สวัสดีค่ามิตรรักนักอ่านทุกคนนน ลิสต์หนังสือขายดีของ B2S ที่ทุกคนรอคอยกลับมาแล้ววว มานานถึง 26 ปี แน่นอนว่าต้องมีหนังสือมากมายหลายเล่มผ่านมาผ่านไปทั้งบนชั้นหนังสือในร้าน และหน้าเว็บไซต์ทางออนไลน์ แต่จะมีเล่มไหนบ้างนะที่ได้รับคะแนนนิยมตลอดกาลจากนักอ่านที่น่ารักของเรา
ในบทความนี้ เราเลยได้หยิบหนังสือติดอันดับขายดี ที่คัดมาแล้วว่าดีต่อใจ ไม่ว่าจะอยู่ในวัยไหน ถ้าได้ลองเปิดอ่าน รับรองว่าจะได้รับพลังบวกและความสนุกจนวางไม่ลง ให้สมมงในโอกาสฉลองครบรอบ 26 ของ B2S กันไปเล้ยย
จะมีเล่มไหนบ้างที่เป็นขวัญใจประชาชีและต้องมีติดบ้าน ไปอ่านริวิวพร้อมกันค่ะ
หนังสือแนวพัฒนาตัวเองที่นำหลักจิตวิทยามาผสมผสานกับ "กฎแห่งแรงดึงดูด" เพื่อเป็นคู่มือในการถอดรหัสและปลดล็อกการตั้งจิตดลบันดาลให้เกิดขึ้นได้จริงอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เพียงแค่การเพ้อฝัน และยังชี้ให้เห็นว่า ที่หลายคนล้มเหลวในการ Manifest ไม่ใช่เพราะเป้าหมายใหญ่เกินไป แต่เป็นเพราะติดกับดักทางความคิดและพลังงานที่ส่งสัญญาณในแง่ลบออกมาโดยไม่รู้ตัว
1. การทำงานของจิตสำนึกและจิตใต้สำนึก
จิตสำนึก ทำหน้าที่เหมือนเข็มทิศ กำหนดเป้าหมายและจุดหมายปลายทางที่อยากไป หากอยากเปลี่ยนชีวิต ต้องเปลี่ยนบทสนทนากับตัวเอง ลบเสียงในหัวที่บอกว่า “ฉันทำไม่ได้” หรือ “ฉันไม่ดีพอ” ออกไป เพราะสิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นความจริงโดยไม่รู้ตัว
2. ทลายกับดักที่ปิดกั้นพลังงานบวก
3. วิธีการรับและอ่านสัญญาณความสำเร็จ
เป็นเล่มที่เหมาะกับใครที่อยากแก้พฤติกรรมบล็อกตัวเอง ปลดล็อกนิสัยชอบเกรงใจ ซึ่งเป็นตัวทำลายพลัง Manifest โดยไม่รู้ตัว เนื้อหาในเล่มผสมจิตวิทยา มีการอธิบายการทำงานของจิตใต้สำนึกอย่างมีเหตุผล ทั้งอ่านแล้วยังช่วยให้เราฝึกปรับคลื่นความถี่พลังงานของตัวเอง และรู้วิธีเปลี่ยนพลังลบให้เป็นพลังดึงดูดสิ่งดี ๆ ที่สำคัญคือการเน้นย้ำถึงวิธีตีความอุปสรรคและเรื่องร้าย ๆ ที่ผ่านเข้ามา ว่ามันกำลังเตือนบางอย่างกับเรา หรือนำทางเราไปสู่จุดที่ดีกว่านั่นเองค่ะ
ตำราสรุปเนื้อหาชีววิทยาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ควบคู่ไปกับวิทยาศาสตร์พื้นฐานระดับมหาวิทยาลัยปีที่ 1 โดยมีโครงสร้างเนื้อหาในเล่ม แบ่งออกเป็น 7 หน่วยหลักดังนี้
เล่มนี้เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่น้องๆ นักเรียนที่ต้องอ่านหนังสือสอบ ด้วยการบอกต่อจากรุ่นสู่รุ่น จากรุ่นพี่สู่รุ่นน้อง ทำให้หนังสือเตรียมสอบเล่มนี้เป็นไอเทมสำคัญที่จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจเนื้อหาวิชา biology มากยิ่งขึ้น หากน้องๆ คนไหนกำลังตามหา มาที่ B2S ได้ติดมือกลับบ้านแน่นอนค่ะ
หนังสือที่เน้นย้ำว่าผลลัพธ์ในชีวิตคือสิ่งสะท้อนนิสัยที่ทำเป็นประจำ หากต้องการเปลี่ยนพฤติกรรมอย่างยั่งยืน ต้องมุ่งเน้นไปที่การสร้างระบบ แทนที่จะโฟกัสเพียงแค่เป้าหมาย และปรับเปลี่ยนตัวตนจากภายใน เพราะการพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นวันละ 1% จะทำให้เราเก่งขึ้นถึง 37 เท่าในหนึ่งปีเลยทีเดียว
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้แค่สอนวิธีพัฒนาตัวเอง แต่สอนวิธีรีเซ็ตตัวเองใหม่ ซึ่งเป็นรากฐานของการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืน เราจะได้เข้าใจว่าทำไมการตั้งเป้าหมายลอย ๆ เช่น "ฉันจะลดน้ำหนัก" มักจะล้มเหลว แต่การคิดว่า "ฉันเป็นคนรักสุขภาพ" ถึงทำให้เราเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเองได้สำเร็จ อีกทั้งคุณนักเขียน James Clear ยังนำงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยา และชีววิทยา มาย่อยเป็นเรื่องเล่าและอุปมาอุปไมยที่อ่านสนุก ที่สำคัญคืออ่านแล้วสร้างพลังใจ และช่วยปรับจุดเปลี่ยนทางความคิดได้เป็นอย่างดีเลยค่ะ และเร็วๆ นี้ เขากำลังจะออกเล่มแบบฝึกหัดมาให้เราได้ลงมือทำประกอบการอ่านเนื้อหาไปด้วย น่าสนใจทีเดียวเลยค่ะทุกคน
นิยายสืบสวนสยองขวัญสัญชาติญี่ปุ่น เขียนโดย อุเก็ตสึ ที่เริ่มต้นเล่าเรื่องราวการไขปริศนาความลึกลับของบ้านผ่านผังแปลนบ้านสุดพิลึกจนนำไปสู่การเปิดโปงคดีฆาตกรรมและความเชื่อดั้งเดิมอันดำมืด
เรื่องราวเริ่มจากนักเขียนอิสระผู้ชอบเรื่องลี้ลับ ได้รับผังบ้านมือสองหลังหนึ่งในโตเกียวจากคนรู้จักที่กำลังจะซื้อบ้านหลังนี้ แต่เมื่อนำผังไปให้เพื่อนที่เป็นสถาปนิกและชอบเรื่องลี้ลับช่วยดู ทั้งคู่กลับพบความผิดปกติที่ซ่อนอยู่มีช่องว่างลึกลับที่ไม่มีประตูไว้เข้า-ออก ซ่อนอยู่ระหว่างห้อง และมีห้องนอนเด็กที่อยู่ใจกลางบ้านโดยปราศจากหน้าต่างรับแสง ถูกล้อมด้วยห้องนอนพ่อแม่คล้ายกับจงใจขังหรือจับตาดู
เมื่อนำแปลนชั้น 1 และ ชั้น 2 มาซ้อนทับกัน ก็พบช่องทางลับที่เชื่อมโยงกันอย่างแยบยล จึงตั้งข้อสันนิษฐานว่าบ้านหลังนี้อาจถูกออกแบบมาเพื่อ "เอื้อต่อการฆาตกรรมและขนย้ายศพ" โดยในเวลาไล่เลี่ยกัน มีการพบศพชายถูกฆาตกรรมตัดข้อมือซ้ายในป่าใกล้บ้านหลังนั้น ยิ่งตอกย้ำว่าข้อสันนิษฐานนี้อาจเป็นจริง
การสืบสวนนำพาทั้งคู่ไปพบกับหญิงปริศนา และย้อนลึกไปถึงบ้านโบราณแถบชนบท ซึ่งผูกโยงกับเรื่องราวครอบครัวใหญ่ ความรุนแรงในสถานที่ปิด รวมถึง พิธีกรรมและความเชื่อโบราณอันสุดสยองของตระกูลที่สืบทอดกันมา
เป็นนวนิยายเกาหลีแนวฟีลกู้ดที่บอกเล่าเรื่องราวอบอุ่นหัวใจผ่านร้านสะดวกซื้อเล็กๆ ชื่อ "ออลเวย์ส" (ALWAYS) ในย่านช็องพาดง กรุงโซล
เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นเมื่อ คุณนายย็อม อดีตครูสอนประวัติศาสตร์วัยเกษียณซึ่งเป็นเจ้าของร้านสะดวกซื้อ ทำกระเป๋าสตางค์หายบนรถไฟ คุณทกโก ชายไร้บ้านร่างใหญ่ที่เก็บกระเป๋าของเธอไว้ได้และช่วยปกป้องมันจากคนอื่น ทกโกอยู่ในสภาพจำความหลังของตัวเองไม่ได้ พูดจาติดอ่าง และสมองตื้อเนื่องจากอาการติดเหล้าอย่างหนัก ด้วยความซาบซึ้งในความซื่อสัตย์ คุณนายย็อมจึงชวนให้เขามากินข้าวกล่องที่ร้าน และในที่สุดก็ตัดสินใจจ้างเขามาเป็น พนักงานขายกะดึก ท่ามกลางความกังวลและสายตาดูถูกจากคนรอบข้าง แต่เมื่อเวลาผ่านไป ทกโกกลับใช้ความช่างสังเกต การรับฟัง และความจริงใจ ค่อยๆ เข้าไปเปลี่ยนผ่านชีวิตของลูกค้าและเพื่อนร่วมงานที่แวะเวียนเข้ามาในร้านให้ดีขึ้น พร้อมกับที่ความทรงจำในอดีตของเขาเริ่มกลับมาทีละน้อย
เล่มนี้ถือว่าเป็นวรรณกรรมฟีลกู๊ดที่ช่วยปลอบโยนหัวใจของคนที่กำลังเหนื่อยล้ากับชีวิตได้เป็นอย่างดี ไม่แปลกใจเลยที่จะติดอันดับขายดีตลอดกาลใน B2S ของเรา
ชุดหนังสือเด็กยอดนิยมจากประเทศญี่ปุ่น ที่เล่าเรื่องราวการไขคดีสุดฮาของนักสืบอัจฉริยะที่มีใบหน้าเป็นรูปก้น โดยหนังสือชุดนี้แบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก คือ เวอร์ชันนิทานภาพสำหรับเด็กเล็ก และ เวอร์ชันวรรณกรรมเล่มแรก สำหรับเด็กที่เริ่มอ่านเรื่องราวที่ยาวขึ้น
เนื้อหาในแต่ละตอนจะเน้นไปที่การทำภารกิจไขปริศนาต่าง ๆ ในเมือง โดยมีโครงเรื่องที่เป็นเอกลักษณ์ มีตัวละครหลัก คือนักสืบหน้าก้น สุภาพบุรุษสุดสุขุม ผู้โปรดปรานชาร้อนและขนมหวาน มาพร้อมกับเจ้าบราวน์ สุนัขผู้ช่วยตัวน้อยที่คอยติดตามซัพพอร์ต เมื่อเกิดคดีขึ้นในเมือง เช่น ของหาย โจรกรรม หรือคดีลักพาตัว นักสืบหน้าก้นจะใช้ ทักษะการสังเกต การดมกลิ่น และการคิดเชิงตรรกะ เพื่อแกะรอยหาคนร้าย และมีไม้ตายสุดฮาคือเมื่อต้อนจนมุมหรือกำลังจะจับตัวคนร้าย นักสืบหน้าก้นจะพูดประโยคติดปากว่า "ขอดมกลิ่นหน่อยนะ" แล้วปล่อยลมตด ออกมาจากใบหน้าเพื่อทำให้คนร้ายหมดสภาพไปเลยค่ะ
ตอน ปริศนาคดีแก๊งเงาดำ: ภารกิจตามจับแก๊งขโมยของตามบ้านและไขความลับเรื่องผีในร้านตัดผม
ตอน แผนการของจอมโจรยู: การปะทะไหวพริบกับจอมโจรชื่อดังที่วางแผนจะขโมยลูกแก้วนภาดาราพราว
ตอน SOS จากวิหารโบราณ: การเดินทางเข้าป่าลึกเพื่อไปช่วยพ่อของนักสืบหน้าก้นหลังจากได้รับจดหมายลับ
นอกจากเนื้อเรื่องจะสนุกและฮาจนท้องแข็ง ยังเป็นหนังสือที่ผู้เชี่ยวชาญด้านเด็กและคุณครูแนะนำมากที่สุด เพราะถูกออกแบบมาเพื่อเปลี่ยนเด็กที่ไม่ชอบอ่าน ให้กลายเป็นเด็กติดหนังสือ ด้วยความสนุกและกระตุ้นกระบวนการคิดของเด็กๆ อีกด้วย
หนังสือนิทานภาพสำหรับเด็กยอดนิยม เขียนโดย อิวาอิ โทชิโอะ ที่บอกเล่าเรื่องราวการผจญภัยของ "โอโตะจัง" เด็กหญิงผู้รักเสียงดนตรี ที่เดินตามเส้นทางดอกไม้ปริศนาเข้าไปในป่าลึก จนได้พบกับบ้านต้นไม้ที่มีความสูงถึง 100 ชั้น ซึ่งเต็มไปด้วยมิตรภาพ ธรรมชาติสวยงาม และเสียงดนตรี
จุดเริ่มต้นของเรื่อง เริ่มจากที่โอโตะจังกำลังซ้อมดีดพิณ เธอได้ยินเสียงประหลาดและพบดอกไม้แปลกตาบานเรียงรายเป็นทางยาวเข้าไปในป่า โอโตะจังเดินตามดอกไม้ไปจนเจอต้นไม้ใหญ่มหึมา และตัดสินใจเดินขึ้นบันไดไปทีละชั้น ในทุก ๆ 10 ชั้น จะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างชนิดกัน รวมทั้งหมด 10 ชนิด ได้แก่ หมี กวาง ตั๊กแตน ลิง ตะขาบ กิ้งก่า ผีเสื้อ ตั๊กแตนกิ่งไม้ ด้วงกว่าง และนก สัตว์แต่ละชนิดในแต่ละชั้นจะกำลังเล่นหรือทำกิจกรรมเกี่ยวกับเครื่องดนตรีที่แตกต่างกันถึง 14 ชนิด เมื่อโอโตะจังเดินทางขึ้นไปถึงชั้นที่ 100 เธอก็ได้ร่วมงานแสดงดนตรีสังสรรค์สุดสนุกสนานร่วมกับเพื่อนสัตว์ทั้งหมดบนยอดไม้
เล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่นิทานให้ความบันเทิงทั่วไป แต่เป็นหนังสือพัฒนาสมองและทักษะรอบด้านสำหรับเด็กปฐมวัย ช่วงอายุ 3-6 ปี เด็ก ๆ จะช่วยให้น้องๆ เข้าใจความหมายของจำนวนและการเพิ่มขึ้นทีละ 1 ถึง 100 ผ่านขั้นบันไดและการขึ้นสู่ชั้นที่สูงขึ้น และโครงสร้างหนังสือที่เปลี่ยนชนิดสัตว์ทุก ๆ 10 ชั้น ช่วยให้เด็กเข้าใจคอนเซปต์การนับเลขหลักสิบได้ง่ายขึ้น ที่สำคัญในแต่ละชั้นจะมีรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ แฝงอยู่ เช่น สัตว์กำลังอาบน้ำ กินข้าว หรือซ้อมดนตรี ซึ่งฝึกสมาธิ ชวนให้เด็กๆ หยุดดู ค้นหา และตั้งคำถามกับสิ่งที่เห็นในภาพ ช่วยยืดระยะเวลาความสนใจให้ยาวนานขึ้น เป็นหนังสือนิทานที่น่าสนใจและภาพสวยจนผู้ใหญ่แบบเราก็ซื้อมาสะสมเอาไว้อ่านเพลินๆ เหมือนกันค่ะ
หนังสือนำเสนอแนวคิดการพัฒนาตนเองที่โฟกัสการหยุดพยายามควบคุมสิ่งที่ควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะความคิด พฤติกรรม และความรู้สึกของคนอื่น แล้วหันกลับมาทวงคืนอำนาจในการจัดการชีวิต พลังงาน และความสุขของตัวเราเอง โดยมีสาระสำคัญแบ่งเป็น 2 เรื่องหลัก คือ
1. การจัดการความเครียดและอารมณ์
ความจริง: พฤติกรรมของคนอื่นมักขโมยพลังงานและสร้างความเครียดให้เรา
วิธีแก้: เมื่อเกิดเรื่องขัดใจ ให้สูดหายใจลึกๆ แล้วพูดคำว่า "ปล่อยเขา" เพื่อดึงสติ จากนั้นต่อด้วย "ให้ฉัน..." (เช่น ให้ฉันสงบลง, ให้ฉันโฟกัสกับงานตรงหน้า) เพื่อดึงอำนาจควบคุมตัวเองกลับมา
2. ความสัมพันธ์และมิตรภาพ
ความจริง: การพยายามทำตัวให้เป็นที่รัก หรือพยายามควบคุมให้เพื่อน/คนรักทำตามใจ มีแต่จะทำให้ความสัมพันธ์ตึงเครียด
วิธีแก้: ปล่อยให้พวกเขาแสดงตัวตนที่แท้จริงออกมา การปล่อยเขาจะช่วยให้คุณเห็นว่าใครที่เห็นค่าและคู่ควรจะอยู่ในชีวิตคุณจริงๆ โดยไม่ต้องไปวิ่งไล่ตาม
3. การทำงานและเป้าหมายชีวิต
ความจริง: หลายคนไม่กล้าลงมือทำตามฝันเพราะกลัวสายตาหรือคำตัดสินของผู้อื่น
วิธีแก้: ปล่อยให้คนอื่นวิจารณ์หรือคิดอย่างไรก็เรื่องของเขา หน้าที่ของเราคือโฟกัสที่เป้าหมายและการเติบโตของตัวเอง
4. การเอาชนะนิสัยชอบเปรียบเทียบ
ความจริง: การส่องชีวิตคนอื่นแล้วนำมาเปรียบเทียบกับตัวเองทำให้เกิดความทุกข์
วิธีแก้: ปล่อยให้เขามีความสุขในเส้นทางของเขา ส่วนเราหันมาสร้างความสุขในแบบของเราเอง
หนังสือเล่มนี้สรุปสัจธรรมง่ายๆ ว่าปล่อยให้เขาใช้ชีวิตของเขา เราจะได้ใช้ชีวิตของเราจริงๆ เสียที เมื่อเราหยุดยกพลังอำนาจให้คนอื่นตัดสินชีวิตเรา เราจะค้นพบความสงบสุข ความเบาใจ และมีพลังงานเหลือเฟือไปสร้างความสำเร็จที่เราต้องการค่ะ
หนังสือขายดีเหล่านี้ เป็นเพียงส่วนหนึ่งของเรื่องราวมากมายที่รอให้ทุกคนได้มาค้นพบ ในวันหยุดนี้ หากไม่มีแพลนไปไหน หรืออยากหาพื้นที่สงบๆ ชาร์จพลังให้ตัวเอง แวะมาเดินเล่น ตามหาแรงบันดาลใจใหม่ๆ หรือแค่อยากหลบความวุ่นวาย มาพักสายตาชมของน่ารักๆ B2S ของเรายังคงเปิดต้อนรับนักอ่านทุกคนเสมอ ขอบคุณที่ให้เราได้เป็นส่วนหนึ่งในเรื่องราวของทุกคนมาตลอด 26 ปีนะคะ
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน