ระหว่าง ‘ผี’ ที่คอยหลอกหลอนในความมืด กับ ‘ความเจ็บปวด’ ที่ฝังลึกอยู่ในใจ ทุกคนคิดว่าอะไรน่ากลัวกว่ากันคะ?
บทความนี้เราจะพาทุกคนมาอ่านเรื่องราวผีๆ ผลงานสุดเจ๋งจากปลายปากกาเหล่านักเขียนไทยที่นอกจากจะให้ฟีลน่ากลัวขนหัวลุกต้อนรับเดือนแห่งเทศกาลฮาโลวีนแล้ว ยังพาเราไปสำรวจซอกมุมของหัวใจมนุษย์ที่กำลังแตกสลาย ทั้งการเดินทางของตัวละครทุกตัวเต็มไปด้วยกลิ่นอายของความถวิลหา การพยายามยื้อแย่งบางสิ่งกลับคืนมาจากความตาย และความทรมานของการที่ต้องยอมรับความจริงว่าคงทำได้แค่คิดถึง หนังสือ “After You ผี เธอ เขา และเรื่องของเราที่ไม่มีคุณ”
รวมเรื่องสั้นสั่นประสาท ที่เหมือนซ่อนเข็มเล่มเล็กๆ ไว้คอยทิ่มแทงหัวใจคนอ่านให้รู้สึกหน่วงและดิ่งไปกับความสัมพันธ์ของตัวละครได้อย่างน่าสนใจ อ่านจบแล้วอาจเปลี่ยนนิยามของคำว่า “ผี” ที่เราเคยเข้าใจไปตลอดกาล
After You ผี เธอ เขา และเรื่องของเราที่ไม่มีคุณ เป็นเล่มบทสรุปของไตรภาคชุดรวมเรื่องสั้นจักรวาล After จากสำนักพิมพ์ Espresso & Cigarette ที่แม้จะใช้ฉากหลังและธีมเป็นเรื่องของวิญญาณกับผี แต่แก่นแท้ของเรื่องราวตั้งใจสะท้อนแง่มุมความสัมพันธ์ของผู้คน การจากลา บาดแผล ความทรงจำ และความรู้สึกที่ยังหลงเหลืออยู่ของคนที่ยังอยู่ โดยโทนเรื่องจะมีความดราม่าบีบคั้นหัวใจ ชวนซึ้ง ผสมผสานไปกับไซ-ไฟ ทำให้ก่อเกิดเป็นรสชาติการอ่านที่แปลกใหม่
หนังสือไม่ได้เน้นไปที่ฉาก jump scare หรือฉากผีหลอกวิญญาณหลอนเพื่อความหลอน แต่เน้นสื่อถึงเรื่องราวหลังจากการจากลาของเหล่าตัวละครในเล่ม ซึ่งมักต้องใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่ที่ไม่มีคุณอยู่แล้ว แต่สิ่งของ สถานที่ หรือกิจวัตรประจำวันกลับทำหน้าที่เป็นสื่อนำพาความหลอนหลอกในรูปแบบของความคิดถึงและความรู้สึกผิดมาทำร้ายจิตใจนั่นเองค่ะ
ดังนั้นคำว่าผีในหนังสือเล่มนี้ไม่ได้หมายถึงผีพราย ผีหัวขาด หรือความสยองขวัญสั่นประสาท แต่หมายถึง ร่องรอย รอยจำ หรือบาดแผล ของคนที่จากไปแล้ว ทิ้งเอาไว้ให้คนที่ยังอยู่ต้องเผชิญหน้า หรือถ้าจะเรียกว่ามันคือเรื่องราวของความว่างเปล่าหลังจากที่เราต้องสูญเสียใครบางคนไปอย่างถาวรก็คงไม่ผิดนัก
นอกจากนี้หลายเรื่องในเล่มยังเล่าเรื่องราวของความน่ากลัวของสิ่งเหนือธรรมชาติ ผสมผสานไปกับความน่ากลัวของจิตใจมนุษย์ ความโลภ โกรธ หลง ความเห็นแก่ตัว และครอบครัวที่ผุพัง ตัวอย่างเช่น
เป็นเรื่องสั้นสุดดาร์กและลึกลับ เล่าถึงเรื่องราวของครอบครัวหนึ่งที่ดูเหมือนต้องคำสาป โดยผู้เขียนสร้างบรรยากาศชวนสงสัยและทิ้งปริศนาเกี่ยวกับกลิ่น หรือสิ่งผิดปกติบางอย่างที่เกิดขึ้นภายในบ้าน แต่สมาชิกทุกคนในครอบครัวกลับเลือกที่จะปิดปากเงียบแสร้งทำเป็นเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นกลิ่นที่ไม่มีใครยอมพูดถึง การเปรียบเปรยถึง บาดแผล ความทรงจำอันเน่าเฟะ หรือความลับดำมืดภายในครอบครัวที่ทุกคนต่างรู้ดีแต่เลือกจะซุกซ่อนไว้ เรื่องราวจะค่อยๆ ทวีความกดดัน ลึกลับ น่าค้นหา และเผยให้เห็นความบิดเบี้ยว รัก โลภ โกรธ หลง ของมนุษย์ มีการทิ้งปมและร่องรอยให้ผู้อ่านสืบค้น ชวนให้ติดตามและตั้งคำถามว่าแท้จริงแล้วสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือวิญญาณ หรือสัญชาตญาณอันโหดร้ายของคนในบ้านกันแน่
เราคิดว่าความโดดเด่นของเรื่องสั้นในเล่มนี้คือ เกือบทุกเรื่องจะพาตัวละครไปสุดทางมาก ทั้งความเข้มข้น หม่นดาร์ก หรือซาบซึ้งจนน้ำตาซึม แต่สุดท้ายไม่ว่าตัวละครจะแตกสลายหรืออยู่ในรูปแบบคนเป็นหรือคนตาย หนังสือก็ยังสะท้อนว่ามนุษย์ก็ยังคงเป็นมนุษย์ที่ขับเคลื่อนด้วยความรักและความปรารถนาที่จะยึดเหนี่ยวใครสักคนเอาไว้เสมอ
อีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้หนังสือเล่มนี้น่าสนใจ คือการที่มันเปลี่ยนความน่ากลัวของผี ให้กลายเป็นความเข้าใจชีวิต โดยการใช้ผีเป็นเครื่องมือสะท้อนความเปราะบางของมนุษย์ ทำให้เราได้สำรวจความกลัว ความโดดเดี่ยว และการรับมือกับการจากลา ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเจอในชีวิตจริง
ที่จะไม่พูดถึงไม่ได้เลยคือการเล่าผ่านมุมมองที่แตกต่างกันถึง 11 มุมมอง จากการรวมตัวของ 11 นักเขียน ทำให้แต่ละเรื่องมีลายเซ็น วิธีการเล่า และพล็อตที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง เราจะได้อ่านตั้งแต่ดราม่าเรียกน้ำตา เรื่องรักซึมลึก ไปจนถึงเรื่องราวล้ำโลกที่คาดไม่ถึง ทำให้สนุกและตื่นเต้นทุกครั้งที่เปิดอ่านเรื่องถัดไป
นอกจากเล่ม After You ผี เธอ เขา และเรื่องของเราที่ไม่มีคุณ เราจะขอเล่าเรื่องราวของอีกสองเล่มในเซ็ตนี้ให้ทุกคนได้อ่านคร่าวๆ กันด้วย เผื่อใครสนใจตามไปอ่านต่อให้ครบทั้งเซ็ตค่ะ
เล่มมีธีมเรื่องที่เปรียบชีวิตเป็นเหมือนการมองดูเส้นขอบฟ้าที่เพิ่งสิ้นแสง เรื่องราวจะเน้นไปที่เหตุการณ์ลึกลับที่เกิดขึ้นหลังพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งว่ากันว่าเป็นช่วงเวลาแห่งเส้นแบ่งระหว่าง "โลกคนเป็น" และ "โลกคนตาย" โดยวิญญาณในเล่มนี้ส่วนใหญ่ยังมีพันธะผูกพันหรือมีเรื่องค้างคาใจที่ยังไม่ได้พูดออกไปในตอนที่มีชีวิตอยู่ ตัวละครมักติดอยู่กับความเงียบงัน ความทรงจำ และความอาลัยอาวรณ์
สำหรับเรื่องที่น่าสนใจที่สุดในเล่มนี้ เราขอยกให้เป็นเรื่อง “Delusional Pain” ซึ่งเป็นเรื่องสั้นแนวระทึกขวัญ จิตวิทยา การเมือง เล่าถึงอาจารย์มหาวิทยาลัยคนหนึ่งที่ต้องเผชิญกับอาการผีอำอย่างรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อการนอนหลับและการใช้ชีวิตประจำวัน ทว่าต้นตอของอาการหลอนและผีอำนี้ไม่ได้มาจากสิ่งลี้ลับทั่วไป แต่เป็นผลกระทบทางจิตใจ หรือ Trauma หลังจากที่เขาต้องผ่านเหตุการณ์เลวร้ายร่วมกับเพื่อนที่ไปร่วมชุมนุมทางการเมืองด้วยกัน ซึ่งเพื่อนของเขาถูกบังคับสูญหาย เป็นประเด็นที่พบเห็นในเรื่องสั้นได้ไม่บ่อยนัก จุดเด่นของเรื่องสั้นเรื่องนี้คือการใช้ความกลัวและอาการเจ็บปวดทางจิตใจมาสื่อนัยยะทางการเมืองได้อย่างทรงพลัง บรรยากาศของเรื่องมีความอึดอัด กดดัน ทำให้เห็นว่าความจริงอันโหดร้ายและระบบที่ทำร้ายมนุษย์ในเรื่องนี้ มันน่ากลัวยิ่งกว่าผีตัวเป็นๆ เสียอีก
เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากเล่มแรกอย่าง After life ผี เธอ เขา และเรื่องของเราหลังอาทิตย์ตก โดยในเล่มนี้จะพาผู้อ่านดิ่งลึกสู่ใจกลางความมืดมิดในช่วงเวลาหลังเที่ยงคืน เพื่อสำรวจความลึกลับและความสัมพันธ์ของมนุษย์ที่เข้มข้นยิ่งขึ้น ผ่านเรื่องสั้นทั้งหมด 13 เรื่อง จาก 13 นักเขียนค่ะ
เนื้อหาในเล่มจะเป็นเรื่องผีที่เข้มข้นขึ้น พล็อตเฉียบคม และไล่ระดับอารมณ์ได้ดีมากขึ้น โดยเน้นไปที่บาดแผลในใจและเรื่องราวที่ยังไม่จบสิ้นของตัวละคร ประกอบกับความมืดหลังเที่ยงคืนกลายเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่เค้นเอาความลับ ความเศร้า ความโลภ โกรธ หลง ของมนุษย์ออกมา ทำให้อ่านแล้วรู้สึกมีความหลากหลายทางอารมณ์สูงมาก ตั้งแต่โทนดราม่าบีบคั้นหัวใจ เรื่องลึกลับชวนขนลุก ไปจนถึงเรื่องสั้นตลกขื่น ที่ชวนให้คนอ่านแบบเราๆ กลับมาตั้งคำถามกับความสัมพันธ์ของคนข้างตัวว่า สิ่งที่เราเห็นและเป็นอยู่นั้น... แท้จริงแล้วน่ากลัวกว่าสิ่งลี้ลับหลังเที่ยงคืนหรือไม่
สำหรับเรื่องที่น่าสนใจจากเล่มนี้ เราขอยกให้เป็นเรื่อง "พนักงานใหม่" เนื้อเรื่องจะพาเราไปดูมุมมองในที่ทำงานแห่งหนึ่งที่ความกลัวเรื่องบาปบุญคุณโทษหรือความกลัวผีสางเทวดาได้เลือนหายไป ซึ่งนักเขียนได้สะท้อนมุมมองดาร์กๆ ออกมาว่า เมื่อคนเราไร้ซึ่งความกลัวในสิ่งเหนือธรรมชาติ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือมนุษย์จะเลิกกลัวบาปกรรม ไม่มีผี ไม่มีนรก-สวรรค์ในความคิด คนเราก็พร้อมจะทำเรื่องเห็นแก่ตัว ทำชั่ว หรือเอาเปรียบคนอื่นได้หน้าตาเฉยโดยไม่รู้สึกผิด อีกทั้งยังเน้นย้ำอย่างเจ็บแสบว่า ความโหดร้าย สันดานดิบ และความโลภของมนุษย์ยามที่ไม่มีกรอบศีลธรรมหรือความกลัวมาฉุดรั้งนั้น น่าสยดสยองและสร้างความเดือดร้อนได้มากกว่าผีหลอกวิญญาณหลอนหลายเท่า
แม้ประเด็นจะดูหนักและสะท้อนใจ แต่ผู้เขียนเลือกเล่าด้วยท่วงทำนองที่มีความขำขื่นและประชดประชัน ดำเนินเรื่องในบรรยากาศออฟฟิศที่คนทำงานทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันดี ทำให้เข้าถึงง่ายและกระแทกใจคนอ่านยุคนี้ที่ต้องเผชิญกับความกดดันทางสังคมและความเห็นแก่ตัวของผู้คนในชีวิตจริงมากๆ เลยค่ะ
หลังจากที่ได้อ่านหนังสือทั้งสามเล่มในชุดนี้จบ สิ่งที่เราได้เอากลับมาตกตะกอนกับตัวเอง คือเนื้อเรื่องที่เตือนใจเราให้เห็นถึงคุณค่าของคนข้าง ๆ ในวันที่ยังมีกันและกันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ไหนก็ตาม เพราะเวลายังเดินหน้าไปทุกๆ วัน เราควรหันกลับมาใส่ใจ ดูแล และรักคนที่อยู่ข้างเราในปัจจุบันให้เต็มที่เท่าที่จะทำได้ ก่อนที่วันหนึ่งพวกเขาหรือตัวเราจะกลายเป็นเพียงร่องรอยความทรงจำในใจของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง
เพราะบางครั้งการมองเห็น 'ผี' ยังไม่น่ากลัวเท่ากับการมองไปรอบๆ ตัว แล้วพบว่าทุกตารางนิ้วในห้องเต็มไปด้วยความทรงจำของคนที่จากไปแล้วโดยที่เรายังตอบแทนและดูแลกันตอนมีชีวิตอยู่ได้ไม่มากพอ
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน