เช็คลิสต์สิ่งที่อยากเปลี่ยนแปลงตัวเองไปยังไม่ทันครบทุกข้อดี กระพริบตาอีกทีก็ผ่านปี 2569 มาครึ่งปีแล้ว เพื่อนๆ เข้าใกล้เป้าหมายการพัฒนาตัวเองที่เคยตั้งไว้ตอนเริ่มต้นปีกันแล้วหรือยังคะ สำหรับคนที่เริ่มลงมือทำแล้ว เห็นผลและประสบความสำเร็จแล้ว เราขอปรบมือร่วมยินดีด้วยให้เลยค่ะ แต่เพื่อนๆ คนไหนที่ยังไม่เริ่มหรือเริ่มแล้วแต่รู้สึกว่ายังอยากบวกสกิลบางอย่างให้กับตัวเองและกำลังต้องการตัวช่วย ในบทความนี้เราได้เลือกหนังสือที่จะช่วยบวกสกิลให้เพื่อนๆ แบบรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็น การสื่อสาร การคิดแบบคนเก่ง การเพิ่มสติให้กับการใช้ชีวิตในทุกวัน รวมไปถึงสกิลการวางตัวในสังคมด้วย
ถ้าพร้อมจะบวกสกิล เพิ่มดาเมจให้กับตัวเองแล้ว ไปอ่านรีวิวพร้อมกันได้เลยค่า
ใครที่อยากบวกสกิลใจแกร่ง แนะนำเล่มนี้เลยค่ะ หนังสือว่าด้วยแนวคิดของการฝึกอารมณ์ให้แข็งแรง เพราะนักเขียนเชื่อว่าความแข็งแกร่งทางอารมณ์สามารถฝึกฝนได้เหมือนกล้ามเนื้อ ซึ่งไม่ได้เป็นแค่เรื่องของพรสวรรค์ แต่เกิดจากการฝึกฝนจิตใจอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้เรารู้เท่าทันอารมณ์ของตัวเองและพร้อมรับมือกับทุกอุปสรรคในชีวิตค่ะ
1. การมีสติ: ฝึกรับรู้และยอมรับอารมณ์ตามจริงไม่วิ่งหนีความอึดอัดใจหรือความเศร้า
2. ความสงสัยใคร่รู้: หมั่นตั้งคำถามกับพฤติกรรมตัวเองกล้าเปิดใจรับฟังคำติชมรอบด้าน
3. การรู้จักตัวเอง: ทบทวนและเข้าใจจุดแข็งของตนเอง
4. การฟื้นคืนกำลังใจ: ร้องไห้ได้แต่ต้องลุกขึ้นสู้ต่อยอมรับความเจ็บปวดอย่างเข้าใจ
5. ความเห็นอกเห็นใจ: ฝึกเข้าอกเข้าใจความรู้สึกของผู้อื่นลดการตัดสินคนอื่นด้วยมุมมองตนเอง
6. การสื่อสารที่ดี: กล้าที่จะสื่อสารความจริงอย่างจริงใจพูดถึงความรู้สึกตรงๆ อย่างสร้างสรรค์
7. การเล่นสนุก: ปรับมุมมองชีวิตให้เหมือนเกมสนุกหัดหัวเราะให้กับความผิดพลาดเล็กๆ
แค่อ่านหัวข้อคร่าวๆ ก็น่าสนใจแล้วใช่ไหมคะ อีกอย่างทักษะทั้ง 7 ที่หนังสือเล่มนี้นำเสนอ เรามองว่าเป็นทักษะที่สำคัญและจำเป็นต่อการฝึกฝน เพราะในยุคที่สิ่งรบกวนจากภายนอกสามารถที่จะทำให้เราไขว้เขว อ่อนไหว และหมดกำลังใจได้ตลอดเวลา การมีหัวใจแข็งแรงและสติที่ตั้งมั่นจะช่วยพาเราฝ่าฟันทุกอุปสรรคไปได้อย่างราบรื่นค่ะ
หนังสือบวกสกิลการคิดอย่างมีเหตุผล ว่าด้วยการนำคณิตศาสตร์มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน เพราะผู้เขียนเชื่อว่าคณิตศาสตร์ไม่ใช่แค่เรื่องน่าเบื่อในห้องเรียน แต่เป็นเครื่องมือและภาษาที่ใช้อธิบายกฎเกณฑ์ของจักรวาล อีกทั้งยังเครื่องมือเอาตัวรอดในสถานการณ์คับขับ ผ่านการจำลองสถานการณ์ทั้งแบบชีวิตประจำวันและแบบเหนือจินตนาการ เช่น การคำนวณหาทางรอดและจัดการทรัพยากรเมื่อติดอยู่ในยานอวกาศ ไปจนถึงการใช้หลักคณิตศาสตร์มาจัดที่นั่งโต๊ะอาหารของแขกไม่ให้เกิดความขัดแย้งกันเลยทีเดียว
ผู้เขียนต้องการเปลี่ยนทัศนคติของผู้คนที่มีต่อตัวเลขและคณิตศาสตร์ จากความน่าเบื่อให้กลายเป็นความท้าทายที่สนุกสนาน แสดงให้เห็นว่าทุกการตัดสินใจรอบตัวเราสามารถใช้สมการมาคิดคำนวณอย่างเป็นระบบได้ โดยจะมีการอธิบายหลักการเศษส่วน อสมการ ไปจนถึงทฤษฎีบทพีทาโกรัส โดยเชื่อมโยงเข้ากับกิจกรรมในชีวิตจริง ก่อนจะนำผู้อ่านไปดูวิธีประยุกต์ใช้กับเหตุการณ์สมมติในเล่มค่ะ
เป็นเล่มที่เหมาะสำหรับใครที่อยากลองเปลี่ยนมุมมองใหม่ให้กับชีวิต หรืออยากเปลี่ยนฝันร้ายเรื่องตัวเลขในวัยเรียนให้กลายเป็นความสนุกและท้าทาย ที่สำคัญคือหนังสือใช้การเปรียบเปรยที่ชาญฉลาดและมีความสุดโต่งในการเล่าเรื่อง ทำให้เข้าใจง่ายโดยไม่จำเป็นต้องเป็นอัจฉริยะทางคณิตศาสตร์ก็อ่านสนุกได้ สุดท้ายคือการชี้ให้เห็นถึงความสำคัญในการฝึกแก้ปัญหาและตัดสินใจในสถานการณ์คับขันได้ไวขึ้นด้วยการคำนวณ พลาดเล่มนี้ไม่ได้เลยค่ะ
สำหรับเล่มนี้เป็นหนังสือบวกสกิลการสื่อสารค่ะ เนื้อหาของเล่มนี้บอกกับเราว่าการสื่อสารที่ประสบความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์ แต่เกิดจากกลเม็ดเล็กๆ น้อยๆ ในการบริหารเสน่ห์ ภาษากาย และการแสดงความใส่ใจอย่างจริงใจเพื่อสะกดใจคู่สนทนา โดยได้รวมเทคนิคดีๆ ที่นำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันกว่า 92 วิธี ที่จะช่วยให้เราเปล่งประกายทุกครั้งไม่ว่าจะพูดคุยกับใครก็ตาม
ไม่ว่าเพื่อนๆ จะต้องการบวกสกิลการสื่อสารเพื่อดีลธุรกิจ มัดใจลูกค้า เข้าหาหัวหน้า ผูกมิตรกับเพื่อนใหม่ หรือแม้กระทั่งบริหารเสน่ห์ในการออกเดท เทคนิคดีๆ จากหนังสือเล่มนี้ก็เอาอยู่ค่ะ
ถ้าเพื่อนๆ เคยสงสัยว่าคนเก่งๆ เขามีชุดความคิดแบบไหน ให้ลองหาคำตอบได้จากเล่มนี้เลยค่ะ หนังสือเล่มนี้เขียนโดย อุชิโอะ ซึโยชิ วิศวกรซอฟต์แวร์ชาวญี่ปุ่น ได้ถ่ายทอดวิธีทำงานของคนเก่งระดับโลกที่เน้นการปรับวิธีคิดให้เป็นระบบเพื่อให้เราสามารถแก้ปัญหาได้อย่างแม่นยำ โดยไม่ต้องเปลืองแรงทำสิ่งที่ไม่จำเป็นนั่นเองค่ะ
ใครอยากบวกสกิลการทำงาน หรือเปลี่ยนตัวเองจากคนทำก่อนคิด ให้เป็นคนที่คิดให้จบก่อนทำ แถมยังได้เรียนรู้ทักษะแบบที่คนเก่งๆ เขาทำกัน อ่านเล่มนี้ได้เทคนิคดีๆ ไปใช้จริงแน่นอนค่ะ
คู่มือพัฒนาตนเองที่เน้นเจาะลึกไปที่ทักษะย่อย หรือ MicroSkills ซึ่งมักเป็นสิ่งที่เรามองข้ามไป โดยหนังสือเล่มนี้จะช่วยเติมโครงสร้างความรู้เดิมของเราให้กลายเป็นคนที่สร้างความสำเร็จได้จริงในโลกการทำงานเลยทีเดียวค่ะ
หนังสือเล่มนี้เปรียบเทียบตัวเราเหมือนกับตึกหลังหนึ่ง แม้จะมีโครงสร้างหลักที่มั่นคงแข็งแรงดีอยู่แล้ว แต่ถ้าขาดเฟอร์นิเจอร์ ขาดการตกแต่ง หรือขาดแสงสว่าง ตึกนั้นก็ไม่สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพนั่นเอง
เล่มนี้น่าสนใจมากสำหรับใครที่อยากพัฒนาตัวเองให้กลายเป็นคนที่ครบเครื่อง เพราะอย่างที่บอกไปตอนแรกว่าถึงแม้เราจะมีความเก่ง เต็มไปด้วยทักษะความรู้มากมาย แต่การเรียนรู้ทักษะเล็กๆ น้อยๆ แต่สำคัญเหล่านี้เพิ่มเติมจะช่วยเสริมให้เราเป็นคนที่น่าร่วมงานด้วยและน่าอยู่ใกล้มากยิ่งขึ้นค่ะ
หนังสือเล่มนี้เน้นการสอนทักษะการพูดและโต้ตอบอย่างทันท่วงทีในสถานการณ์ที่ไม่ได้เตรียมตัวมาก่อน เช่น เมื่อถูกเรียกให้แสดงความเห็นในห้องประชุมด่วน หรือต้องตอบคำถามที่กดดัน ให้สามารถตอบโต้ได้อยากสง่างาม ถูกต้องและดูน่าเชื่อถือนั่นเองค่ะ
1. สงบจิตสงบใจ: จัดการความตื่นเต้นและวิตกกังวลด้วยวิธีทางกายภาพ เช่น หายใจออกให้ยาวกว่าหายใจเข้า หรือถือของเย็น ๆ ไว้ในมือเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสมอง
2. ปลดล็อก: ลดมาตรฐานของตัวเองลงมาให้อยู่ในระดับดีพอใช้ เพราะความต้องการความสมบูรณ์แบบ คือตัวการที่ทำให้สมองตื้อและคิดไม่ออก
3. นิยามใหม่: เปลี่ยนกรอบความคิดจากการแสดงโชว์ที่ต้องเป๊ะ ให้เป็นการร่วมสนทนาแบบเป็นกันเอง ซึ่งจะช่วยลดความกดดันและทำให้พูดได้เป็นธรรมชาติมากขึ้น
4. ฟังอย่างตั้งใจ: ชะลอความเร็วลงและตั้งใจฟังสิ่งที่คู่สนทนาต้องการสื่อสารจริง ๆ ไม่ใช่คิดคำตอบล่วงหน้าในหัวขณะที่อีกฝ่ายยังพูดไม่จบ
5. วางโครงสร้าง: ใช้สูตรสำเร็จในการเรียบเรียงความคิดให้คนฟังเข้าใจง่าย โดยสูตรที่แนะนำที่สุดคือ สิ่งนี้คืออะไร มันสำคัญอย่างไร ต่อจากนี้ต้องทำอะไรต่อ
6. โฟกัส: ตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก สื่อสารให้ตรงประเด็นและกระชับที่สุด
เพราะการคิดเร็วและพูดฉลาด ไม่ใช่พรสวรรค์ แต่เป็นทักษะที่ฝึกฝนให้ชำนาญได้ ผ่านการลดความกดดันของตัวเอง ฟังให้เคลียร์และมีสติเมื่อต้องอยู่ในสถานการณ์กดดัน หากเพื่อนๆ อยากบวกสกิลการพูดในที่สาธารณะ เราว่าหนังสือเล่มนี้เป็นตัวช่วยที่ดีได้แน่นอนค่ะ
เราขอเป็นกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังอยู่ในกระบวนการของการพัฒนาตัวเอง เพิ่มสกิล หรือฝึกทักษะใดๆ อยู่ก็ตาม อย่าเผลอกดดันตัวเองมากจนเกินไป จนลืมว่าถึงจะเก่งขึ้นแค่ 1% ในทุกวัน พอหมดหนึ่งปี เราก็เก่งขึ้นได้ถึง 365% แล้วนะคะ เพราะการพัฒนาตัวเองนั้นไม่ใช่สิ่งที่ต้องทำเพื่อแข่งกับใคร หากแต่เป็นการพาตัวเองไปพบกับเราในรูปแบบที่ดีขึ้น รวมถึงภูมิใจในตัวเองได้มากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน