ไม่อยากอ่านหนังสือเลยทำไงดี ? รวม 8 วิธีอ่านหนังสือในวันที่หมดไฟ สำหรับวัยรุ่นที่กำลังสู้กับการเรียน [H2]
มีใครเคยเป็นไหม? หนังสือกองอยู่ตรงหน้า Checklist งานยังไม่เสร็จ สอบก็ใกล้เข้ามาทุกที แต่สมองกลับคิดแค่ว่า... "ไม่อยากอ่านเลย" "ขอพักอีก 5 นาทีได้ไหม" "เปิด TikTok แป๊บเดียว" และแล้วก็ผ่านไป 2 ชั่วโมง
ก่อนอื่น อยากให้รู้ว่า...การไม่อยากอ่านหนังสือไม่ได้แปลว่าเพื่อนๆ ขี้เกียจ บางครั้งมันอาจเป็นเพราะเราเหนื่อย เครียด กดดัน หรือใช้พลังงานทางสมองมาทั้งวันแล้ว
ดังนั้นแทนที่จะโทษตัวเอง ลองมาดูวิธีเอาตัวรอดจากวันที่หมดไฟกัน B2S CLUB ขอแนะนำวิธีที่จะช่วยให้เพื่อนๆ ยังอ่านหนังสือได้ แม้ในวันที่หมดไฟกันนะ!
หลายครั้งที่เราไม่อยากอ่านหนังสือ ไม่ใช่เพราะขี้เกียจ แต่เป็นเพราะเป้าหมายที่ตั้งไว้ใหญ่เกินไป ลองนึกภาพตัวเองหลังเลิกเรียนหรือหลังทำกิจกรรมมาทั้งวัน พอกลับมาถึงบ้านแล้วบอกตัวเองว่า "คืนนี้ต้องอ่านชีวะ 4 บท"
"ต้องทวนเคมี 3 ชั่วโมง" "ต้องทำโจทย์อีก 100 ข้อ" แค่คิดก็เหนื่อยแล้วใช่มั้ยล่า
สมองของคนเราไม่ได้ชอบงานที่ดูยิ่งใหญ่จนเกินไป เพราะมันมองเห็นแต่ความเหนื่อยที่รออยู่ข้างหน้า ดังนั้น แทนที่จะตั้งเป้าใหญ่มาก ลองลดเป้าหมายให้เล็กจนแทบปฏิเสธไม่ได้
เช่น
ฟังดูน้อยใช่ไหม? แต่นั่นแหละคือเคล็ดลับ เพราะเป้าหมายเล็ก ๆ ทำให้สมองรู้สึกว่า "ทำได้" และเมื่อเริ่มได้แล้ว หลายครั้งเราก็มักอ่านต่อไปเองโดยไม่รู้ตัวเลยล่ะ
>> มาจัดการเวลาอ่านในสไตล์ของตัวเอง ด้วยตัวช่วยดีๆ อย่างแอปเหล่านี้
วันที่หมดไฟที่สุด ลองบอกตัวเองว่า "ขอแค่อ่าน 10 นาที" ไม่ต้องสัญญาว่าจะอ่าน 3 ชั่วโมง ไม่ต้องสัญญาว่าจะอ่านจนจบบท แค่ 10 นาทีพอ เหตุผลคือ สิ่งที่ยากที่สุดของการอ่านหนังสือ ไม่ใช่การอ่าน แต่คือการเริ่มต้นนี่แหละ
หลายคนใช้เวลา 2 ชั่วโมงในการเลื่อนมือถือเพื่อหลีกเลี่ยงการอ่านหนังสือ แต่ถ้าเริ่มอ่านจริง ๆ อาจใช้เวลาแค่ 10 นาทีในการเข้าสู่โหมดโฟกัส ถ้าอ่านครบ 10 นาทีแล้วยังไม่ไหวจริง ๆ ก็พักได้ แต่บ่อยครั้งที่เพื่อนๆ จะพบว่า พอเริ่มแล้ว สมองกลับอยากทำต่อเอง มีไฟขึ้นมาเองเลย
สมองของวัยรุ่นถูกออกแบบมาให้ชอบความสนุกและรางวัล นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงเล่นเกมได้เป็นชั่วโมง แต่เปิดหนังสือได้ไม่ถึง 10 นาที
ดังนั้น ลองเปลี่ยนการอ่านให้เหมือนเกม
เมื่อการเรียนมีเป้าหมายเล็ก ๆ ระหว่างทาง สมองจะรู้สึกสนุกและมีแรงจูงใจมากขึ้น บางครั้งการเรียนไม่จำเป็นต้องจริงจังตลอดเวลา ขอแค่ทำให้ตัวเองอยากกลับมานั่งโต๊ะได้อีกครั้งก็พอแล้ว
>> ครีเอทเกมสนุกๆ ขึ้นมาเองแล้ว ลองใช้ตัวช่วยอย่างแอปเหล่านี้หน่อยมั้ย กับ 5 แอปที่จะช่วยให้อ่านได้อย่างโฟกัสมากขึ้น
บางครั้งปัญหาไม่ได้อยู่ที่หนังสือ แต่อยู่ที่บรรยากาศ ถ้าเพื่อนๆ นั่งโต๊ะเดิมทุกวัน มองกำแพงเดิมทุกวัน เจอความเครียดเดิมทุกวัน สมองก็จะเริ่มเชื่อมโยงพื้นที่นั้นกับความเหนื่อยล้า ลองเปลี่ยนบรรยากาศดูบ้าง
แม้จะเป็นเพียงการย้ายจากโต๊ะอ่านหนังสือไปนั่งที่ระเบียง ก็อาจช่วยให้สมองรู้สึกสดใหม่ขึ้นได้ เพราะบางครั้ง สิ่งที่เราต้องการไม่ใช่คำพูดปลุกใจ แต่คือวิวใหม่ ๆ หรือบรรยากาศใหม่ๆ ที่ไม่ทำให้สมองเบื่อ
หนึ่งในสาเหตุสำคัญที่ทำให้คนหมดไฟ คือการมองคนอื่นมากเกินไป เช่น "เพื่อนอ่านถึงไหนแล้ว" "คนนั้นทำข้อสอบได้ 80 คะแนน" "คนนั้นอ่านวันละ 12 ชั่วโมง" ยิ่งดู ยิ่งเครียด ยิ่งเครียด ยิ่งไม่อยากอ่าน ความจริงคือ ทุกคนเริ่มต้นไม่เหมือนกัน บางคนมีพื้นฐานดี บางคนเพิ่งเริ่ม บางคนกำลังเจอปัญหาชีวิตที่เราไม่รู้
ดังนั้น การแข่งขันที่สำคัญที่สุดไม่ใช่กับเพื่อน แต่คือการเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีกว่าเมื่อวาน
หลายคนรู้สึกผิดเวลานอน เหมือนการพักคือการขี้เกียจ แต่ความจริงแล้ว สมองต้องการการพักเพื่อเก็บข้อมูล การฝืนอ่านตอนง่วงมาก ๆ อาจทำให้ใช้เวลา 2 ชั่วโมงกับเนื้อหาที่ควรใช้เวลาเพียง 30 นาที หากง่วงจริง ลองงีบ 20–30 นาที หรือพักให้เต็มที่ เพราะการนอนที่ดี ไม่ได้ทำให้เพื่อนๆ เรียนแย่ลง แต่มักทำให้จำได้ดีขึ้น
หลายคนคิดว่า "เดี๋ยวมีแรงบันดาลใจก่อน" แต่แรงบันดาลใจไม่ได้มาทุกวัน คนที่อ่านหนังสือได้สม่ำเสมอ ไม่ได้มีไฟมากกว่าคนอื่น เขาแค่ลงมือทำ แม้ในวันที่ไม่มีไฟ ความลับคือ Action มาก่อน Motivation ไม่ใช่ Motivation มาก่อน Action เริ่มก่อน แล้วไฟจะค่อย ๆ ตามมาเอง
หลายคนคิดว่า ถ้าอ่านไม่ครบตามเป้า = ล้มเหลว แต่จริง ๆ แล้ว การอ่าน 5 หน้า ดีกว่าไม่อ่านเลย การทำโจทย์ 2 ข้อ ดีกว่าไม่ทำเลย การเปิดหนังสือ 10 นาที ดีกว่าเลื่อนมือถือทั้งคืน อย่าดูถูกความก้าวหน้าเล็ก ๆ เพราะความสำเร็จใหญ่ ๆ ล้วนเกิดจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ทำซ้ำทุกวัน และบางครั้ง...การไม่ยอมแพ้ในวันที่ไม่อยากอ่าน อาจสำคัญกว่าการอ่านได้ 10 ชั่วโมงในวันที่มีไฟเสียอีก
สุดท้ายนี้...ถ้าวันนี้เพื่อนๆ ไม่อยากอ่านหนังสือเลย ก็ไม่เป็นไรนะ เพราะเราไม่จำเป็นต้องเก่งทุกวัน ไม่จำเป็นต้อง Productive ตลอดเวลา และไม่จำเป็นต้องวิ่งเร็วที่สุด
แค่ยังค่อย ๆ เดินไปข้างหน้า ทีละหน้า ทีละบท ทีละวัน ก็ถือว่าเพื่อนๆ กำลังทำได้ดีมากแล้ว เพราะการสอบไม่ได้วัดว่าเราสู้ได้ทุกวัน แต่วัดว่าเรายังไม่ยอมแพ้ในวันที่ไม่อยากสู้หรือเปล่า
B2S CLUB ขอเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทุกคน ได้ลุกมาอ่านหนังสืออย่างมีความสุขกันน้า
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน