กลิ่นกระดาษที่คุ้นเคย และหนังสือมากมายในเทศกาลที่เหล่านักอ่านรอคอย ได้กลับมาอีกครั้งแล้ว! กับงานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ครั้งที่ 54 โดยในปีนี้ มาในธีมบรรยากาศสดใสสไตล์ City Pop ให้เพื่อนๆ ได้เดินเพลินตลอด 12 วันเต็ม ภายใต้แนวคิดสุดจึ้ง Read The Legend ชวนนักอ่านทุกคนมาปัดฝุ่นจินตนาการและร่วมสร้างตำนานบทใหม่ไปพร้อมกับหนังสือกว่า 10 ล้านเล่ม!
และสำหรับปีนี้ บูธ B2S หมายเลข J50 ของเรามาในธีม “อ่านวอร์มอัพ” ที่จะพานักอ่านที่น่ารัก ไปอ่านหนังสือเพื่อออกกำลังสมอง ออกกำลังสายตา ออกกำลังหัวใจกันให้ฉ่ำรับหน้าร้อนนี้ค่ะ
ซึ่งในบทความนี้ B2S CLUB ก็ขอเลือกหนังสือดีๆ หลากหลายประเภทมาให้ทุกคนได้จดเข้าชอปปิ้งลิสต์กันก่อนไปช็อปจริงในวันงานค่ะ ถ้าพร้อมแล้ว เราไปอ่านรีวิวอุ่นเครื่องกันได้เล้ยย
หนึ่งในหนังสือรวมเรื่องสั้นแนวเขย่าขวัญและหักมุมระดับตำนานของ สรจักร ศิริบริรักษ์ ผู้ได้รับฉายาว่าเป็น "สตีเฟน คิง เมืองไทย" หนังสือเล่มนี้เป็นส่วนหนึ่งของซีรีส์ชุด "ศพ" ที่ไม่ได้นำเสนอเพียงเรื่องราวสยองขวัญหรือเรื่องผีแบบทั่วไป แต่ประกอบไปด้วยส่วนประกอบที่น่าสนใจไม่ว่าจะเป็น เรื่องสั้นแต่ละเรื่องมักจะปูเรื่องมาให้ผู้อ่านคาดเดาไปในทิศทางหนึ่ง ก่อนจะจบลงด้วยความจริงที่คาดไม่ถึง หรือด้านมืดของจิตใจมนุษย์ สรจักรเชี่ยวชาญในการหยิบยกสัญชาตญาณ ความโลภ ความแค้น และความวิปริตของจิตใจคนมาผูกเป็นเรื่องราว ที่ขาดไม่ได้ คือความสมจริงและการจิกกัดสังคม หลายเรื่องสะท้อนภาพสังคมไทยและพฤติกรรมมนุษย์ที่ล้วนซ่อนความมืดไว้ในจิตใจ
จุดเด่นของเล่มนี้
เป็นหนังสือสยองขวัญจากนักเขียนไทย คุณภาพคับเล่มที่อยากแนะนำให้อ่าน รับรองว่าขนหัวลุกไม่แพ้หนังสือแปลจากต่างชาติแน่นอนค่า
นิยายแปลจากญี่ปุ่นแนว Cozy Mystery (สืบสวนสอบสวนแบบอบอุ่นหัวใจ) เขียนโดย ฟุชิโนะ มิจิรุ ที่มีเนื้อเรื่องผสมผสานการไขคดีฆาตกรรมปริศนา เข้ากับบรรยากาศการทำอาหารเช้าที่ชวนน้ำลายสอ
หนังสือเล่าเรื่องราวของ สุงิอิชิ นาโอะ แพทย์นิติเวชหนุ่มที่ใช้ชีวิตอยู่กับศพเพื่อชดใช้ความผิดในอดีตที่เขาเคยถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรทำให้ผู้ป่วยเสียชีวิต วันหนึ่งเขาได้รับฝาก "สิ่งของ" อย่างหนึ่งจากผู้มีพระคุณก่อนเสียชีวิต แต่ปรากฏว่าสิ่งนั้นคือ ชิริกะ เด็กหนุ่มปริศนาที่มีประสาทสัมผัสเหนือมนุษย์และชอบตื๊อให้นาโอะกินมื้อเช้าด้วยกันเสมอ
สำหรับเล่มนี้จะเน้นถ่ายทอดเรื่องราวพัฒนาการความสัมพันธ์ระหว่างนาโอะ หมอนิติเวชผู้เย็นชาและมีแผลใจ กับชิริกะ เด็กหนุ่มลึกลับผู้ร่าเริง ส่วนตัวเราว่าพล็อตเรื่องเล่มนี้แปลกใหม่และน่าสนใจ เหมาะกับใครที่อยากอ่านเรื่องราวการสืบสวนสอบสวนแบบเบาๆ แต่ก็ยังมีอะไรให้ใจเต้นค่ะ
ชุดหนังสือรวมผลงานมหากาพย์กรีกโบราณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ โฮเมอร์ (Homer) ซึ่งถือเป็นรากฐานของวรรณกรรมตะวันตก โดยในชุดจะประกอบด้วย 2 เล่มหลักที่มีเนื้อหาต่อเนื่องกันดังนี้
1. มหากาพย์อิเลียด (The Iliad)
เนื้อหาหลักจะเล่าถึงเรื่องราวสงครามกรุงทรอย (Trojan War) ในช่วงปีที่ 10 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายของสงคราม
ประเด็นสำคัญของเล่มนี้เน้นไปที่ความโกรธแค้นของอคิลลีส (The Wrath of Achilles) วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดของฝ่ายกรีก และการปะทะกันระหว่างนักรบกับเหล่าเทพเจ้าปกรณัมกรีกที่เข้ามาแทรกแซงสงคราม ซึ่งบรรยากาศในเรื่องเต็มไปด้วยการสู้รบ การชิงไหวชิงพริบ และโศกนาฏกรรมในสนามรบ
2. มหากาพย์โอดิสซีย์ (The Odyssey)
เนื้อหาเล่มนี้เป็นภาคต่อที่เล่าเรื่องราวการเดินทางกลับบ้านของ โอดิสซูอุส (Odysseus) กษัตริย์แห่งอิธากา หลังสิ้นสุดสงครามกรุงทรอย
ประเด็นสำคัญของเล่มนี้ คือการผจญภัยที่ยาวนานถึง 10 ปี ซึ่งโอดิสซูอุสต้องเผชิญกับอุปสรรคมากมาย ทั้งสัตว์ประหลาด (เช่น ไซคลอปส์) คำสาปของเทพเจ้า และไซเรน ในขณะที่ภรรยาของเขา (เพเนโลพี) ต้องคอยรับมือกับเหล่าชายที่มาตามจีบเพื่อหวังชิงบัลลังก์ที่บ้านเกิด บรรยากาศในเล่มเน้นการผจญภัย การใช้สติปัญญาเอาตัวรอด และการรอคอยอย่างมีความหวัง
จุดเด่นของ Box Set นี้ คือความสนุก ครบรส เพราะเราจะได้อ่านทั้งจุดเริ่มต้นของสงครามและการเดินทางที่เป็นบทสรุปของวีรบุรุษ นอกจากนี้ ยังเป็นหนังสือที่มีคุณค่าทางวรรณกรรม ได้รับการยอมรับว่าเป็น "บรรพบุรุษแห่งวรรณกรรม" และเป็นขุมทรัพย์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมกรีกอีกด้วยค่ะ
ผลงานสร้างชื่อของนักเขียนนามปากกา กัลฐิดา สำหรับนิยายแฟนตาซีชุดนี้ ถือเป็นระดับตำนานของนิยายแฟนตาซีไทยที่ครองใจนักอ่านมาอย่างยาวนาน โดยในชุด Box Set ภาคหลักจะประกอบด้วย 5 เล่ม
เรื่องราวเริ่มจาก เฟริน (เฟลิโอน่า) เด็กสาวที่เติบโตมาในโลกมนุษย์ธรรมดา จนกระทั่งวันหนึ่งเธอถูกดึงตัวเข้าไปสู่ "เซวีน่า" มหานครแห่งมนตราที่มีความลับมากมายและพลังธาตุทั้ง 7 เธอต้องเข้าเรียนในโรงเรียนเวทมนตร์ และพบว่าตัวเองมีความเกี่ยวข้องกับคำทำนายและโชคชะตาของอาณาจักร
สรุปเนื้อหาแต่ละเล่ม
เล่ม 1 การกลับมาของบุคคลแห่งคำทำนาย: เฟรินเดินทางเข้าสู่เซวีน่า เริ่มต้นชีวิตในโรงเรียนเวทมนตร์ และทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ มีกลุ่มตัวเอก 7 คน
เล่ม 2 บทพิสูจน์ความสามารถ: เน้นการฝึกฝนและการทดสอบเพื่อก้าวสู่การเป็นผู้พิทักษ์ ความสัมพันธ์ของตัวละครเริ่มชัดเจนขึ้น
เล่ม 3 นครแห่งมนตรา: เจาะลึกเรื่องราวของดินแดนเซวีน่า และการเผชิญหน้ากับอุปสรรคที่ใหญ่ขึ้นเพื่อปกป้องอาณาจักร
เล่ม 4 การทดสอบของอัญมณี: ภารกิจตามหาและพิสูจน์ตนเองผ่านอัญมณีศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของพลังเวทมนตร์
เล่ม 5 ปริศนาทรายสีทอง: บทสรุปของการต่อสู้และการคลายปมทุกอย่างที่ปูมาตั้งแต่ต้นในเล่มแรก
จุดเด่นของชุดนี้คือ ผู้เขียนสร้างโลกเซวีน่าได้เห็นภาพชัดเจน มีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ของตัวเอง และการถ่ายทอดเรื่องราวของระบบเวทมนตร์ที่ละเอียด มีการแบ่งธาตุและพลังอย่างเป็นระบบ (ดิน น้ำ ลม ไฟ ไม้ ทอง มืด/แสง)
สุดท้ายคือให้ข้อคิดเกี่ยวกับมิตรภาพและการเติบโตของตัวละคร ผู้อ่านจะได้เห็นตัวละครทั้ง 7 คนเติบโตไปพร้อมๆ กัน มีทั้งความรัก ความผูกพัน และการเสียสละนั่นเองค่ะ
เป็นหนังสือที่นำเสนอวิทยาศาสตร์ของการเปลี่ยนแปลง ผ่านมุมมองของโครงสร้างเครือข่ายสังคม ผู้เขียนอธิบายว่าการกระจายข้อมูลนั้นเหมือนไวรัส ที่แพร่กระจายผ่านคนแปลกหน้าหรือคนรู้จักห่าง ๆ ได้ง่าย แต่การเปลี่ยนพฤติกรรมที่ซับซ้อน ต้องการการยืนยันจากคนรอบข้างหลาย ๆ แหล่งพร้อมกัน
หนังสือท้าทายความเชื่อเดิมที่ว่า การเริ่มจากคนดังจะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ดีที่สุด ในทางกลับกัน การเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนมักเริ่มจากคนธรรมดา ที่มีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นและอยู่ในกลุ่มที่มีความสนใจหรือลักษณะคล้ายคลึงกัน ซึ่งสร้างแรงจูงใจให้คนในกลุ่มเดียวกันทำตามได้มากกว่า
ในเล่มได้สรุปหลักการสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในวงกว้าง ดังนี้
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้พูดถึงแค่เรื่อง Mindset หรือนิสัยส่วนตัว แต่เน้นไปที่ "วิทยาศาสตร์ของโครงสร้างสังคม" ที่ช่วยให้ผู้นำ นักการตลาด หรือผู้ที่ต้องการสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคม เข้าใจกลไกการแพร่กระจายของนวัตกรรมและพฤติกรรมใหม่อย่างเป็นระบบได้ค่ะ
หนังสือฮีลใจสายพัฒนาตนเองที่เน้นเรื่อง Mindset ความมั่งคั่ง โดยไม่ต้องตะบี้ตะบันทำงานหนักจนร่างพัง เนื้อหาเน้นให้เรารู้จักโฟกัสความรู้สึก การมีอยู่ในปัจจุบันขณะ เป็นการฝึกจิตใจให้โฟกัสที่สิ่งที่มี แทนที่จะไปจมปลักกับสิ่งที่ขาด เช่น เวลาจ่ายเงินซื้อกาแฟ แทนที่จะเสียดายเงินที่เสียไป ให้รู้สึกดีว่า "ฉันมีเงินพอที่จะซื้อกาแฟแก้วนี้มาดื่ม"
สรุปข้อคิดที่น่าสนใจจากเล่ม
-กฎของการดึงดูดความมั่งคั่ง
เปลี่ยนคลื่นพลังงาน: ความรู้สึกขาด (Lack) จะดึงดูดความขัดสน แต่ความรู้สึกว่ามี (Having) จะสร้างคลื่นพลังงานบวกที่ดึงดูดโชคลาภและโอกาสเข้ามาหาเรา
แยกแยะความต้องการ: หนังสือสอนให้เช็กความรู้สึกตอนจะจ่ายเงิน ถ้าเป็น "ความต้องการที่แท้จริง" เราจะรู้สึกสบายใจและเป็นสุข (Green Light) แต่ถ้าเป็นความอยากประชดประชันหรือฟุ่มเฟือยโดยใช่เหตุ เราจะรู้สึกอึดอัด (Red Light)
หนังสือที่เน้นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวเอง เพื่อเป็นรากฐานสู่ความสุขและการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับผู้อื่น เขียนโดยนักเขียนไทย นามปากกา “คิดมาก”
ในเล่มเปรียบเปรยว่า ในชีวิตเราอาจมีเพื่อนสนิทหลายคน แต่เรามักลืมเพื่อนที่สำคัญที่สุดไป นั่นคือ "ตัวเราเอง" เนื้อหาจะพาผู้อ่านไปทำความรู้จัก ยอมรับ และรักในสิ่งที่เป็น โดยแบ่งออกเป็น 4 ส่วนหลักเพื่อให้เราค่อยๆ ปรับมุมมองที่มีต่อตนเอง
ข้อคิดจากหนังสือ
-ความสัมพันธ์ที่สำคัญที่สุดคือความสัมพันธ์กับตัวเอง หากเราไม่รู้จักหรือรักตัวเองก่อน ก็ยากที่จะไปเข้าใจหรือรักคนอื่นได้อย่างแท้จริง
-เปิดใจและรับฟังเสียงข้างใน เริ่มต้นง่ายๆ เหมือนการทำความรู้จักเพื่อนใหม่ คือการยอมรับฟังความรู้สึกและเสียงในใจของตัวเองบ้าง
-การอยู่คนเดียวไม่ได้เท่ากับความเหงา เราสามารถมีความสุขได้แม้ในยามที่อยู่ลำพัง หากเรา "สนิท" กับตัวเองมากพอ
-มองโลกในแง่บวกและเห็นคุณค่าตัวเอง พลังบวกจากภายในจะกลายเป็นแรงผลักดันให้เราสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง
-รักตัวเองในแบบที่เป็น ยอมรับทั้งจุดดีและจุดด้อย โดยไม่ต้องพยายามทำตัวให้สมบูรณ์แบบตามความคาดหวังของผู้อื่น
หนังสือเล่มนี้เหมาะมากสำหรับใครที่รู้สึกเหนื่อยล้าจากการพยายามทำให้คนอื่นพอใจ หรือคนที่ต้องการหาความสงบสุขในใจจากภายในตนเอง
เป็นหนังสือที่เน้นการปลอบประโลมและฮีลใจ โดยให้แง่คิดเกี่ยวกับการหันกลับมารักและให้เกียรติความรู้สึก เตือนให้เราหันกลับมารักและเห็นอกเห็นใจตัวเอง หนังสือเล่มนี้ก็เป็นผลงานจากปลายปากกาของคุณคิดมากเช่นเดียวกัน โดยเล่มนี้มุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อตนเอง มีประเด็นสำคัญโดยเราได้สรุปมาให้ดังนี้ค่ะ
-การยอมรับตัวเอง เรียนรู้ที่จะยอมรับว่าตัวเราไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ และความผิดพลาดคือส่วนหนึ่งของชีวิต
-การสร้างความสุขด้วยตัวเอง ไม่เอาความสุขของตนเองไปฝากไว้ที่คนอื่น และเรียนรู้ที่จะมีความสุขกับสิ่งเล็ก ๆ รอบตัว
-การเลิกเปรียบเทียบ ลดการนำชีวิตตนเองไปเปรียบเทียบกับคนอื่น เพราะแต่ละคนมีจังหวะชีวิตที่ต่างกัน
-การให้กำลังใจตัวเอง ในวันที่เหนื่อยล้าหรือเผชิญอุปสรรค จงเป็นคนแรกที่ปลอบโยนและเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง
เป็นเล่มที่อยากแนะนำสำหรับใครที่กำลังรู้สึกว่ากำลังเคี่ยวเข็ญตัวเองมากเกินไป อยากหันกลับมาใส่ใจและรักตัวเองมากขึ้น รับรองว่าอ่านแล้วได้ข้อคิดดีๆ กลับไปแน่นอนค่ะ
หนึ่งในหนังสือชุด 10 นาทีอ่านสนุก จาก สำนักพิมพ์ซีเอ็ด (SE-ED) ที่ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการอ่านสำหรับเด็กในระยะเวลาสั้นๆ ใช้ภาษาที่เข้าใจง่าย มีภาพประกอบขนาดใหญ่ เหมาะสำหรับอ่านให้เด็กฟังหรือให้เด็กฝึกอ่านด้วยตนเองเพื่อสร้างนิสัยรักการอ่าน
เนื้อเรื่องย่อ
ยักษ์อ้วนมีอาการปวดหลังเรื้อรังอย่างหนัก เพื่อนสัตว์ต่างๆ ทั้งไดโนเสาร์ ช้าง และพญานาค ต่างพยายามช่วยกันนวดและรักษาด้วยวิธีต่างๆ แต่ยักษ์อ้วนก็ยังไม่หายปวด ยักษ์อ้วนจึงตัดสินใจประกาศหา "หมอวิเศษ" มารักษา จนกระทั่งวันหนึ่ง มีนกปีกกว้างบินมาหา และอ้างว่าเป็นหมอวิเศษแห่งท้องฟ้า โดยมีเงื่อนไขว่ายักษ์อ้วนต้องทำตามคำแนะนำทุกอย่าง ซึ่งนิทานจะพาเด็กๆ ไปลุ้นว่าวิธีรักษาของนกปีกกว้างคืออะไร และยักษ์อ้วนจะหายปวดหลังได้อย่างไร
จุดเด่นของเล่มนี้คือ ออกแบบมาเพื่อส่งเสริมบุคลิกภาพและการเรียนรู้สำหรับเด็กผ่านเนื้อเรื่องที่สนุกสนานและภาพประกอบสีสันสดใสค่ะ
เป็นหนึ่งในชุด 10 นาทีอ่านสนุกเช่นกัน โดยในหนังสือชุดนี้จะมีเรื่องราวหลากหลายแตกต่างกันไป สำหรับเล่มนี้จะเป็นเรื่องราวของ โป้ง เด็กชายที่ชอบทำตัวเกเรและมีนิสัยชอบกินถั่วลิสงคั่วเป็นอย่างมาก วันหนึ่งโป้งได้พบกับคุณยายแปลกหน้าที่มาขายถั่วต้ม เขาจึงตัดสินใจซื้อมากิน โดยหารู้ไม่ว่าถั่วเหล่านั้นคือถั่ววิเศษ ทุกครั้งที่โป้งกินถั่วต้มวิเศษเข้าไป พฤติกรรมของเขาจะเปลี่ยนไปอย่างไม่น่าเชื่อ แม้ในใจจะคิดอยากเกเร แต่ถั่วจะทำให้เขาแสดงพฤติกรรมในทางที่ดีออกมาแทน
เป็นการนำเสนอการผจญภัยและบทเรียนที่ทำให้โป้งได้เรียนรู้ถึงผลของการทำความดีและการมีนิสัยที่น่ารัก เหมาะสำหรับอ่านให้เด็กๆ ฟังเป็นนิทานสอนใจและให้ข้อคิดค่ะ
เรื่องราวปัญหาสุดอลวลของ เจ้าจิ๋ว ต้นไม้ขนาดเล็กที่อาศัยอยู่ในสวนมหัศจรรย์อันแออัด แต่มันไม่สามารถเติบโตได้ทันต้นไม้อื่นๆ เพราะโดนบังแสงแดดจนหมด เจ้าจิ๋วตัดสินใจออกจากสวนเพื่อไปหาที่อยู่ใหม่ที่มีแสงแดดอบอุ่นเพียงพอสำหรับการเติบโต ระหว่างทางมันได้ไปขออาศัยอยู่กับทั้งเศรษฐีและพ่อค้า แต่กลับถูกปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใยเพราะพวกเขามองว่ามันเป็นเพียงต้นไม้เล็กๆ ที่ไม่มีค่า ในที่สุดโชคก็เข้าข้าง เมื่อหนูโบ ลูกสาวชาวสวนผู้มีจิตใจเมตตาและรักต้นไม้ผ่านมาเจอเข้า เธอจึงเก็บเจ้าจิ๋วไปปลูกและดูแลเป็นอย่างดี ด้วยความรักและการดูแลจากหนูโบ เจ้าจิ๋วจึงเติบโตขึ้นและกลายเป็น "ต้นไม้มหัศจรรย์หนึ่งเดียวในโลก" ที่สร้างความประหลาดใจให้ทุกคน
สำหรับเล่มนี้ จะเป็นนิทานที่เน้นให้เด็กๆ เห็นถึงผลของการมีจิตใจเมตตาและการแบ่งปันเหมือนอย่างหนูโบ และยังสื่อให้เห็นว่าแม้จะเริ่มต้นจากการเป็นสิ่งเล็กๆ หรือถูกปฏิเสธ แต่หากได้รับโอกาสและการดูแลที่เหมาะสม ก็จะสามารถเติบโตเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่และมีค่าได้
สำหรับเล่มนี้ จะเน้นสอนเรื่องการจัดการอารมณ์และมิตรภาพ โดยมีตัวละครหลักอย่างเจ้ายีราฟน้อยชื่อ คอยาว ซึ่งมีนิสัยอารมณ์ร้ายและมักจะแสดงความหงุดหงิด คอยาวชอบอารมณ์เสียใส่เพื่อนสัตว์ตัวอื่นๆ อยู่เสมอ วันหนึ่งคอยาวประสบอุบัติเหตุพลัดตกลงไปในบ่อทรายดูด ทำให้เขาต้องพยายามหาทางขึ้นและขอความช่วยเหลือจากผู้อื่น เหตุการณ์คับขันนี้กลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้คอยาวได้เรียนรู้บทเรียนสำคัญ และเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อที่จะกลายเป็นที่รักของเพื่อนสัตว์ในป่า
จุดเด่นของเล่มนี้คือข้อคิดที่จะช่วยให้เด็กๆ รู้จักการจัดการอารมณ์เชิงลบ ความหงุดหงิด และเข้าใจเรื่องมิตรภาพ ใช้ภาษาในการเล่าเรียบง่าย ภาพประกอบ 4 สีสวยงามม
หนังสือแนวจิตวิทยาและการพัฒนาตนเองที่นำเสนอเรื่องราวของน้ำตา ในมุมมองใหม่ โดยเปลี่ยนทัศนคติจากการมองว่าการร้องไห้คือสัญญาณของความอ่อนแอ ให้กลายเป็นพลังที่ช่วยเยียวยาและทำให้เราเติบโต
หนังสือเล่มนี้รวบรวมข้อมูลหลากหลายมิติเพื่ออธิบายว่าทำไมมนุษย์ถึงต้องร้องไห้ อธิบายกลไกของน้ำตาและพลังของการเยียวยาผ่านข้อมูลเชิงวิชาการที่ย่อยง่าย ผู้เขียนถ่ายทอดเรื่องราวผ่านภาพประกอบที่สวยงามและเข้าถึงอารมณ์ ชี้ให้เห็นว่าน้ำตาคือเครื่องมือสำคัญในการจัดการกับความโศกเศร้า ความเจ็บปวด หรือแม้แต่ความสุขล้น เพื่อให้เราเข้าใจตัวเองและก้าวข้ามอุปสรรคทางใจได้
สรุปประเด็นสำคัญจากหนังสือ
-น้ำตาคือเครื่องมือทางธรรมชาติ การร้องไห้ไม่ใช่เรื่องผิดปกติ แต่เป็นกลไกสำคัญที่ช่วยให้มนุษย์เกิดความเห็นอกเห็นใจกันมากขึ้น (Empathy)
-มนุษย์คือสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่ร้องไห้จากอารมณ์ เราเป็นสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์เดียวที่หลั่งน้ำตาออกมาเพราะความรู้สึก ไม่ใช่เพียงแค่ปฏิกิริยาทางกายภาพเพื่อล้างตาเท่านั้น
-พลังแห่งการเยียวยา น้ำตาเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยให้เราก้าวข้ามผ่านความเจ็บปวด ความเศร้า หรือแม้แต่ความสุขที่ล้นปรี่ ทำให้หัวใจเบาขึ้นและช่วยให้เราเติบโตไปสู่ประสบการณ์ที่ล้ำค่า
-สำรวจผ่านหลายมุมมอง หนังสือเล่มนี้ไม่ได้พูดถึงแค่เรื่องอารมณ์ แต่ยังพาไปสำรวจข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ เช่น น้ำตามีองค์ประกอบอะไรบ้าง, จิตวิทยา, ประวัติศาสตร์, และ สังคม ที่มีต่อการร้องไห้
-การปลดปล่อยตัวตน การกล้าร้องไห้คือการยอมรับความเปราะบางของตนเอง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของการเข้าใจอารมณ์ที่ลึกล้ำที่สุด
เป็นเล่มที่เราชอบมากๆ เพราะภาพประกอบในเล่มสวยงาม อ่านง่าย แนะนำคนที่มักถูกกล่าวหาว่าเป็นคนเจ้าน้ำตาหรืออ่อนไหวง่าย มักจะพยายามกลั้นน้ำตาไว้เพราะกลัวจะดูอ่อนแอในสายตาผู้อื่น หรือใครที่ชอบหนังสือภาพที่อ่านสนุก สวยงาม และช่วยฮีลใจ ต้องไม่พลาดเล่มนี้ค่ะ
เป็นหนังสือภาพ Graphic Novel/Manga ที่ถ่ายทอดเรื่องราวความอบอุ่นของการใช้ชีวิตในบ้านได้อย่างละมุนใจ บอกเล่าชีวิตประจำวันของคน 5 คนในบ้าน 5 หลังที่แตกต่างกัน ซึ่งแต่ละหลังสะท้อนตัวตนของเจ้าของบ้านได้ชัดเจน แต่ละคนมีความสุขเล็กๆ ในพื้นที่ของตัวเอง เช่น การกินมื้อเช้า การดื่มกาแฟ การนอนห่มผ้าดูหนังเรื่องโปรด หรือการจัดมุมอ่านหนังสือ หนังสือเล่มนี้โดดเด่นด้วยภาพวาดลายเส้นที่ละเอียดและอบอุ่น แสดงให้เห็นถึงการตกแต่งห้องและกิจวัตรที่เรียบง่ายแต่พิเศษ
แก่นของเรื่องไม่ได้สอนวิธีแต่งบ้านแบบมืออาชีพ แต่สอนให้เรารู้จักใช้ชีวิตในบ้าน ผ่านกิจวัตรที่ดูธรรมดา ผู้เขียน อิดะ ชิอากิ ใส่รายละเอียดในภาพวาดเยอะมาก ตั้งแต่ลวดลายบนแก้วกาแฟ แสงแดดที่ส่องผ่านหน้าต่าง ไปจนถึงตำแหน่งการวางของจุกจิก ซึ่งทำให้ผู้อ่านรู้สึกเหมือนได้เข้าไปนั่งอยู่ในห้องนั้นจริงๆ
เป็นหนังสือที่อ่านแล้วจะทำให้อยากลุกขึ้นมาจัดบ้าน ชงชาสักแก้ว และรู้สึกขอบคุณพื้นที่เล็กๆ ที่เรียกว่าบ้านมากขึ้น
เพราะการอ่านคือการออกกำลังใจที่ดีที่สุด มาเริ่มวอร์มอัพ ขยับจินตนาการไปกับ B2S ได้ที่บูธ J50 ในงานหนังสือปีนี้ แล้วเพื่อนๆ จะรู้ว่า พลังของตัวอักษรช่วยเติมไฟให้ชีวิตได้มากกว่าที่คิด และไม่ว่าลิสต์ในมือจะยาวแค่ไหน หรือกองดองที่บ้านจะสูงเพียงใด หัวใจสำคัญของงานหนังสือไม่ใช่แค่การได้เลือกซื้อหรือครอบครอง แต่คือการได้ออกไปค้นพบโลกใบใหม่ ที่รอเราอยู่ในหน้ากระดาษ แล้วพบกันที่งานหนังสือนะค้า
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน