ทุกคนมีหนังสือเล่มโปรดประจำบ้านกันไหมคะ หนังสือที่มีเรื่องราวเหนือกาลเวลา เต็มไปด้วยเวทมนตร์ที่เชื่อมโยงคนทุกรุ่นในบ้านไว้ด้วยกัน หรือว่าจะเป็นหนังสือที่คนในครอบครัวอ่านให้ฟังก่อนนอน ได้ผจญภัยไปกับเหล่าตัวละครที่น่าตื่นเต้นและร่วมลุ้นจนนอนไม่หลับ สำหรับเรา หนังสือเหล่านั้นไม่ใช่แค่วรรณกรรมหรือนิทานก่อนนอน แต่คือกล่องความทรงจำที่ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมความผูกพันอันอบอุ่นระหว่างพ่อแม่และลูก และไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เรื่องราวของหนังสือเหล่านี้ยังคงเปี่ยมด้วยเสน่ห์ที่ทำให้ทุกคนในบ้านตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในบทความนี้ เราเลยจะมาจับมือชวนทุกคนไปร่วมย้อนวันวานและออกเดินทางไปในโลกจินตนาการที่ไม่มีวันเก่า กับวรรณกรรมคลาสสิกที่อยู่คู่คนในครอบครัวจากรุ่นสู่รุ่นกันค่ะ
ถ้าทุกคนพร้อมจะร่วมไปผจญภัยย้อนวันวานกันอีกครั้งแล้ว เราไปอ่านรีวิวพร้อมกันได้เลยยย
วรรณกรรมเยาวชนไทยระดับคลาสสิก ผลงานสร้างสรรค์ของ สุมาลี บำรุงสุข นักแปลวรรณกรรมชื่อดังชุด แฮร์รี่ พอตเตอร์ โดยหนังสือเล่มนี้ได้รับการคัดเลือกให้เป็น 1 ในหนังสือดี 100 ชื่อเรื่องที่เด็กและเยาวชนไทยควรอ่าน
หนังสือเล่มนี้เป็นภาคต่อของเล่ม "เรื่องของม่าเหมี่ยว" เล่าถึงชีวิตอันแสนซุกซนและแก่นแก้วของ ม่าเหมี่ยว เด็กหญิงวัยประถม ที่มักพาตัวเองและกลุ่มเพื่อนๆ ไปเจอกับเรื่องราวชวนปวดหัวและสถานการณ์สุดอลหม่านในชีวิตประจำวัน แต่เธอก็สามารถแก้ไขปัญหาเหล่านั้นได้ด้วยวิธีที่ชาญฉลาดและน่ารัก
ตัวอย่างวีรกรรมสุดแก่นของม่าเหมี่ยวและผองเพื่อน ได้แก่ การเขียนจดหมายส่งถึงนายกรัฐมนตรี แผนการแอบหนีโรงเรียนของเด็กชั้นประถม การเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดศึกขัดแย้งระหว่างสองโรงเรียน เป็นต้นค่ะ
เป็นเล่มที่นอกจากอ่านสนุก เต็มไปด้วยความสดใสน่ารักแล้ว ยังสะท้อนวิถีชีวิตยุคคลาสสิก ถ่ายทอดภาพจำและบรรยากาศการเล่นสนุกของเด็กไทยในยุคที่ยังไม่มีอินเทอร์เน็ตหรือสมาร์ตโฟน ช่วยส่งเสริมสถาบันครอบครัวโดยการสอดแทรกเรื่องราวความอบอุ่น ความเข้าใจระหว่างผู้ปกครองและเด็กๆ และยังช่วยฝึกทักษะการคิด เพราะมีเนื้อหาที่ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และไหวพริบในการแก้ปัญหานั่นเองค่ะ
วรรณกรรมคลาสสิกระดับโลกที่แทบทุกคนต้องเคยได้ยินชื่อลือนาม ว่าด้วยการมองโลกผ่านหัวใจอันบริสุทธิ์ของเด็ก และการวิพากษ์วิจารณ์ความไร้สาระของผู้ใหญ่ ที่มักยึดติดกับวัตถุและตัวเลขและหลงลืมความงดงามในวัยเด็กไป ปัจจุบันเจ้าชายน้อยถูกแปลไปแล้วกว่า 380 ภาษาทั่วโลก และในประเทศไทยเองก็มีหลากหลายปกจากหลากหลายสำนักพิมพ์ให้ได้สะสมกันอย่างจุใจทีเดียว
เนื้อเรื่องย่อ
นักบินคนหนึ่งเครื่องบินตกกลางทะเลทรายซาฮารา เขาได้พบกับเด็กชายผมทองปริศนาที่ขอให้เขาวาดรูปแกะให้ เด็กน้อยคนนี้คือ เจ้าชายน้อย เขามาจากดาวเคราะห์น้อย B-612 ดวงดาวเล็กๆ ที่มีภูเขาไฟขนาดจิ๋วและมีภัยคุกคามจากต้นเบาบับ บนดาวดวงนั้นมีดอกกุหลาบที่เขาหลงรักแต่เธอนิสัยหยิ่งผยองและเอาแต่ใจ ทำให้เจ้าชายน้อยเสียใจจนตัดสินใจออกเดินทางท่องเที่ยวเพื่อค้นหาความหมายของชีวิต ระหว่างการเดินทางเขาได้พบกับผู้ใหญ่แปลกๆ บนดาวต่างๆ ที่สะท้อนถึงกิเลสมนุษย์ เมื่อมาถึงโลกมนุษย์เขาได้พบกับสุนัขจิ้งจอก ที่สอนให้เขาเข้าใจคำว่า "ความสัมพันธ์" และ "ความรับผิดชอบ" ในตอนท้าย เจ้าชายน้อยยอมรับความตายจากพิษงูเพื่อทิ้งร่างกายและส่งจิตวิญญาณกลับไปหาดอกกุหลาบที่เขาคิดถึง
บทเรียนจากหนังสือ
-สิ่งสำคัญนั้นไม่อาจมองเห็นได้ด้วยดวงตา แต่ต้องมองด้วยหัวใจ
สุนัขจิ้งจอกสอนว่า เปลือกนอกหรือรูปลักษณ์ภายนอกไม่สามารถบอกคุณค่าที่แท้จริงได้ ความดีงาม ความรัก และมิตรภาพเป็นสิ่งนามธรรมที่ต้องใช้ใจสัมผัสเท่านั้น
-เธอต้องรับผิดชอบต่อสิ่งดวงใจที่เธอได้สร้างความผูกพันไว้
บนโลกมีดอกกุหลาบเป็นพันดวง แต่กุหลาบที่ดาว B-612 พิเศษที่สุด เพราะเป็นกุหลาบที่เจ้าชายน้อยเคยรดน้ำ ครอบฝาแก้ว และใช้เวลาร่วมกัน ความผูกพันทำให้สิ่งธรรมดากลายเป็นสิ่งที่มีเพียงชิ้นเดียวในโลก
-อย่าลืมความเป็นเด็กในตัวเอง
หนังสือเตือนสติให้ผู้ใหญ่ที่กำลังใช้ชีวิตอย่างเร่งรีบและบ้าคลั่ง หวนกลับมามองโลกด้วยความใสซื่อ เปี่ยมด้วยจินตนาการ และความอยากรู้อยากเห็นเหมือนตอนเป็นเด็กอีกครั้งนั่นเอง
วรรณกรรมเยาวชนคลาสสิกที่เล่าถึงมิตรภาพและการผจญภัยอันเรียบง่ายของ หมีพูห์ และผองเพื่อนสัตว์ที่มีชีวิตในป่าร้อยเอเคอร์ ซึ่งจำลองมาจากตุ๊กตาผ้าของคริสโตเฟอร์ โรบิน ลูกชายของผู้เขียนนั่นเอง แม้พูห์จะเรียกตัวเองว่า "หมีสมองเล็ก" แต่ความซื่อสัตย์ วิธีคิดแบบเด็กๆ และการมองโลกในแง่ดีของเขากลับแฝงปรัชญาความสุขที่ลึกซึ้งทีเดียว
โดยในเรื่องจะประกอบไปด้วยตัวละครหลัก ดังนี้ค่ะ
วินนีเดอะพูห์ : หมีใจดี ขนสีเหลือง รักน้ำผึ้ง ซื่อสัตย์ และมองโลกเรียบง่าย
คริสโตเฟอร์ โรบิน : เด็กชายที่เป็นมนุษย์คนเดียวในเรื่อง เป็นที่พึ่งและผู้นำของสัตว์ทุกตัว
พิกเล็ต : ลูกหมูตัวเล็ก ขี้กลัวและขี้กังวล แต่มีความกล้าหาญเมื่อถึงเวลาต้องช่วยเพื่อน
อียอร์ : ลาสีเทาผู้หม่นหมอง มองโลกในแง่ร้ายตลอดเวลา แต่ผองเพื่อนก็ไม่เคยทอดทิ้ง
แรบบิท : กระต่ายจอมจัดระเบียบ ชอบเป็นผู้นำและรักความสะอาด
อาวล์ : นกฮูกที่คิดว่าตัวเองรอบรู้และชอบเล่าเรื่องยาวๆ แต่อักขรวิธีมักจะผิดพลาด
คังก้าและรู : แม่จิงโจ้ผู้ใจดีและลูกจิงโจ้ตัวน้อยที่เต็มไปด้วยพลังงาน
ข้อคิดจากเรื่อง
หนังสือเน้นย้ำถึงคุณค่าของความสุขที่เรียบง่ายและการอยู่กับปัจจุบัน เรื่องราวแสดงให้เห็นว่าเราไม่จำเป็นต้องฉลาดที่สุดหรือสมบูรณ์แบบที่สุด ก็สามารถมีความสุขและเป็นเพื่อนที่ดีได้ มิตรภาพในป่าร้อยเอเคอร์คือการยอมรับในความต่างและข้อบกพร่องของกันและกัน ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้วรรณกรรมเล่มนี้ยังครองใจทั้งเด็กและผู้ใหญ่ทั่วโลก
เรื่องราวของเด็กชายผู้บินได้และไม่มีวันเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ผู้ใช้ชีวิตผจญภัยชั่วนิรันดร์ในดินแดนแห่งจินตนาการที่ชื่อว่า เนเวอร์แลนด์ (Neverland) เต็มไปด้วยการต่อสู้กับโจรสลัด นางเงือก และชนเผ่าพื้นเมืองที่สนุกสนานตื่นเต้น
เนื้อเรื่องย่อ
ปีเตอร์แพนบินเข้ามาในห้องนอนของสามพี่น้องตระกูลดาร์ลิ่ง เวนดี้, จอห์น, และไมเคิล เพื่อตามหาเงาที่ทำหายไว้ หลังจากเวนดี้ช่วยเย็บเงาคืนให้ ปีเตอร์จึงชวนพวกเขาบินไปยังเกาะเนเวอร์แลนด์ โดยใช้ผงวิเศษจากทิงเกอร์เบลล์ช่วยให้บินได้ ที่เนเวอร์แลนด์ เวนดี้รับบทบาทเป็นแม่คอยดูแลกลุ่มเด็กหลง พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับการตามล่าของกัปตันฮุก โจรสลัดผู้เคียดแค้นปีเตอร์แพน เพราะปีเตอร์เคยตัดมือของเขาให้จระเข้กิน หลังจากเอาชนะพวกโจรสลัดได้ เวนดี้และน้องๆ ตัดสินใจกลับบ้านไปหาพ่อแม่และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ตามกาลเวลา มีเพียงปีเตอร์แพนเท่านั้นที่เลือกอยู่ที่เนเวอร์แลนด์เพื่อเป็นเด็กไปตลอดกาล
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เป็นแค่นิทานเด็กชวนฝัน แต่จะทำหน้าที่เหมือนผงวิเศษของทิงเกอร์เบลล์ ที่ช่วยพากลับไปหวนระลึกถึงช่วงเวลาที่เราเคยมีจินตนาการไร้ขีดจำกัด อีกทั้งยังย้ำเตือนไม่ให้ผู้อ่านแบบเราลืมจินตนาการ มิตรภาพอันบริสุทธิ์ และความกล้าหาญในวัยเด็กที่มักจะเลือนหายไปเมื่อเราโตเป็นผู้ใหญ่อีกด้วยค่ะ
วรรณกรรมเยาวชนคลาสสิกอิงอัตชีวประวัติ เขียนโดย ลอร่า อิงกัลล์ส ไวล์เดอร์ บอกเล่าเรื่องราวความทรงจำในวัยเด็กของเธอที่อาศัยอยู่ร่วมกับครอบครัวในกระท่อมไม้ซุงหลังน้อยกลางป่าลึก ณ รัฐวิสคอนซิน สหรัฐอเมริกา ช่วงปลายศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นยุคบุกเบิกสร้างเนื้อสร้างตัวของชาวอเมริกัน ตัวละครหลักประกอบด้วย พ่อ, แม่, แมรี่ (พี่สาว), ลอร่า (ตัวผู้เขียนในวัยเด็ก), แครี่ (น้องสาวทารก) และสุนัขเฝ้าบ้านแสนรู้ชื่อ แจ็ค
ครอบครัวนี้ต้องดำเนินชีวิตด้วยการพึ่งพาธรรมชาติรอบตัวอย่างสมบูรณ์แบบ พ่อมีหน้าที่หลักในการเข้าป่าล่าสัตว์ ดักสัตว์ป่า ดักปลา และทำการเกษตร ส่วนแม่ทำหน้าที่ดูแลบ้าน อบรมสั่งสอนลูกๆ และแปรรูปอาหารเพื่อเก็บไว้กิน เช่น การทำเนยสด การทำชีส และการเคี่ยวน้ำตาลจากต้นเมเปิ้ล โดยเรื่องราวจะดำเนินไปตามวิถีชีวิตแต่ละฤดู แม้ชีวิตกลางป่าจะเต็มไปด้วยอันตรายจากสัตว์ป่า เช่น หมี หรือหมาป่า รวมถึงความยากลำบากทางสภาพอากาศ แต่ภายในกระท่อมหลังนี้กลับอบอวลไปด้วยความรัก ความปลอดภัย และความสุขที่เกิดจากสิ่งเล็กๆ น้อยๆ เช่น การได้ลูกอมเพียงเม็ดเดียวในวันคริสต์มาส
เป็นหนังสือที่อ่านแล้วเหมือนได้ย้อนเวลากลับไปผจญภัยพร้อมกับครอบครัวของลอร่า หนังสือสะท้อนให้เห็นว่าครอบครัวคือที่พักพิงที่ปลอดภัยที่สุด การร่วมมือร่วมใจและดูแลเอาใจใส่กันช่วยให้ผ่านพ้นอุปสรรคได้ ตัวละครในเรื่องเป็นต้นแบบของความขยันและการพึ่งพาตนเอง และบทเรียนความสุขจากความเรียบง่าย มองเห็นคุณค่าของธรรมชาติและมีความสุขกับสิ่งรอบตัวโดยไม่ต้องพึ่งพิงวัตถุนิยมค่ะ
หนังสือฉบับรวมเล่มที่สมบูรณ์ที่สุดของวรรณกรรมเยาวชนรางวัลซีไรต์ปี 2549 แพรวสำนักพิมพ์ ผลงานของ คุณ งามพรรณ เวชชาชีวะ ซึ่งความพิเศษของฉบับครบรอบนี้คือการรวมเนื้อหาครบทั้ง 4 ภาคไว้ในเล่มเดียว พร้อมปรับปรุงเนื้อหาและเพิ่มบทความพิเศษจากผู้เขียนค่ะ
สรุปสาระสำคัญจากเนื้อเรื่องทั้ง 4 ภาค
1. ความสุขของกะทิ
กะทิ เด็กหญิงวัย 9 ขวบที่อาศัยอยู่กับตาและยายในบ้านริมคลองอันอบอุ่นและเรียบง่าย กะทิต้องเผชิญกับความจริงอันเจ็บปวดเมื่อรู้ว่า แม่ป่วยเป็นโรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง และกำลังจะจากไป กะทิได้ไปเยี่ยมแม่ที่บ้านพักริมทะเล ได้เรียนรู้ความลับในอดีต และยอมรับการสูญเสียด้วยหัวใจที่เข้มแข็ง
2.ตามหาพระจันทร์
หลังจากแม่เสียชีวิต กะทิได้รับจดหมายและพินัยกรรมของแม่ ซึ่งเปิดโอกาสให้เธอได้ออกเดินทางไปตามหาพ่อ ที่อาศัยอยู่ต่างประเทศ การเดินทางครั้งนี้ทำให้กะทิเข้าใจความรักของแม่ที่พยายามปกป้องเธอ และทำให้เธอได้ตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง
3.ในโลกใบเล็ก
กะทิเริ่มเติบโตขึ้นและต้องปรับตัวเข้าสู่โลกกว้าง รวมถึงสังคมโรงเรียนและการเรียนรู้มิตรภาพจากเพื่อนรอบข้าง เน้นย้ำให้เห็นว่า แม้โลกภายนอกจะเปลี่ยนแปลงหรือสับสนเพียงใด แต่ความทรงจำและความรักจากครอบครัวยังคงเป็นเกราะกำบังให้กะทิเสมอ
4.เธอคือของขวัญ
สำหรับภาคสุดท้ายนี้จะเป็นบทสรุปการเติบโตของกะทิที่ก้าวผ่านวัยเยาว์สู่การเป็นผู้ใหญ่ การส่งต่อความสุข ความเข้าใจชีวิต และการเผชิญหน้ากับความจริงของโลกด้วยมุมมองที่โตขึ้นและเปี่ยมไปด้วยความหวัง
ด้วยภาษาสวยงามและทรงพลังจากปลายปากกาของคุณงามพรรณ และเนื้อหาที่ฮีลใจ เน้นให้ข้อคิดในการใช้ชีวิต ให้บทเรียนที่ดีในเรื่องของความยืดหยุ่นทางใจ ทั้งยังชวนให้นักอ่านได้พักจากโลกที่วุ่นวายไปสัมผัสกับความสงบของบรรยากาศชนบทของตายายอีกด้วย หนังสือเล่มนี้เลยควรค่าแก่การอ่านสักครั้งในชีวิตจริงๆ ค่ะ
เป็นวรรณกรรมเยาวชนคลาสสิก บอกเล่าเรื่องราวของมิตรภาพอันยิ่งใหญ่และการเสียสละระหว่างลูกหมูชื่อวิลเบอร์ และเจ้าแมงมุมสีเทาชื่อชาร์ล็อตต์ เพื่อช่วยให้วิลเบอร์รอดพ้นจากการถูกฆ่าเป็นอาหาร
ตัวละครหลักในเรื่อง
วิลเบอร์ : ลูกหมูที่เกิดมาตัวเล็กแคระแกร็น จิตใจอ่อนโยนและรักชีวิต
ชาร์ล็อตต์ : แมงมุมสีเทาผู้ชาญฉลาด มีสัจจะ และเป็นเพื่อนแท้ของวิลเบอร์
เฟิร์น อาราเบิล : เด็กหญิงชาวไร่ผู้ช่วยชีวิตวิลเบอร์ในตอนแรก
เทมเปิลตัน : หนูนาผู้เห็นแก่กิน แต่คอยช่วยหาคำมาให้ชาร์ล็อตต์ถักใยเพื่อแลกกับเศษอาหาร
เนื้อเรื่องย่อ
วิลเบอร์เกิดมาเป็นลูกหมูตัวที่แคระแกร็นที่สุดในครอกและกำลังจะถูกฆ่า แต่ เฟิร์น อาราเบิล เด็กหญิงลูกสาวเจ้าของฟาร์มได้เข้ามาร้องขอชีวิตและนำมันไปเลี้ยงดูอย่างทะนุถนอมจนเติบโต เมื่อวิลเบอร์โตขึ้น เฟิร์นจำเป็นต้องขายมันให้กับฟาร์มของลุงซักเกอร์แมน ที่นี่เองที่วิลเบอร์เริ่มเหงา แต่ก็ได้พบกับ ชาร์ล็อตต์ แมงมุมสีเทาที่อาศัยอยู่บนขื่อเหนือคอกหมู ซึ่งกลายมาเป็นเพื่อนแท้ของมัน วิลเบอร์ได้รู้ความจริงอันน่าตื่นตะลึงว่าหมูในฟาร์มจะถูกเชือดเพื่อเป็นอาหารในฤดูหนาว ชาร์ล็อตต์จึงให้คำมั่นสัญญาว่าจะช่วยชีวิตเขา โดยการชักใยสะกดเป็นตัวอักษรภาษาอังกฤษชื่นชมวิลเบอร์
ตัวอักษรบนใยแมงมุมทำให้ผู้คนแตกตื่นและมองว่าวิลเบอร์เป็นหมูพิเศษ จนกระทั่งวิลเบอร์ได้ไปประกวดในงานประจำปีและคว้า รางวัลชนะเลิศ ทำให้มั่นใจได้ว่าจะรอดพ้นจากการถูกเชือดตลอดไป ทว่าในตอนนั้นเอง ชาร์ล็อตต์ที่หมดอายุขัยตามธรรมชาติได้วางไข่และจากไปอย่างสงบที่งานประกวด โดยมีวิลเบอร์และเทมเปิลตัน ช่วยกันนำถุงไข่ของเธอกลับมาดูแลที่ฟาร์ม
หนังสือได้ถ่ายทอดเรื่องของความตายและการจากลาออกมาได้อย่างซึ้งกินใจและไม่น่ากลัวสำหรับเด็ก แสดงให้ผู้อ่านที่เป็นผู้ใหญ่อย่างเราๆ เห็นว่าแม้ชีวิตหนึ่งจะสิ้นสุดลง แต่คุณค่า ความดีงาม จะยังคงอยู่ผ่านรุ่นลูกรุ่นหลาน ซึ่งคือลูกแมงมุมตัวน้อยนั่นเองค่ะ
หนังสือที่ดี อาจจะไม่ได้ทำหน้าที่แค่ให้ความบันเทิง แต่ยังทำหน้าที่เก็บรักษาความทรงจำร่วมกันของครอบครัว วรรณกรรมคลาสสิกเหล่านี้จึงไม่ใช่แค่หนังสือที่ต้องมีติดบ้าน แต่เป็นของขวัญล้ำค่าที่สามารถส่งต่อจินตนาการและความผูกพันไปสู่หัวใจของคนในครอบครัวได้ไม่มีวันสิ้นสุด แล้วเพื่อนๆ ล่ะคะ มีเล่มไหนเป็นเล่มโปรดที่ครองใจทุุกคนในบ้านกันมั้ย
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน