B2S club logo
  • กิจกรรม
    • ตารางกิจกรรม
    • เกมเปิดการ์ด
    • Book Lover
    • กิจกรรมโปเกมอน
  • เรื่องน่ารู้
    • รวมเรื่องน่ารู้
    • บทความ
    • คลิป
    • พอดแคสต์
  • รีวิวหนังสือ
  • แบ่งปันเรื่องราวดีๆ
  • ช้อปออนไลน์
    • ข้อเสนอและโปรโมชั่น
    • แคตตาล็อก
    • หนังสือใหม่
    • หนังสือขายดี
    • B2S Online Shopping
  • เกี่ยวกับเรา
    • ติดต่อเรา
    • FAQ
    • นโยบายคุกกี้
    • นโยบายความเป็นส่วนตัว
    • ข้อตกลงและเงื่อนไข
    • ยกเลิกการการรับข่าวสาร
    • ยกเลิกการเป็นสมาชิก
เข้าสู่ระบบ / สร้างบัญชี
EN
    • หน้าหลัก
    • กิจกรรม
    • รีวิวหนังสือ
    • แบ่งปันเรื่องราวดีๆ
      เรื่องน่ารู้
    • รวมเรื่องน่ารู้
    • บทความ
    • คลิป
    • พอดแคสต์
      ช้อปออนไลน์
    • ข้อเสนอและโปรโมชั่น
    • แคตตาล็อก
    • หนังสือใหม่
    • หนังสือขายดี
    • B2S Online Shopping
      เกี่ยวกับเรา
    • ติดต่อเรา
    • FAQ
    • นโยบายคุกกี้
    • นโยบายความเป็นส่วนตัว
    • ข้อตกลงและเงื่อนไข
    • ยกเลิกการการรับข่าวสาร
    • ยกเลิกการเป็นสมาชิก
  • หน้าหลัก
  • กิจกรรม
    • ตารางกิจกรรม
    • เกมเปิดการ์ด
    • Book Lover
    • กิจกรรมโปเกมอน
  • เรื่องน่ารู้
    • รวมเรื่องน่ารู้
    • บทความ
    • คลิป
    • พอดแคสต์
  • รีวิวหนังสือ
  • แบ่งปันเรื่องราวดีๆ
  • ช้อปออนไลน์
    • ข้อเสนอและโปรโมชั่น
    • แคตตาล็อก
    • หนังสือใหม่
    • หนังสือขายดี
    • B2S Online Shopping
  • เกี่ยวกับเรา
    • ติดต่อเรา
    • FAQ
    • นโยบายคุกกี้
    • นโยบายความเป็นส่วนตัว
    • ข้อตกลงและเงื่อนไข
    • ยกเลิกการการรับข่าวสาร
    • ยกเลิกการเป็นสมาชิก
EN
หน้าแรก • เรื่องน่ารู้ • บทความ •

ชวนอ่านหนังสือวัยเด็กผ่านมุมมองใหม่ ในวัยที่เติบโตขึ้น

ชวนอ่านหนังสือวัยเด็กผ่านมุมมองใหม่ ในวัยที่เติบโตขึ้น

14 ส.ค. 68
5
732
   PhudPB
ชวนอ่านหนังสือวัยเด็กผ่านมุมมองใหม่ ในวัยที่เติบโตขึ้น

รวมหนังสือในวัยเด็กที่หยิบมาปัดฝุ่นอ่านอีกครั้ง ผ่านมุมมองใหม่ของเราในวัยผู้ใหญ่ที่เข้าใจอะไร  ๆ มากขึ้น ________________________________________

ในหนังสือหรือภาพยนตร์ที่มีธีมหลักเกี่ยวกับการเดินทางข้ามเวลา เรามักจะได้เห็นสิ่งที่เรียกว่า “ไทม์-แมชชีน” ปรากฎอยู่ในเรื่อง คอยพาตัวละครหลักเดินทางไปทั้งในอดีตและอนาคตกันใช่มั้ยคะ แต่ทว่าในชีวิตจริง สิ่งนั้นเป็นเพียงเครื่องมือที่มนุษย์จินตนาการขึ้นและหวังว่าสักวันคงมีพาหนะที่พาเราเดินทางข้ามกาลเวลาได้ แต่เพื่อน ๆ รู้มั้ยคะ ว่าบางครั้งเครื่องย้อนเวลามันก็ไม่ได้มาในรูปแบบของไทม์แมชชีนเสมอไป ในชีวิตประจำวัน เราสามารถพบเจอเครื่องย้อนเวลาได้หลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นอาหาร ร้านค้า เสื้อผ้า หรือแม้กระทั่ง “หนังสือ” สิ่งเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นเครื่องย้อนเวลาชั้นดีที่จะชวนให้เราหวนนึกถึงอดีตที่ผ่านมา

เราเองเป็นคนนึงที่เก็บความทรงจำเอาไว้ในหลายรูปแบบมาก ๆ โดยเฉพาะหนังสือ เพราะเป็นสิ่งที่เราคลุกคลีอยู่ด้วยมากที่สุด หลายครั้งที่เรากลับไปอ่านหนังสือที่เคยอ่านสมัยเด็ก เพราะอยากรู้ว่าถ้าเราในวัยผู้ใหญ่ได้อ่านมันอีกครั้ง เราจะมีความรู้สึกกับหนังสือยังไง เราจะมองเนื้อเรื่องด้วยความคิดแบบไหน และเราจะได้มุมมองใหม่จากหนังสือเหล่านั้นยังไงบ้าง

นอกจากการท่องเวลาในรูปแบบของหนังสือแล้ว ร้านหนังสือเองก็เป็นสถานที่เก็บความทรงจำของเราเช่นกันค่ะ หนึ่งในร้านที่สมัยเรียนต้องแวะไปเลือกดูหนังสือประจำเลยก็คือ B2S นี่เอง เดินเลือก เดินอ่านได้นานไม่มีใครกวน แถมพี่พนักงานยังน่ารักและบริการดีมาก ๆ ด้วย เวลาผ่านไปไวจนตอนนี้ร้านครบรอบ 25 ปีแล้ว เรากลับมาคิดเล่น ๆ ว่าทุกวันนี้ ถึงคนที่เคยไปเดิน B2S ด้วยกันเมื่อก่อนจะจากไปแล้วแต่ B2S ยังอยู่รอเราไปเดินช้อปปิ้งอยู่เสมอ เดินเข้าร้านไปทีไรเหมือนได้ย้อนเวลากลับไป แต่ต่างกันที่ตอนนี้หนังสือใหม่เยอะขึ้น เครื่องเขียนใหม่และของใช้น่าสนใจก็เพียบ ร้านเดียวครบจบทุกอย่างเลย

ในบทความนี้ เราเลยจะขอมาแชร์หนังสือที่เคยอ่านในวัยเด็กและได้ย้อนกลับไปอ่านอีกครั้งตอนโตเป็นผู้ใหญ่ ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน เราเชื่อว่าทุกเล่มที่หยิบมา หลายคนน่าจะเคยอ่านกันมาเมื่อครั้งเริ่มเข้าวงการการอ่านใหม่ ๆ หรือถ้าจะบอกว่าเป็นหนังสือเล่มแรกของใครหลายคนก็คงจะไม่ผิด ถ้าอยากรู้แล้วว่ามีเล่มไหนบ้าง ไปอ่านกันเลยค่ะ


1.โต๊ะโตะจัง เด็กหญิงข้างหน้าต่าง 

วรรณกรรมเยาวชนแปลจากภาษาญี่ปุ่นที่เล่าเรื่องราววัยเยาว์อันแสนบริสุทธิ์ผ่านมุมมองของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ ทั้งยังแฝงประเด็นเกี่ยวกับการศึกษา ชนชั้นทางสังคม รวมถึงการต่อต้านสงครามออกมาได้อย่างเรียบง่าย แต่สั่นสะเทือนหัวใจจนอ่านกี่รอบน้ำตาก็ไหลทุกที และล่าสุดเมื่อปี 2024 ที่ผ่านมานี้ ได้รับการสร้างเป็นภาพยนตร์แอนิเมชัันมาแล้วด้วยค่ะ

หนังสือเล่าเรื่องราวของโต๊ะโตะจัง เด็กหญิงวัยกำลังโตที่โดนไล่ออกจากโรงเรียนเก่าเพราะเหตุผลว่าเธอนั้นเป็นเด็กผิดปกติ เมื่อแม่ของโต๊ะโตะจังตระหนักแล้วว่าเธอต้องหาโรงเรียนที่สามารถเข้าใจและมีพื้นที่ให้โต๊ะโตะจังแสดงออกถึงตัวตนของเธอได้มากกว่าที่เก่า ทำให้หนูน้อยได้เข้ามาเรียนที่โรงเรียนของครูใหญ่โคบายาชิแห่งนี้ ที่มีห้องเรียนดัดแปลงมาจากตู้รถไฟเก่า มีระบบการศึกษาที่ไม่แบ่งแยกเด็กเก่งหรือไม่เก่ง 

เด็กปกติหรือพิการ เด็กร่ำรวยหรือยากจน  โรงเรียนแห่งนี้จึงเป็นเหมือน “บ้าน” ของเด็ก ๆ ที่ไม่ได้ผลิตนักเรียนที่เก่งที่สุด แต่กลับผลิตนักเรียนที่เข้าใจการใช้ชีวิตซึ่งสำคัญที่สุดกับการโตไปเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตนั่นเอง

แกนหลักสำคัญของเรื่องที่เห็นได้ชัดและน่าประทับใจมากคือ ระบบการศึกษาแบบทางเลือกของโรงเรียนโทโมเอ โดยครูใหญ่โคบายาชิ ซึ่งมีความละเอียดอ่อนมากกว่าเด็กน้อยทั่วไป เพราะเด็ก ๆ เหล่านี้ไม่สามารถอยู่ในระบบการศึกษาปกติได้ ไม่ว่าจะเป็นโต๊ะโตะจังที่ต้องย้ายออกจากโรงเรียนเก่าเพราะความประพฤติที่ผู้ใหญ่มองว่าไม่มีวินัยและไม่น่ารักสำหรับเด็กวัยนี้แล้ว ยังรวมถึงเด็กที่ด้อยโอกาสเพราะความพิการ เช่น ร่างกายแคระแกร็น เป็นโรคโปลิโอ เป็นต้น

ที่โรงเรียนแห่งนี้ พวกเขาทุกคนถูกโอบกอดด้วยความรักและความเข้าใจอย่างอดทนอดกลั้นและเท่าเทียมกันโดยไม่มีการแบ่งแยกด้วยชนชั้นทางสังคมหรือเงินทอง จากครูใหญ่ที่มีวิสัยทัศน์ต่างไปจากระบบโรงเรียนอื่น ๆ  ทำให้โรงเรียนแห่งนี้ กลายเป็นสถานที่ในอุดมคติที่ไม่เพียงเอื้อต่อการเติบโตของเด็กๆ แม้ว่าพวกเขาจะไม่สมบูรณ์พร้อม แต่ยังเป็นสถานที่ปลอดภัยให้กับหัวใจดวงน้อยเหล่านั้นอีกด้วย

ความรู้สึกหลังจากอ่านเล่มนี้ครั้งแรก : ตอนอ่านหนังสือเล่มนี้ครั้งแรก เป็นช่วงที่เราเริ่มเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น แล้วก็ไม่ได้เป็นวัยรุ่นที่ตีความวรรณกรรมเก่งอะไรเลยค่ะ ฮ่า ๆ แต่เรากลับรู้สึกประทับใจและซาบซึ้งจนน้ำตาไหลในการกระทำของผู้ใหญ่ในเรื่องนี้ และมิตรภาพที่เกิดขึ้นในโรงเรียนระหว่างโต๊ะโตะจังกับเพื่อนร่วมชั้นว่าช่างเป็นอะไรที่อบอุ่นใจมาก ๆ อีกทั้งการมีอยู่ของโรงเรียนแห่งนี้ยังเป็นการเพิ่มโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็ก ๆ ด้อยโอกาสโดยไม่มองว่าพวกเขาแตกต่างจากเด็กปกติเลยค่ะ

ความรู้สึกหลังจากอ่านเล่มนี้อีกครั้ง : ในวัยผู้ใหญ่ที่กลับไปอ่านหนังสือเล่มนี้แล้วก็ยังน้ำตาไหลอยู่ แต่คราวนี้ไม่ได้ร้องไห้เพราะความประทับใจเพียงอย่างเดียวแล้วค่ะ แต่มันยังเต็มไปด้วยความรู้สึกสงสารและเห็นใจ เพราะถ้ามองกันในความเป็นจริงแล้ว สถานที่ในอุดมคติแบบนี้จะมีอยู่สักกี่ที่กันบนโลก มันอาจจะจริงอยู่ที่ในปัจจุบันนั้นมีการอำนวยความสะดวกและเพิ่มโอกาสให้กับผู้ด้อยโอกาสทางการศึกษามากมาย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะได้รับโอกาสนั้น เลยทำให้เรารู้สึกเศร้าเมื่ออ่านหนังสือเล่มนี้จบ อีกอย่างอาจจะเพราะเราโตเป็นผู้ใหญ่และมองโลกด้วยความเป็นจริงมากขึ้น เลยอดสงสารเด็ก ๆ ที่ต้องเผชิญหน้ากับการโดนตัดสินจากสังคม ความโหดร้ายจากสงคราม รวมถึงสภาวะทางร่างกายและใจที่ถูกตัดสินไว้ว่าไม่ปกติไม่ได้เลย

2.ต้นส้มแสนรัก 

หนังสือวรรณกรรมเยาวชนคลาสิกที่ได้รับการตีพิมพ์อย่างต่อเนื่องและถูกนำไปแปลแล้วกว่า 30 ภาษาด้วยกัน แค่นั้นยังไม่พอนะคะ หนังสือเล่มนี้ยังเป็นเล่มที่ไอดอลคนดังอย่าง พัคจินยอง ศิลปินเกาหลีหนึ่งในสมาชิกวง Got7 หรือ คิมนัมจุน หัวหน้าวง BTS หยิบมาอ่าน จนทำให้เกิดเป็นกระแสอ่านตามไอดอลนั่นเองค่ะ

เนื้อเรื่องเล่าถึงชีวิตของ เซเซ่ เด็กชายวัย 5 ขวบที่เกิดมาในครอบครัวยากจน มิหนำซ้ำพ่อของเขายังตกงานและสิ้นหวังกับชีวิต ทำให้แม่และพี่ ๆ ต้องช่วยกันทำงานหาเงินเลี้ยงครอบครัว เขาถูกเลี้ยงดูให้เติบโตขึ้นท่ามกลางความรุนแรง มันส่งผลให้เซเซ่เป็นคนก้าวร้าว เนื่องจากความเจ็บปวด ความคับแค้นใจและความโกรธที่โดนลงโทษหนักเกินไป สะสมและก่อตัวขึ้นในหัวใจของเด็กชาย ยิ่งไปกว่านั้นคือเขาไม่รู้จักการแสดงความรักด้วยซ้ำเพราะทุกคนในครอบครัวต่างก็ยุ่งอยู่กับการทำงานหาเงินและจมจ่อมอยู่กับปัญหาของตัวเองจนไม่เหลือเวลามาทำความเข้าใจพฤติกรรม รับฟังปัญหาและไม่เห็นคุณค่าของคนในครอบครัว

เวลาผ่านไป ร่องรอยของการถูกทำร้ายทางกายอาจเลือนหายไปตามกาลเวลา แต่บาดแผลในใจนั้นลึกยิ่งกว่าและดูเหมือนว่ามันจะกลายเป็นปมในหัวใจของเซเซ่ เขากลายเป็นเด็กที่ไม่เห็นคุณค่าในตัวเอง รู้สึกว่าไม่มีใครต้องการและโดดเดี่ยวอยู่เสมอ จนวันหนึ่งเมื่อต้องย้ายไปอยู่บ้านใหม่ ทำให้เซเซ่ได้พบกับต้นส้มพูดได้ ที่สามารถปลอบใจและเป็นเพื่อนเล่นของเขาในเวลาที่โดนลงโทษด้วยการกักบริเวณ หรือแม้ในยามที่มีเรื่องไม่สบายใจ ต้นส้มก็เป็นเหมือนเพื่อนคนโปรดที่คอยรับฟังอย่างเข้าใจและไม่ตัดสินเขาเหมือนกับคนอื่น ๆ  ทำให้เซเซ่รู้สึกอบอุ่นใจ สนุกและมีความสุขไปกับเพื่อนในจินตนาการคนนี้อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่ก็เพียงไม่นานเมื่อต้นส้มแสนรักของเขากำลังจะถูกตัด ทำให้เซเซ่พยายามทำทุกทางเพื่อที่จะรักษาเพื่อนที่ดีเพียงคนเดียวในชีวิตของเขาไว้ให้ได้

แกนหลักสำคัญของเรื่องที่เห็นได้ชัดเลยคือ ปัญหาของเด็กที่เติบโตมาในครอบครัวที่ไม่มีความพร้อมทางการเลี้ยงดูที่ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุนทางการเงิน หรือการสนับสนุนทางด้านจิตใจ ส่งผลให้เด็กแสดงพฤติกรรมทางลบมาเพื่อต่อต้านหรือรับมือกับความเจ็บปวด ในขณะเดียวกัน ก็สร้างโลกและเพื่อนที่ดีในจินตนาการของตนเองขึ้นมาเพื่อหาทางหลบหลีกจากความโหดร้ายของสถานการณ์จริง ทำให้หนังสือเล่มนี้นอกจากจะเป็นเล่มที่เด็ก ๆ ควรอ่านเป็นหนังสือนอกเวลาแล้ว พ่อแม่ผู้ปกครองก็ยังควรอ่านดูสักครั้งเพื่อเรียนรู้ ทำความเข้าใจและสะท้อนมุมมองของการเลี้ยงเด็ก เพื่อนำมาปรับใช้กับการดูแลเด็ก ๆ ที่บ้านให้เติบโตมาอย่างเจ็บปวดน้อยที่สุดและมีบาดแผลทางใจน้อยที่สุดกันค่ะ

ความรู้สึกหลังจากอ่านเล่มนี้ครั้งแรก  : ส่วนตัวตอนเด็ก ๆ เรารู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้เศร้าและง่วงมาก ต้องใช้ความอดทนในการอ่านครึ่งแรกอย่างหนัก แต่พอผ่านไปสักพักจะเริ่มสนุกขึ้น แอบขำไปกับความซนของเซเซ่และไม่ได้คิดถึงประเด็นที่แฝงอยู่ในหนังสือมากนัก ตีความสิ่งที่หนังสือสื่อออกมาเพียงด้านเดียว คือ พ่อแม่เซเซ่ใจร้ายจัง พี่ ๆ ของเขาไม่น่าเล่นด้วยเลย รวมถึงผู้ใหญ่ในหนังสือเล่มนี้เป็นอะไรกันไปหมดเนี่ย แอบคิดแทนเซเซ่ว่าถ้าเป็นเราคงหนีออกจากบ้านไปแล้วแน่ ๆ ฮ่า ๆ

ความรู้สึกหลังจากอ่านเล่มนี้อีกครั้ง : บอกได้คำเดียวเลยว่า “หน่วง” มาก ๆ ความเจ็บปวดของทุกคน บีบคั้นหัวใจเราไปหมดเลยค่ะ เพราะพอเห็นสิ่งที่ทุกคนต้องเผชิญแล้วก็เข้าใจว่าทั้งตัวพ่อที่ต้องรับมือกับความเครียด ความผิดหวังจากการตกงาน แม่ของเซเซ่ต้องแบกรับหน้าที่ดูแลทั้งครอบครัว จนทำให้ทั้งสองละเลยลูก ๆ และทำหน้าที่ของพ่อแม่ได้อย่างไม่ดีนัก ส่วนตัวเซเซ่เองที่ต้องมารับกรรมความเจ็บปวดมือสองของคนในครอบครัวนี่แทบไม่ต้องพูดซ้ำแล้วว่าน้องน่าเห็นใจเป็นที่สุด จนเมื่อปิดหนังสือ เราแอบอธิษฐานว่าขอให้เด็ก ๆ ที่ต้องเผชิญกับชะตากรรมแบบเดียวกับเซเซ่ได้พบกับคนที่จะมาช่วยเยียวยาจิตใจให้น้องได้โตไปอย่างเข้าใจชีวิตและรักษาบาดแผลทางใจให้ดีขึ้นได้ในที่สุด เรียกได้ว่าการกลับมาอ่านหนังสือเล่มนี้อีกครั้งในวัยผู้ใหญ่ ทำให้เราเห็นว่าเราได้เปลี่ยนมุมมองที่เคยมีกับตัวละครใหม่และสะท้อนความคิดต่อหนังสือเล่มนี้เปลี่ยนไปมากแค่ไหนเลยค่ะ


3.เจ้าชายน้อย (Le Petit Prince) 

นิยายที่ซุกซ่อนความหมายของความรักจากดาว B612 เขียนโดย อองตวน เดอ แซงเตก-ซูเปรี เล่มนี้มีอายุ 82 ปีแล้ว ด้วยความที่อยู่คู่นักอ่านมานานขนาดนี้ และไม่มีท่าทีเลยว่าหนังสือเล่มนี้จะเลือนหายไปตามกาลเวลา เพราะนอกจากที่หนังสือจะถูกดัดแปลงไปในหลายเวอร์ชันทั้งการ์ตูน มังงะ หรือหนังสือภาพแล้ว ยังมีสื่อประเภทอื่น ๆ ที่น่าสนใจอีกมากมายมาเตือนความทรงจำให้แฟนคลับนึกถึงอยู่ตลอด ๆ เช่น ภาพยนตร์ การแสดงบัลเลต์และโอเปร่า เลยอาจจะเป็นเหตุผลที่ทำให้เหล่านักอ่านหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านซ้ำอีกครั้งในช่วงเวลาที่ต่างกัน ยกตัวอย่างเช่นเราเอง ได้อ่านเจ้าชายน้อยครั้งแรกตอนเป็นวัยรุ่นอายุ 15 และได้อ่านซ้ำอีกครั้งในวัย 25 ปี ทิ้งระยะเวลาห่างมาครบ 10 ปีพอดีค่ะ

เรื่องราวของเล่มนี้ เริ่มต้นเล่าผ่านมุมมองของเด็กชายวัยหกขวบที่อยากรู้ว่าผู้ใหญ่จะมีจินตนาการเท่ากับเด็กหรือไม่ จึงวาดภาพงูเหลือมที่กินช้างให้พวกเขาดู ผู้ใหญ่ตอบว่าภาพนั้นมันคือหมวก เด็กชายให้โอกาสอีกครั้งด้วยการวาดภาพช้างในงูเหลือมให้ดู แต่กลับถูกผู้ใหญ่บอกให้เขาศึกษาสิ่งที่ "สำคัญ” และ "สมเหตุสมผล" กับพวกเขา แทนที่จะพูดถึงเรื่องเพ้อฝัน

เด็กชายคนนั้นโตขึ้นและกลายเป็นนักบิน วันหนึ่งเครื่องบินของเขาตกในทะเลทรายซาฮารา ห่างไกลจากผู้คนและสิ่งอำนวยความสะดวก เขาต้องรีบซ่อมเครื่องบินก่อนที่น้ำจะหมด แต่ ณ ที่นั้น เขาได้พบกับเจ้าชายน้อย ตลอดหลายวันที่พยายามซ่อมเครื่องบิน นักบินได้ฟังเรื่องราวของเจ้าชายน้อยที่ตัดสินใจบอกลากุหลาบแสนสวยของเขาบนดาว B612 และการเดินทางไปยังดวงดาวอื่น ๆ ระหว่างที่จากมา จนในที่สุดก็มาถึงดาวโลกและได้พบกับเจ้าสุนัขจิ้งจอกที่ได้สอนให้เจ้าชายน้อยเข้าใจถึงความเปราะบางของความสัมพันธ์ แต่ในท้ายที่สุดเจ้าชายน้อยก็ได้จากนักบินไป แม้ว่าตอนจบของเรื่องจะไม่สวยงามนัก แต่เรื่องราวของเจ้าชายน้อยก็ได้สร้างความประทับใจให้นักอ่านจนหนังสือถูกแปลไปกว่า 300 ภาษาทั่วโลก

ความรู้สึกหลังจากอ่านเล่มนี้ครั้งแรก : หลังจากอ่านจบครั้งแรก เราตีความหนังสือเล่มนี้ในแง่เดียวเท่านั้น คือเข้าใจว่าเป็นนิทานสำหรับเด็ก  เพราะเรายึดเรื่องภาพวาดของเด็กชายตอนเริ่มเรื่องเป็นหลัก การที่ผู้ใหญ่ไม่เข้าใจถึงภาพวาดของเด็กชายมันสื่อให้เห็นตรง ๆ ว่าพอถึงวัยนึงเราจะหลงลืมจินตนาการและการมองโลกอย่างสวยงามในวัยเด็กไป และการพบกันของเจ้าชายน้อย ดอกกุหลาย ผู้คนบนดาวต่าง ๆ นักบิน รวมถึงเจ้าสุนัขจิ้งจอกก็เป็นเพียงการผจญภัยที่เขียนมาให้เด็ก ๆ อ่านเท่านั้น

ความรู้สึกหลังจากอ่านเล่มนี้อีกครั้ง :  เราได้ค้นพบความหมายและวิธีการดูแลความรักความสัมพันธ์ที่ซุกซ่อนอยู่ในหนังสือมากมายผ่านความสัมพันธ์ของตัวละครหลักในเรื่อง ทั้งยังได้มุมมองใหม่เกี่ยวกับผู้คนที่เจ้าชายน้อยได้พบเจอบนดาวต่าง ๆ ว่าเมื่อเราออกเดินทางไปสู่สถานที่กว้างใหญ่มากยิ่งขึ้น ผู้คนที่เราจะได้พบเจอก็จะมีหลากหลายประเภทมากขึ้นไปด้วย สุดท้ายคือจากที่เราอ่านเจ้าชายน้อยในครั้งแรกแล้วไม่ร้องไห้ แต่ว่ารอบนี้กลับต้องหาทิชชู่มาซับน้ำตาเพราะบทเรียนเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ชวนให้ปวดใจอยู่มากเหมือนกัน

สั่งซื้อ เจ้าชายน้อย คลิก

คลิก icon shop

ครบแล้วค่ะกับหนังสือวัยเด็กที่เราอยากชวนทุกคนกลับไปอ่านอีกครั้งเพื่อเป็นการเปิดมุมมองใหม่ให้กับตัวเอง อีกทั้งยังอาจจะทำให้เพื่อน ๆ ได้รับบทเรียนใหม่ที่หนังสือตั้งใจจะสื่อออกมาแต่ว่าเราเคยมองข้ามไปก็ได้นะคะ 

อย่างไรก็ตาม การกลับไปอ่านหนังสือเล่มเดิมที่เคยอ่าน การดูหนังเรื่องเก่าที่เคยชอบ รวมถึงการทบทวนเรื่องราวในอดีตทั้งดีและไม่ดีใหม่อีกครั้ง มันไม่ได้ทำให้เราเป็นคนยึดติดกับอดีตเสมอไป ถ้าเราย้อนกลับไปหามันแบบผู้สังเกตการณ์ มองหาบทเรียนและข้อดีของมัน หาจุดที่ทำพลาดไปแล้วในอนาคตพยายามจะไม่ทำพลาดอีก เราว่ามันเป็นวิธีนึงที่ทำให้เราพาตัวเองก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและเข้มแข็งขึ้น 

ไว้เจอกันอีกครั้งในบทความหน้า อย่าลืมกลับไปอ่านหนังสือที่เราป้ายยานะคะ 


มาเป็นชาว B2S CLUB ด้วยกันนะ สมัครสมาชิก
คลิกเลย!
Share
สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ คลิกเลย! icon shop
  • หนังสือเด็ก-นิทาน,
  • ครอบครัวและเด็ก,
  • วรรณกรรมแปล

ความคิดเห็น

5.0
กำหนดไฟล์รูป jpg, png, gif ขนาดไม่เกิน 5 MB เท่านั้น
เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ
เริ่มต้น Healthy Habit ปีใหม่ยังไง ให้ทำได้จริง
เริ่มต้น Healthy Habit ปีใหม่ยังไง ให้ทำได้จริง
รวมหนังสือล้วงลึกจิตใจ ค้นพบตัวตนที่ใช่ ตามแบบ Shadow Work
รวมหนังสือล้วงลึกจิตใจ ค้นพบตัวตนที่ใช่ ตามแบบ Shadow Work
เก็บเงินเพิ่มได้ในปี 2026 ด้วยเทคนิค Kakeibo
เก็บเงินเพิ่มได้ในปี 2026 ด้วยเทคนิค Kakeibo
อ่านดีมีแจก! Book Lover 2569  อ่านทุกเดือน รับ Book Stand สุด Exclusive!
อ่านดีมีแจก! Book Lover 2569 อ่านทุกเดือน รับ Book Stand สุด Exclusive!
ปี 2569 นี้ ตั้งเป้าอ่านหนังสือกี่เล่มดี มีเทคนิคทำได้จริงมาบอก!
ปี 2569 นี้ ตั้งเป้าอ่านหนังสือกี่เล่มดี มีเทคนิคทำได้จริงมาบอก!
ทำไมสีผมถึงหายไป ทั้งที่ยังไม่ได้แก่ ?
ทำไมสีผมถึงหายไป ทั้งที่ยังไม่ได้แก่ ?
ดูทั้งหมดview all promotion b2s

ต้องการยกเลิกการเป็นสมาชิก B2S Club

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนดำเนินการต่อ

เข้าสู่ระบบสมาชิก

ต้องการยกเลิกโปรดติดต่อ

ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร

รับทราบข้อมูล

ยกเลิกการเป็นสมาชิก B2S Club

กรุณากรอกหมายเลขสมาชิก B2S Club ที่ท่านต้องการยกเลิก

ยืนยันหมายเลข

การยกเลิกสมาชิก B2S Club

จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่

  • หากท่านเพียงต้องการยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสารเท่านั้น กรุณาติดต่อ The1 โทร 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น.
  • หากท่านต้องการยกเลิกสมาชิก B2S Club และสิทธิประโยชน์ของสมาชิก กดยืนยัน
ยืนยัน
เปลี่ยนใจ

บัญชี B2S Club และสิทธิประโยชน์ทั้งหมด

ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน

เปลี่ยนใจ
  • คำค้นหา
  • คู่มือเลี้ยงลูก
  • หนังสือเตรียมสอบ
  • หนังสือนิยาย
  • หนังสือพัฒนาตนเอง
  • หนังสือเด็ก-นิทาน
  • มังงะ
  • ศิลปะสำหรับเด็ก
  • ศิลปะและงานฝีมือ
  • ของเล่นเสริมพัฒนาการสำหรับเด็ก
  • การเรียนและการติว
  • เทคนิคการเรียนเพื่อพัฒนาตนเอง
  • หนังสือจิตวิทยา
  • ครอบครัวและเด็ก
  • นิยายวาย
  • การ์ตูนความรู้
  • BackToSchool
  • วรรณกรรมแปล
  • นิยายสืบสวน-ลี้ลับ
  • การเงินการลงทุน
  • ดูดวง
  • หนังสือขายดี
  • workshop-ศิลปะ
  • เทคนิคศิลปะ
  • โปเกมอน
  • สีอะคริลิค
  • บอร์ดเกม
  • 25 ปี B2S

  • หน้าหลัก
  • กิจกรรม
  • เรื่องน่ารู้
  • รีวิวหนังสือ
  • แบ่งปันเรื่องราวดีๆ
  • สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก

  • ข้อเสนอและโปรโมชั่น
  • แคตตาล็อก
  • หนังสือใหม่
  • หนังสือขายดี
  • B2S Online Shopping

  • ติดต่อเรา
  • FAQ
  • นโยบายคุกกี้
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อตกลงและเงื่อนไข
  • ยกเลิกการการรับข่าวสาร
  • ยกเลิกการเป็นสมาชิก
    B2S CLUB
  • หน้าหลัก
  • กิจกรรม
  • เรื่องน่ารู้
  • รีวิวหนังสือ
  • แบ่งปันเรื่องราวดีๆ
  • สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิก
    ช้อปออนไลน์
  • ข้อเสนอและโปรโมชั่น
  • แคตตาล็อก
  • หนังสือใหม่
  • หนังสือขายดี
  • B2S Online Shopping
    เกี่ยวกับเรา
  • ติดต่อเรา
  • FAQ
  • นโยบายคุกกี้
  • นโยบายความเป็นส่วนตัว
  • ข้อตกลงและเงื่อนไข
  • ยกเลิกการการรับข่าวสาร
  • ยกเลิกการเป็นสมาชิก

รับข่าวสารและโปรโมชั่น

b2sclub-facebook b2sclub-twitter b2sclub-instagram b2sclub-youtube b2sclub-line
  • Central Department Store
  • Robinson Department Store
  • Supersports
  • Central Marketing Group
  • Tops
  • Matsukiyo
  • GO Wholesale
  • Thaiwatsadu
  • BnB home
  • Auto1
  • Powerbuy
  • OfficeMate
  • B2S
  • MEB
  • Robinson Lifestyle
  • the1
  • gowow
  • petme
TOP

© 2021 B2S CLUB, All rights reserved. Web Design by 1001click.