หลายคนที่รักการอ่านหนังสือคงเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ อ่านเพลิน ๆ ไปได้ไม่กี่ชั่วโมง จู่ ๆ ก็รู้สึกปวดต้นคอ ปวดหลัง หรือตาล้าจนต้องหยุดพักกลางคัน ทั้งที่ยังอยากอ่านต่อให้จบเล่ม
ความจริงแล้วปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากการอ่านหนังสือมากเกินไป แต่มาจากท่านั่งและอุปกรณ์ที่ใช้ระหว่างอ่านมากกว่า ไม่ว่าจะอ่านจากหนังสือเล่ม หรือ e-reader ก็ตาม ถ้าเลือกให้เหมาะกับตัวเองตั้งแต่ต้น ก็สามารถอ่านได้นานขึ้นโดยไม่ทรมานร่างกาย บทความนี้จะพาไปดูว่าท่านั่งผิด ๆ ส่งผลกับร่างกายแค่ไหน e-reader และแว่นตาอ่านหนังสือช่วยอะไรได้บ้าง พร้อมวิธีจัดมุมอ่านหนังสือให้อ่านได้นานขึ้นแบบไม่ปวดเมื่อย
หลายคนอาจสงสัยว่านั่งอ่านหนังสือผิดท่าจะร้ายแรงขนาดทำให้ปวดหลังเรื้อรังได้จริงหรือ คำตอบคือเป็นไปได้ โดยเฉพาะถ้าทำติดต่อกันเป็นเวลานานทุกวัน แม้จะยังไม่มีตัวเลขทางการแพทย์ที่ระบุแน่ชัดว่านั่งผิดท่านานเท่าไหร่ถึงจะเริ่มเป็นปัญหา แต่นักกายภาพบำบัดส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าท่าทางที่ไม่เหมาะสมต่อเนื่องคือปัจจัยเสี่ยงสำคัญของอาการปวดคอบ่าไหล่
ลองสังเกตง่าย ๆ ว่าถ้านั่งอ่านหนังสือแล้วรู้สึกปวดคอหรือปวดหลังภายใน 20-30 นาทีแรก นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าท่านั่งหรือระดับสายตาที่ใช้อ่านไม่เหมาะสม ไม่ใช่เพราะร่างกายอ่อนแอเกินไป
ตัวอย่างเช่น พนักงานออฟฟิศคนหนึ่งชอบนอนคว่ำอ่านหนังสือบนเตียงเป็นประจำ จนเริ่มปวดต้นคอเรื้อรังโดยไม่รู้สาเหตุ หลังจากปรับมานั่งอ่านบนเก้าอี้ที่มีพนักพิงรองรับหลังส่วนล่าง อาการปวดคอค่อย ๆ ดีขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์
หลักการง่าย ๆ ของท่าอ่านหนังสือที่ไม่ปวดหลังคือให้แนวสายตาอยู่ระดับเดียวกับหนังสือหรืออุปกรณ์ที่ใช้อ่าน ไม่ต้องก้มคอมากเกินไป หลังพิงพนักเก้าอี้ให้เต็มแผ่นหลัง และเท้าวางราบกับพื้นหรือมีที่รองเท้าหากเก้าอี้สูงเกินไป ถ้าต้องอ่านนานเกิน 1 ชั่วโมง แนะนำให้ลุกยืดเส้นยืดสายทุก 30-45 นาที เพราะการนั่งท่าเดิมนานเกินไปแม้จะเป็นท่าที่ถูกต้อง ก็ยังส่งผลต่อกล้ามเนื้อได้เช่นกัน
อีกปัจจัยที่ส่งผลต่อการอ่านนาน ๆ ไม่ใช่แค่ท่านั่ง แต่รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้อ่านด้วย โดยเฉพาะ e-reader และแว่นตาอ่านหนังสือ ที่หลายคนสงสัยว่าจำเป็นแค่ไหนกันแน่
| ปัญหาที่เจอ | ตัวช่วยที่เหมาะ | เหตุผล |
| ตาล้าจากแสงจอมือถือ/แท็บเล็ต | e-reader จอ e-ink | ไม่มีแสงจอส่องตาโดยตรง ใกล้เคียงกระดาษ |
| ต้องพกหนังสือหลายเล่มออกนอกบ้าน | e-reader | น้ำหนักเบา ปรับขนาดตัวอักษรได้ |
| เริ่มมีสายตายาวตามวัย เพ่งตัวหนังสือมากขึ้น | แว่นตาอ่านหนังสือ (ตรวจค่าสายตาแล้ว) | ลดการเพ่งของกล้ามเนื้อตา |
| สายตาปกติดี | ไม่ต้องใช้ทั้งสองอย่าง | ใส่แว่นค่าไม่ตรงอาจทำให้ปวดตามากขึ้น |
e-reader vs หนังสือกระดาษ: จอ e-ink ไม่มีแสงส่องตาโดยตรงเหมือนจอมือถือ ตาล้าน้อยกว่า น้ำหนักเบา ปรับขนาดตัวอักษรได้ เหมาะกับคนพกหนังสือออกนอกบ้านบ่อยหรือเริ่มมีปัญหาสายตา เช่น BOOX NOVA AIR C รุ่นถนอมสายตา (อ่านเหตุผลเพิ่มเติม) แต่บางคนก็ยังชอบความรู้สึกพลิกหนังสือเล่มจริงมากกว่า เลือกใช้สลับกันได้ตามโอกาส
แว่นตาอ่านหนังสือ: จำเป็นเฉพาะคนเริ่มสายตายาวตามวัยหรือต้องเพ่งมากขึ้น ช่วยลดการเพ่งกล้ามเนื้อตา เช่น แว่นอ่านหนังสือ Blue+ คนสายตาปกติไม่ควรใส่ เพราะค่าไม่ตรงอาจทำให้ปวดตามากขึ้น ควรตรวจกับจักษุแพทย์ก่อนซื้อ ไม่ควรเดาค่าสายตาเอง
สุดท้ายแล้ว อ่านได้นานไม่ปวดหลังปวดตา ขึ้นอยู่กับท่านั่ง อุปกรณ์ และสภาพแวดล้อมที่เลือกให้เหมาะกับตัวเองตั้งแต่ต้น
จริง เพราะจอ e-ink ไม่มีแสงส่องตาโดยตรง แต่ก็ควรพักสายตาเป็นระยะเช่นเดิม
ไม่ควร ค่าสายตาไม่ตรงอาจทำให้ปวดตามากขึ้น ตรวจกับจักษุแพทย์ก่อนซื้อเสมอ
หาคาเฟ่ที่มีแสงธรรมชาติแทนได้ พกเบาะรองหลังหรือลุกเปลี่ยนท่าเป็นระยะ
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน