เพื่อนๆ เคยมั้ย ? ตั้งใจไว้อย่างดีว่าวันนี้จะอ่านหนังสือให้จบสักบท แต่พอเปิดหนังสือได้ไม่ถึง 10 นาที ตาก็เริ่มปรือ หัวเริ่มผงก อ่านไปสามหน้าแต่จำได้แค่ชื่อบท ส่วนเนื้อหาในสมองคือว่างเปล่าเหมือนกระดาษข้อสอบที่ยังไม่ได้เขียน! จะลุกไปชงกาแฟก็กลัวกินตอนเย็นแล้วนอนไม่หลับ จะกินเครื่องดื่มชูกำลังก็ไม่อยากพึ่งคาเฟอีนทุกวัน แล้วแบบนี้จะทำยังไงให้สมองตื่นพร้อมอ่านหนังสือต่อล่ะ?
ไม่ต้องกังวล! เพราะการแก้ง่วงไม่ได้มีแค่การดื่มกาแฟเท่านั้น ยังมีวิธีง่าย ๆ อีกหลายอย่างที่ช่วยให้ร่างกายสดชื่นและกลับมามีสมาธิได้ ลองมาดู 7 วิธีแก้ง่วงระหว่างอ่านหนังสือที่วัยรุ่นทำตามได้กันเลย!
อาการ: นั่งอ่านไปนาน ๆ จนตัวแทบหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกับเก้าอี้ แถมหนังสือหนึ่งหน้าใช้เวลาอ่านนานกว่าซีรีส์หนึ่งตอนอีก!
การนั่งอยู่ท่าเดิมนาน ๆ โดยเฉพาะในห้องที่เงียบและบรรยากาศสบาย ๆ อาจทำให้เรารู้สึกง่วงได้ง่ายขึ้น ถ้าเริ่มอ่านไม่รู้เรื่อง อย่าเพิ่งฝืนจ้องตัวหนังสือต่อจนหน้ากระดาษกลายเป็นภาพเบลอ ลองลุกขึ้นมาเคลื่อนไหวร่างกายสักหน่อยดีกว่า
การเคลื่อนไหวสั้น ๆ อาจช่วยเพิ่มความตื่นตัวได้ โดยไม่ต้องเสียเวลาออกกำลังกายเป็นชั่วโมง แต่ถ้าง่วงจนหัวทิ่มแล้ว วิธีนี้อาจช่วยได้ไม่มากเท่าการนอนพักนะ
อาการ: อ่านสูตรคณิตศาสตร์วนไป 10 รอบ แต่สมองเหมือนกดออกจากเกมไปตั้งแต่รอบแรก!
การอ่านหนังสือด้วยวิธีเดิมเป็นเวลานาน โดยเฉพาะการอ่านเนื้อหายาว ๆ แบบไม่หยุดคิด อาจทำให้เราหลุดโฟกัสได้ง่าย ลองเปลี่ยนจากการอ่านแบบรับข้อมูลอย่างเดียว มาเป็นการทำกิจกรรมที่ต้องใช้สมองตอบสนองมากขึ้น
วิธีเหล่านี้ช่วยให้เราได้ฝึกดึงข้อมูลออกจากความจำ แทนที่จะอ่านผ่านตาไปเรื่อย ๆ จนสมองเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงาน แต่ไม่ต้องไฮไลต์หนังสือทุกบรรทัดจนกลายเป็นสีรุ้งนะ! เป้าหมายคือทำให้สมองได้คิด ไม่ใช่ทำให้เครื่องเขียนหมดก่อนอ่านจบ
อาการ: ง่วงก็แล้ว มึนก็แล้ว อ่านเท่าไรก็ไม่เข้าหัว หรือจริง ๆ แล้วลืมดื่มน้ำมาตั้งแต่เช้ากันแน่?
การดื่มน้ำน้อยอาจทำให้เกิดอาการกระหายน้ำ อ่อนเพลีย หรือปวดหัวได้ในบางคน ซึ่งยิ่งทำให้การอ่านหนังสือไม่ราบรื่นเข้าไปใหญ่
ไม่จำเป็นต้องกรอกน้ำทีเดียวเป็นลิตรเพื่อหวังปลุกสมองให้ตื่น และน้ำเปล่าก็ไม่ใช่ยาวิเศษที่ดื่มแล้วหายง่วงทันทีนะ แต่การดูแลไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ ก็เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยให้เราใช้ชีวิตได้แบบสดชื่นเลยล่ะ
อาการ: อ่านหนังสือจนตาล้า แต่พอหยิบมือถือขึ้นมาปุ๊บ ตาสว่างปั๊บ!
การจ้องหนังสือหรือหน้าจอต่อเนื่องนาน ๆ อาจทำให้ดวงตาล้าและรู้สึกไม่สบายตาได้ ยิ่งถ้าอ่านในห้องแสงน้อย หรือมีแสงสะท้อนมาก ก็อาจยิ่งอ่านได้ไม่สบาย
เคล็ดลับสำคัญคือ ตอนพักสายตาให้มองวิว ต้นไม้ หรือสิ่งของรอบตัว ไม่ใช่เปลี่ยนจากอ่านชีวะไปอ่านแชต แล้วต่อด้วยดูคลิปสั้นอีก 47 คลิป เพราะสุดท้ายอาจได้ความรู้เรื่องดราม่าในอินเทอร์เน็ตแทนเนื้อหาที่ต้องสอบ!
อาการ: อ่านหนังสือบนเตียง ไฟสลัว ๆ มีหมอนนุ่ม ๆ ผ้าห่มอุ่น ๆ ครบเซต เหลือแค่เพลงกล่อมนอนก็พร้อมหลับแล้ว!
สภาพแวดล้อมมีส่วนทำให้เรารู้สึกตื่นตัวหรือง่วงได้ หากอ่านในห้องมืดหรือแสงน้อยเกินไป อาจทำให้ต้องเพ่งมากขึ้นและรู้สึกไม่สบายตา ส่วนการอ่านบนเตียงก็ชวนให้เผลอเอนตัวจนหลับได้ง่ายสำหรับหลายคน
จำไว้ว่าเราไม่ได้กำลังถ่าย MV เพลงเศร้า ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟสลัวเพื่อสร้างอารมณ์อ่านหนังสือ สิ่งที่ต้องการคือบรรยากาศที่ช่วยให้มีสมาธิ ไม่ใช่บรรยากาศที่ทำให้หมอนเรียกชื่อเราตลอดเวลา!
อาการ: อ่านไปได้ครึ่งบทแล้วเริ่มหิวจนสมาธิทั้งหมดมุ่งไปที่คำถามว่า “มื้อนี้กินอะไรดี?”
ถ้าปล่อยให้หิวมาก ๆ ก็อาจทำให้รู้สึกอ่อนเพลียและเสียสมาธิได้ แต่ถ้ากินมื้อใหญ่จนแน่นท้อง โดยเฉพาะก่อนกลับมาอ่านหนังสือ ก็อาจรู้สึกง่วงหลังอาหารได้เช่นกัน
ลองเตรียมของว่างที่กินง่ายและช่วยให้อิ่มพอดี เช่น
อย่าลืมกินอาหารมื้อหลักให้เพียงพอด้วย ไม่ควรใช้ขนมแทนอาหารทุกมื้อเพียงเพราะอยากประหยัดเวลาอ่านหนังสือ และขอเตือนนิดนึงว่า การพักไปกินขนมไม่ใช่เรื่องผิด แต่ถ้ากินเพลินจนอ่านหนังสือได้สองบรรทัดแล้วหมดถุง อันนี้อาจต้องเพิ่มวิชาแบ่งขนมเข้าตารางอ่านหนังสือด้วยแล้วล่ะ!
อาการ: ลุกเดินแล้วก็ยังง่วง ดื่มน้ำแล้วก็ยังง่วง เปลี่ยนวิธีอ่านแล้วก็ยังอ่านไม่รู้เรื่อง สรุปคือสมองกำลังส่งข้อความว่า “พอเถอะ ขอพักจริง ๆ สักที!”
หากอดนอนหรือนอนไม่เพียงพอ ร่างกายก็อาจง่วงมากจนวิธีปลุกตัวเองแบบอื่นช่วยได้เพียงชั่วคราว โดยเฉพาะวัยรุ่นที่ยังต้องการเวลานอนมากกว่าผู้ใหญ่ทั่วไป
อย่าคิดว่าการนอนคือการขี้เกียจ เพราะระหว่างนอน สมองยังทำงานเกี่ยวกับการเรียนรู้และความจำด้วย การอดนอนเพื่ออ่านหนังสือให้ได้หลายชั่วโมงอาจทำให้สุดท้ายจำเนื้อหาได้น้อยกว่าที่หวัง การปิดหนังสือแล้วเข้านอน คือการตัดสินใจที่ฉลาดที่สุด ไม่ใช่การยอมแพ้นะ
ถ้าเริ่มง่วงระหว่างอ่านหนังสือ ลองเลือกวิธีที่เหมาะกับอาการของตัวเองก่อน ไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างพร้อมกัน
อย่าลืมว่าการอ่านหนังสือให้ได้ผลไม่ได้วัดกันที่จำนวนชั่วโมงที่นั่งอยู่หน้าโต๊ะ แต่วัดจากการเรียนรู้และความเข้าใจที่เกิดขึ้นด้วยนะ ไม่ต้องฝืนอ่านจนตาแทบปิดเพื่อพิสูจน์ว่าเราขยัน เพราะเป้าหมายของเราคือการอ่านให้รู้เรื่อง ไม่ใช่อ่านจนกลายเป็นวิญญาณนักอ่านที่สิงอยู่ในห้องสมุด!
คืนนี้ใครมีแพลนอ่านหนังสือ อย่าลืมดูแลตัวเองให้ดี พักให้เป็น กินให้พอ และนอนให้ครบ แล้วค่อยกลับมาลุยต่อแบบสมองสดใสกันนะ!
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน