Self-esteem ไม่ใช่พรสวรรค์ที่ทุกคนมีมาแต่เกิด แต่เพื่อนๆ รู้ไหมคะ ว่ามันคือทักษะที่ฝึกฝนได้ ผ่านการปรับทัศนคติและวิธีการคิด บทความนี้เราเลยรวบรวมหนังสือที่จะพาเพื่อนๆ ไปเพิ่มความมั่นใจ เสริมสร้างพลังความเชื่อมั่นในตัวเองให้มากขึ้น เพราะในยุคนี้ โลกมักจะเหวี่ยงแต่สถานการณ์ที่ทำให้คิดว่าเราดีไม่พอ จนหลายคนอาจจะรู้สึกใจฝ่อ ยิ่งได้เห็นว่าคนนั้นก็ดี คนนี้ก็เก่งผ่านโซเชียลมีเดียด้วยแล้ว ก็ยิ่งอดน้อยใจไม่ได้ แต่เราเชื่อว่าหนังสือดีๆ สักเล่มอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการหันหน้ากลับมาคุยกับตัวเองใหม่ เพื่อสร้างความเข้าใจและยอมรับในสิ่งที่เราเป็นได้แน่นอน
ถ้าพร้อมแล้ว มาร่วมออกเดินทางสำรวจหนังสือที่จะเปลี่ยนเสียงตำหนิในใจ ให้กลายเป็นพลังแห่งความเมตตาต่อตัวเองกันค่ะ
คู่มือการซ่อมแซมและฝึกการมองเห็นคุณค่าในตนเอง (Self-Esteem) ผลงานเขียนของ คุณยุนฮงกยุน จิตแพทย์ชาวเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นหนังสือที่มียอดขายถล่มทลายกว่า 1 ล้านเล่มในเกาหลีและแปลไปกว่า 20 ภาษาทั่วโลก
สรุปเนื้อหาจากหนังสือ
-ความสุขไม่ใช่เป้าหมายหลัก แต่คือผลพลอยได้จากการรักตัวเอง เมื่อเราหยุดวิ่งไล่ล่าความสุขแล้วหันมาเห็นคุณค่าในตัวเอง เราก็จะเห็นว่าความสุขอยู่ตรงหน้าเรามาตลอด
-การรักตัวเองไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวมาแต่เกิด แต่เป็นทักษะที่ต้องหมั่นฝึกฝนทุกวันด้วยความอดทน
-หยุดทำร้ายตัวเองด้วยเสียงในหัว หลายครั้งที่เราก้าวไปข้างหน้าไม่ได้เพราะมีเสียงในหัวที่คอยฉุดรั้งและตำหนิตัวเองซ้ำๆ
-เน้นการสร้างความรู้สึกมั่นคงภายในใจ เพื่อให้เราไม่หวั่นไหวไปกับคำตัดสิน คำพูดของคนอื่น หรือความล้มเหลวเพียงชั่วคราว
-เน้นการสร้างภูมิคุ้มกันเพื่อไม่ให้คำวิจารณ์หรือความล้มเหลวมาทำลายตัวตนของเรา
หนังสือเล่มนี้ เปรียบเสมือนวัคซีนที่ช่วยป้องกันความรู้สึกแย่จากการดูถูกตัวเอง โดยเริ่มจากที่ตัวเราต้องเป็นคนแรกที่มองเห็นคุณค่าในตัวเอง เพื่อสร้างเกราะป้องกันใจให้แข็งแกร่งในสังคมที่เต็มไปด้วยการเปรียบเทียบและการแข่งขันค่ะ
หนังสือความเรียงฮีลใจที่จะมาบอกกับเราว่า “บางครั้งเราก็ไม่ต้องใช้ชีวิตแบบพยายามมากจนเกินไป เพื่อให้จิตใจเบาสบายและมีความสุขในแบบของตัวเอง” เพราะการฝืนทำสิ่งที่คนอื่นต้องการจนลืมความต้องการของตนเองจะนำไปสู่ความทุกข์ใจในระยะยาว และการรับฟังเสียงตัวเองเป็นอันดับแรกเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรทำก่อนเสมอค่ะ
สรุปเนื้อหาจากหนังสือ
-ใช้ชีวิตตามจังหวะของตัวเอง ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบความเร็วหรือความสำเร็จกับคนอื่น การทำตามเสียงหัวใจและก้าวไปในความเร็วที่เราไหวจะทำให้เราไม่รู้สึกแย่กับตัวเอง
-เลิกแคร์สายตาคนอื่น การพยายามทำให้ทุกคนพอใจ เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ หนังสือแนะนำให้เรากล้าที่จะเป็นตัวของตัวเองและลดความคาดหวังว่าเราต้องได้รับการยอมรับจากสังคมเสมอ
-ให้ความสำคัญกับการพักผ่อน การนอนหลับที่มีคุณภาพ ช่วยล้างพิษความทรงจำเชิงลบ ทำให้เรามีมุมมองใหม่ๆ และมีพลังในการรับมือกับปัญหามากขึ้น
-ฝึกที่จะไม่คิด หรือ ไม่ใช้อารมณ์ กับคนที่ไม่สำคัญ หากต้องการลืมหรือตัดใจจากใครบางคน ให้พยายามลดการให้ความสำคัญและไม่นำเรื่องของเขามาคิดซ้ำๆ
-ใจดีกับตัวเองบ้าง ลดมาตรฐานที่เข้มงวดกับตัวเองลง และอนุญาตให้ตัวเองทำสิ่งที่ชอบหรือทำผิดพลาดได้บ้างเพื่อให้ชีวิตเบาสบายขึ้น
ใครอยากเปลี่ยนตัวเองใหม่เป็นคนที่ให้ความสำคัญกับตัวเองอันดับแรก เราแนะนำเล่มนี้เลยค่ะ
ความเรียงสร้างแรงบันดาลใจที่ถ่ายทอดผ่านตัวละคร "บารีซู" ตัวการ์ตูนสวมผ้าห่มสีม่วง เพื่อปลอบโยนผู้ที่รู้สึกเหนื่อยล้าหรือกำลังหลงทางในชีวิต หนังสือเล่มนี้เปรียบเทียบชีวิตเหมือนกับการเติบโตของเมล็ดพันธุ์ ที่ต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากก่อนจะเบ่งบานอย่างงดงาม เนื้อหาโดยรวมมีความอ่านง่าย มีภาพประกอบน่ารักทั้งเล่ม เขียนโดย คุณ บารีซู (Barysoo) นักเขียนชาวเกาหลีใต้
เนื้อหาในเล่มแบ่งออกเป็น 3 ส่วนด้วยกันได้แก่
Part 1 เน้นให้หันมาใช้ชีวิตด้วยการอยู่กับปัจจุบัน ไม่กดดันตัวเองกับอนาคตที่ยังมาไม่ถึง และยอมรับความรู้สึกเหนื่อยล้าที่อาจจะเกิดขึ้นได้เป็นธรรมดาในทุกวัน
Part 2 ข้อความให้กำลังใจในการสะสมความพยายามเล็กๆ น้อยๆ และเชื่อมั่นว่าความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีกำลังเกิดขึ้นแม้เราอาจมองไม่เห็นในทันที
Part 3 ชวนให้ใช้ชีวิตแบบก้าวไปข้างหน้าสู่เป้าหมายด้วยความหวัง โดยไม่ต้องเปรียบเทียบความเร็วและความสำเร็จของตัวเองกับคนอื่น
สรุปเนื้อหาจากหนังสือ
-หน้าที่ของเราคือการพาตัวเองไปอยู่ในผืนดินที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถเติบโตและเบ่งบานตามศักยภาพของตนเองได้
-ความคิดกำหนดตัวตน หากเราคิดว่าตัวเองย่ำแย่ พฤติกรรมก็จะคล้อยตามความเชื่อนั้น ดังนั้นควรใจดีกับตัวเองและเลิกใช้คำพูดเป็นพิษทำร้ายจิตใจ
-ความสำเร็จไม่มีค่าเฉลี่ย คนที่เดินเร็วกว่าไม่ได้แปลว่าจะมีความสุขมากกว่าเสมอไป ที่สำคัญคือช่วงเวลาผลิบานของแต่ละคนนั้นแตกต่างกัน
เป็นเล่มที่อ่านแล้วให้ความรู้สึกเหมือนการเปิดม่านให้แสงสว่างส่องเข้ามาในจิตใจที่มืดทึบ ช่วยให้เรารู้สึกว่าไม่ได้เดินทางอยู่บนโลกใบใหญ่ที่แสนวุ่นวายเพียงลำพัง ใครกำลังต้องการหนังสือที่เต็มไปด้วยถ้วยคำดีๆ ที่เป็นเหมือนแสงแดดละมุนฮีลใจ เราแนะนำเล่มนี้ค่ะ
หนังสือเล่มนี้รวบรวม 50 ข้อคิดจากประสบการณ์ชีวิตและการพบปะผู้คนหลากหลายของนักเขียนชาวไทย คุณโจ้ ธนา เธียรอัจฉริยะ เนื้อหาหลักของหนังสือคือ ชวนให้ผู้อ่านโอบรับความผิดพลาดและความไม่สมบูรณ์แบบของชีวิต คำว่า JOMO ย่อมาจาก Joy of Missing Out (ความสุขจากการเลือกที่จะ "พลาด" บางอย่างไปบ้าง เพื่อรักษาความสงบในใจและจดจ่อกับสิ่งที่สำคัญจริงๆ) ซึ่งเป็นขั้วตรงข้ามของ FOMO หรือ Fear of Missing Out
(ความกลัวที่จะตกกระแส กลัวพลาดข่าวสาร หรือกลัวไม่ได้เป็นเหมือนคนอื่น)
ข้อคิดจากหนังสือที่เราชอบและอยากแชร์
-ความสำเร็จไม่ได้มีสูตรเดียว อย่าไปยึดติดกับความสำเร็จของคนอื่น จนลืมมองความสุขเล็กๆ ในแบบของเราเอง
-อนุญาตให้ตัวเองไม่รู้ หรือทำพลาดบ้าง เพราะการยอมรับความไม่สมบูรณ์แบบจะช่วยให้เรามีสุขภาพจิตที่ดีขึ้น
-ความโชคดีคือการเตรียมพร้อม + โอกาส ลองฝึกเป็นคนสังเกตและคว้าโอกาสเล็กๆ รอบตัว มากกว่าการนั่งรอโชคชะตา
-ใจดีกับตัวเอง ในวันที่เหนื่อยล้า การได้หยุดพักหรือปฏิเสธบางอย่าง ไม่ใช่เรื่องผิด แต่คือการรักษาใจให้ไปต่อได้ยาวๆ
เป็นหนังสือที่นำเสนอหลักการน่าสนใจสำหรับใครที่อยากลองเปลี่ยนมุมมองการใช้ชีวิตจากการ "ต้องมีเพิ่ม" เป็นการ "คัดออก" เพื่อความสุขที่เรียบง่ายในชีวิตค่ะ
หนังสือความเรียงเชิงจิตวิทยาที่เขียนโดย INFJ BORA นักวาดภาพประกอบชาวเกาหลีใต้ มีเนื้อหาปลอบประโลมใจและให้กำลังใจสำหรับคนคิดมาก หรือรับรู้ความรู้สึกได้ไว (Highly Sensitive Person - HSP) อีกทั้งในเล่มยังมีหัวข้อกิจกรรมท้ายบทให้ผู้อ่านได้ลองประเมินและพูดคุยกับตัวเองในแง่มุมต่างๆ เช่น ความสัมพันธ์ การทำงาน และความฝัน อีกด้วยค่ะ
สรุปเนื้อหาจากหนังสือ
สะท้อนภาพชีวิตของคนที่แบกรับเรื่องราวต่างๆ มากเกินไปจนหมดแรง แต่ก็ยังพยายามอย่างมากที่จะเอาชนะหรือกดดันตัวเอง ผู้เขียนเปรียบเปรยถึงความปรารถนาที่จะมีสวิตช์ ไว้เพื่อปิดพักความคิดที่ทำให้หัวใจเตลิดเปิดเปิง และพาให้เรากลับมาสำรวจเส้นทางจิตใจของตนเอง ลดความกังวลต่อการเป็นตัวเองของตัวเอง และเรียนรู้ที่จะใจดีกับตัวเองมากขึ้น ที่เราชอบมากที่สุดคือแนวคิดเรื่องการคายความรู้สึกแย่ๆ ออกมา เพราะแทนที่จะสะสมไว้จนทนไม่ไหว การระบายความในใจออกมาบ้างจะช่วยให้เรามีพื้นที่พอไว้สำหรับตักตวงความสุขใส่ใจได้มากขึ้นค่ะ
เป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีบุคลิกแบบ Introvert, INFJ หรือใครก็ตามที่รู้สึกว่าตัวเองแบกรับความคาดหวังและคำพูดคนรอบข้างจนหัวใจไม่มีความสุขหรือไม่เป็นตัวของตัวเอง อ่านเล่มนี้แล้วจะได้คำแนะนำดี ๆ กลับมาปรับใช้กับตัวเองแน่นอน
เพราะความมั่นใจไม่ใช่สิ่งที่ติดตัวมาแต่เกิด แต่เป็นทักษะที่ฝึกฝนได้ผ่านการเปลี่ยน Mindset และพฤติกรรม หนังสือผลงานการเขียนจาก คุณ Roxie Nafousi ผู้เขียนหนังสือปกส้มสุดจี๊ดติดอันดับขายดีอย่างเล่ม Manifest จะพาเราไปล้วงลึกตั้งแต่ระดับจิตใจว่าเพราะสาเหตุอะไรเราถึงไม่มั่นใจและไม่เชื่อมั่นในตนเอง
สรุปเนื้อหาจากหนังสือ
-จัดการความคิด ตระหนักรู้ว่า เราไม่ใช่ความคิดของเรา บางครั้งจิตใจเราก็หลอกเราด้วยความคิดลบ ดังนั้นจึงควรฝึกควบคุมบทสนทนาในใจ โดยเฉพาะการไม่เชื่อเสียงวิจารณ์ตัวเอง และเปลี่ยนมาเชื่อพลังบวกในใจของเรา
-ลงมือทำอย่างมีจุดมุ่งหมาย เพราะความมั่นใจเกิดจากการลงมือทำตามคำพูดตัวเอง การสร้างกิจวัตรประจำวันที่ดี เช่น การจดบันทึก หรือการรักษาสัญญาเล็กๆ กับตัวเอง จะช่วยสร้างความเคารพในตัวเองให้มากขึ้น
-เลิกพยายามทำให้ทุกคนพอใจ การแสวงหาการยอมรับจากคนอื่นจะกลบตัวตนที่แท้จริงของเรา ให้ยอมรับความจริงว่าเราไม่สามารถทำให้ทุกคนพอใจได้ และเลิกเก็บปฏิกิริยาของคนอื่นมาเป็นเรื่องส่วนตัว
-ปลดปล่อยตัวเองจากการเปรียบเทียบ เลิกเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นในโซเชียลมีเดีย และหันมาโฟกัสที่การเติบโตและการเดินทางของตัวเองเท่านั้น
-เฉลิมฉลองให้ตัวเอง ยินดีและให้ความสำคัญกับ "ชัยชนะเล็กๆ" ในทุกวัน การเห็นคุณค่าในสิ่งที่ตัวเองทำได้ดีจะช่วยสะสมความภาคภูมิใจเป็นรากฐานของความมั่นใจ
-ทำเรื่องยากๆ เช่น การก้าวออกจากพื้นที่ปลอดภัยและเผชิญหน้ากับความท้าทาย ความกล้าหาญที่เกิดจากการก้าวผ่านความกลัวจะเปลี่ยนเป็นความมั่นใจที่ยั่งยืน
-ช่วยเหลือผู้อื่น การมองข้ามความกังวลของตัวเองไปสู่การช่วยเหลือผู้อื่นจะช่วยลดความประหม่า และทำให้เรารู้สึกถึงคุณค่าของตัวเอง
-เป็นตัวเองในแบบที่ดีที่สุด ยอมรับความเป็นตัวเองอย่างไม่กังขา และพัฒนาศักยภาพตัวเองจนเป็นเวอร์ชันที่น่าภูมิใจที่สุด ที่สำคัญคือใช้ชีวิตอย่างซื่อสัตย์ต่อตัวเอง
อย่าลืมว่าความมั่นใจที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องเฉิดฉายหรือสมบูรณ์แบบ แต่คือการเรียนรู้ที่จะเชื่อใจและให้เกียรติในคุณค่าของตัวเอง แม้ในวันที่เรารู้สึกไม่มั่นใจเลย อ่านเล่มนี้แล้วจะรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้นแน่นอนค่ะ
การสร้างความภาคภูมิใจในตัวเอง ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงชั่วข้ามคืน แต่มันคือการเดินทางระยะยาวที่ต้องอาศัยความอดทนและความใจดีต่อตัวเอง หากวันไหนที่รู้สึกเหนื่อยล้าหรือความมั่นใจสั่นคลอน ลองหยิบหนังสือเหล่านี้ขึ้นมาอ่านทบทวนอีกครั้ง ให้ตัวอักษรคอยย้ำเตือนว่า เราดีพอและคู่ควรกับสิ่งดีๆ เสมอ ขอให้หนังสือเหล่านี้ เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ครั้งใหม่ระหว่างเพื่อน ๆ กับตัวเองที่แน่นแฟ้นกว่าเดิมนะคะ
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน