “รู้จักสมองตัวเอง” บางคนต้องท้าทาย บางคนต้องทบทวน บางคนต้องเปลี่ยนบรรยากาศ ไม่มีวิธีไหนดีที่สุดสำหรับทุกคน มีแต่วิธีที่ “เหมาะกับเรา” ที่สุด
ลองสังเกตตัวเอง ลองปรับนิดเดียว แล้วการเรียนที่เคยฝืน อาจกลายเป็นอะไรที่ “เข้ามือ” มากขึ้นก็ได้นะ ขอให้บทความนี้ ทำให้เพื่อนๆ ได้เจอวิธีการอ่านหนังสือที่ใช่สำหรับตัวเองน้า วิธีไหนเวิร์ก ก็จัดไป! เรียนให้จำ แล้วคว้าคะแนนปังมาฝากพวกเราน้า
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน