เปิดเทอมใหม่ทั้งที น้องๆ หลายคนคงอยากอัปเกรดตัวเองให้เป็นคนใหม่ที่ดีกว่าเดิม และอาวุธลับที่ทำได้ง่ายที่สุดก็คือ การอ่านหนังสือ แต่จะอ่านอะไร อ่านเล่มไหนให้ตรงจุดกันดีน้า? บทความนี้เราจะขอชวนให้น้องๆ ได้ลองมาเช็ก Persona ของตัวเองว่าเปิดเทอมนี้อยากเป็นตัวเองเวอร์ชันไหนกันบ้าง พร้อมอ่านรีวิวหนังสือที่คัดมาให้อย่างตรงใจ ตรงบุคลิกอย่างแน่นอน
ถ้าพร้อมจะอ่านหนังสือที่ใช่ จับคู่ไปกับ Persona ที่ชอบกันแล้วล่ะก็ ไปอ่านรีวิวกันได้เลยค่ะ
Persona: มีเป้าหมายชัด อยากโฟกัสกับการเรียน จัดเวลาเก่งขึ้น อยากเป็นตัวเองเวอร์ชันที่ “เอาจริงกับชีวิตมากขึ้น”
เหมาะกับ: คนที่อยากอัปเกรดตัวเอง คนที่ตั้งเป้าเรื่องเรียน / สอบ ควรอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับการฝึกวินัยให้กับตัวเอง
เขียนโดย James Clear เป็นหนังสือที่บอกเล่าถึงพลังของการเปลี่ยนแปลงเล็กๆ น้อยๆ ที่ทำอย่างต่อเนื่อง หรือที่เรียกว่านิสัยระดับอะตอม ซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในระยะยาว
James Clear ย้ำว่าเราไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวเองแบบก้าวกระโดด แต่ขอเพียงแค่ดีขึ้นวันละ 1% หากทำได้ต่อเนื่องครบ 1 ปี เราจะเก่งขึ้นกว่าเดิมถึง 37 เท่า ในทางกลับกัน ถ้านิสัยแย่ลงวันละ 1% ทุกวัน ผลลัพธ์ก็จะดิ่งลงจนเกือบเป็นศูนย์เช่นกัน ที่สำคัญและจะไม่พูดถึงไม่ได้คือ ให้เรามุ่งเน้นที่ระบบ ไม่ใช่ที่
เป้าหมาย หนังสือชี้ให้เห็นว่าทั้งผู้ชนะและผู้แพ้ต่างก็มีเป้าหมายเหมือนกัน แต่สิ่งที่ทำให้ผลลัพธ์ของทั้งคู่ต่างกัน คือกระบวนการที่นำไปสู่ผลลัพธ์นั้น
หัวใจของหนังสือเล่มนี้ คือการเปลี่ยนตัวตน ไม่ใช่แค่เปลี่ยนผลลัพธ์ แทนที่จะบอกว่าฉันอยากวิ่งมาราธอน ให้บอกตัวเองว่าฉันคือนักวิ่ง เพราะเมื่อเราเชื่อว่าเราคือใคร การกระทำของเราก็จะสอดคล้องกับตัวตนนั้นโดยอัตโนมัติค่ะ
Persona: อยากเรียนดี แต่ไม่อยากเครียด อยากมีชีวิตที่ “สมดุล” มากขึ้น
เหมาะกับ: คนที่อยากดูแลตัวเองได้รอบด้านมากขึ้นมากขึ้น ไม่ใช่แค่การเรียนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงกิจกรรม และการฝึกใช้ชีวิตให้มีความสุขมากขึ้นด้วย จึงควรอ่านหนังสือที่ว่าด้วยการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย สบาย แต่สนุก
เขียนโดย เคน โมงิ นักประสาทวิทยาศาสตร์ชาวญี่ปุ่น นำเสนอแนวคิด "อิคิไก" (Ikigai) ซึ่งหมายถึง เหตุผลที่ทำให้เราตื่นขึ้นมาในทุกๆ เช้า โดยเคน โมงิ ไม่ได้ใช้แผนภาพวงกลม 4 วงแบบที่หลายคนคุ้นเคย แต่เน้นที่ความรู้สึกภายใน ผ่าน 5 เสาหลักได้แก่
1.การเริ่มต้นเล็กๆ เน้นความพิถีพิถันในรายละเอียดและการลงมือทำจากจุดเล็กๆ เช่น การตื่นเช้าขึ้นมาทำกิจวัตรที่ชอบ หรือการใส่ใจในเนื้องานเล็กๆ ให้ดีที่สุด
2.การปลดปล่อยตัวเอง คือการยอมรับตัวเองตามความเป็นจริง ลดละอัตตาหรือหัวโขนทางสังคม เพื่อให้จิตใจเป็นอิสระและมีความสุขกับปัจจุบันได้ง่ายขึ้น
3.ความสอดคล้องและความยั่งยืน การรักษาความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบข้าง สังคม และสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ชีวิตมีความสมดุลและมั่นคงในระยะยาว
4.มีความสุขกับสิ่งเล็กๆ ฝึกมองหาและซาบซึ้งกับความสุขเรียบง่ายรอบตัว เช่น กลิ่นกาแฟ แสงแดดยามเช้า
5.การอยู่ตรงนี้ ตอนนี้ การจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำในปัจจุบัน โดยไม่กังวลถึงอดีตหรืออนาคตมากจนเกินไป
สรุปคือ อิคิไกไม่ได้เน้นไปที่ความสำเร็จใหญ่โต และทุกคนสามารถมีอิคิไกได้โดยไม่ต้องเป็นคนที่รวยหรือประสบความสำเร็จที่สุด แค่หาความหมายในสิ่งที่ทำเจอ เน้นให้การกระทำนั้นๆ เป็นรางวัลในตัวเอง สร้างความสุขและความสมดุลในหัวใจโดยไม่ต้องรอผลตอบแทนจากภายนอกเสมอไป
Persona: ชอบเข้าสังคม อยากอัปเกรดทักษะการเข้าสังคมและการทำงานร่วมกับผู้อื่น เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกับคนอื่นโดยที่ไม่สูญเสียความเป็นตัวเอง
เหมาะกับ: คนที่ไม่ค่อยทำกิจกรรมแต่อยากเริ่มพาตัวเองไปเจอเพื่อนใหม่ๆ ผ่านกิจกรรมในโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัย ไปเจอสังคมที่กว้างขึ้น แน่นอนว่ายิ่งออกไปเจอสังคมใหญ่ ยิ่งต้องรับมือกับผู้คนที่นิสัยต่างกันไป จึงควรอ่านหนังสือที่มีเนื้อหาสอนให้เรารู้จักเฝ้าสังเกตผู้คน
เขียนโดย Adam Grant นักจิตวิทยาและศาสตราจารย์จาก Wharton School มีเนื้อหาหลักที่สื่อว่า การให้ไม่ใช่แค่การทำความดี แต่เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนความสำเร็จในระยะยาว
สรุปเนื้อหาสำคัญจากหนังสือ
หนังสือแบ่งคนในสังคมตามพฤติกรรมปฏิสัมพันธ์ ออกเป็น 3 ประเภทได้แก่
ผลการวิจัยพบว่า ผู้ให้ที่ให้จนตัวเองเดือดร้อนจะถูกผู้รับเอาเปรียบจนหมดไฟหรือทำงานตัวเองไม่สำเร็จ แต่ในขณะเดียวกัน คนในกลุ่มผู้ให้จะประสบความสำเร็จเหนือกว่าผู้รับและผู้ตอบแทนในระยะยาว เพราะได้ความไว้วางใจและคอนเนกชันที่แน่นแฟ้น
อีกทั้งยังแนะนำวิธีการเป็นผู้ให้อย่างชาญฉลาด เพื่อป้องกันการถูกเอาเปรียบและสร้างความสำเร็จให้กับตัวเองโดยไม่ถูกทำร้ายอีกด้วยค่ะ แต่จะมีอะไรบ้างตามไปอ่านต่อแบบจัดเต็มในเล่มได้เลย
Persona: ชอบเป็นที่พึ่งพาทางใจของเพื่อนๆ เป็นที่ปรึกษาและให้คำแนะนำเมื่อเพื่อนรู้สึกไม่สบายใจ
เหมาะกับ: คนที่อยากช่วยเหลือและเป็นเหมือนศูนย์พักพิงใจให้กับเพื่อนๆ เมื่อต้องฝ่าฟันสารพันปัญหาวัยรุ่น คนสายนี้มักต้องคอยให้คำแนะนำแก่คนอื่นอยู่เสมอ จึงควรอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับการให้คำแนะนำด้วยความเมตตา
เป็นผลงานชิ้นเอกของ ฮิงาชิโนะ เคโงะ ที่เปลี่ยนแนวจากสืบสวนสอบสวนมาเป็นแนวลึกลับแฟนตาซีที่แฝงไปด้วยความอบอุ่นหัวใจ หนังสือแบ่งออกเป็น 5 บทหลัก ซึ่งเล่าเรื่องราวของผู้คนที่เข้ามาขอคำปรึกษาในช่วงเวลาที่ต่างกัน ได้แก่
ทุกตัวละครในเรื่องล้วนมีความเชื่อมโยงกันอย่างแยบคายผ่านบ้านเด็กกำพร้ามารุโอมิโซโนะ และร้านชำของคุณนามิยะ หนังสือย้ำเตือนว่าคำแนะนำเป็นเพียงเครื่องชี้นำ แต่ท้ายที่สุดแล้วเจ้าของชีวิต คือผู้ที่ตัดสินใจและเลือกทางเดินนั้นด้วยตัวเอง
Persona: เป็นคนรักตัวเองขั้นสุด เพราะนอกจากจะอยากเรียนดีแล้วก็อยากมีสุขภาพดีที่ดี และสุขภาพที่ดีก็จะทำให้ร่างกายรวมถึงสมองสามารถเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่อีกด้วย คนสายนี้เลยควรอ่านหนังสือที่ช่วยให้ความรู้เกี่ยวกับการกินเพื่อสุขภาพ เพื่อป้องกันไม่ให้ป่วยก่อนวัยอันควรนั่นเอง
เหมาะกับ: คนที่อยากเข้าวงการดูแลสุขภาพ อยากเริ่มปรับนิสัยการกิน ควบคู่ไปกับการตั้งใจเรียน เป็นสายฟิตสุดๆ ไปเลย
หนังสือสุขภาพระดับ Best seller ที่แปลไปแล้วกว่า 36 ภาษา เนื้อหามุ่งเน้นไปที่การใช้อาหารเป็นยาเพื่อป้องกันและยับยั้งโรคเรื้อรังที่เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควร
โดยในเล่มจะแบ่งเนื้อหาออกเป็นสองส่วนด้วยกัน ได้แก่
1.วิธีไม่ให้ตายด้วยโรคต่างๆ
สาเหตุการเสียชีวิต 15 อันดับแรก เช่น โรคหัวใจ, มะเร็ง, เบาหวาน, ความดันโลหิตสูง ซึ่งชี้ให้เห็นว่าพันธุกรรมมีผลเพียง 10-20% แต่อาหารที่เลือกกินคือตัวตัดสินสุขภาพที่แท้จริง และยังระบุว่าโรคเรื้อรังหลายชนิดสามารถป้องกันและย้อนกระบวนการ ได้ด้วยการกินอาหารที่เหมาะสม
2.คู่มือการกินและใช้ชีวิต
คู่มือการเลือกกินอาหารและพฤติกรรมสุขภาพที่ควรทำเป็นประจำทุกวัน เพื่อสร้างสุขภาพที่ดีอย่างยั่งยืน โดยแบ่งเป็นหมวดหมู่พร้อมปริมาณที่แนะนำ เพื่อสร้างภูมิต้านทาน และเน้นการกินพืช และอาหารที่ไม่ผ่านการแปรรูปเป็นหลัก
ถึงแม้พันธุกรรม จะเป็นส่วนสำคัญของการเกิดโรคทั้งหลาย แต่เราเองก็สามารถที่จะปิดสวิตช์สิ่งเหล่านั้นได้ ด้วยการเปลี่ยนนิสัยการเลือกกินอาหารของเรานะคะ
Persona: นักหาที่พึ่งพาทางใจ ขยันเรียนแล้วแต่รู้สึกว่าถ้าได้มูด้วยก็จะดีมาก เสริมสร้างความมั่นใจให้ตัวเองแบบสองเด้งไปเลย เราเลยเลือกหนังสือที่เต็มไปด้วยรายละเอียดเกี่ยวกับการ มูไหว้พระขอพร ว่าเหล่าคนประสบความสำเร็จทั้งหลาย เขามีสถานที่เด็ดๆ ที่ไหนในการเสริมความเฮงมาให้อ่านแล้วลองไปไหว้ด้วยตัวเองกัน
เหมาะกับ: คนที่อยากเริ่มเป็นสายมู สายขอพร เป็นลูกรักสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในอีกแง่ก็คือช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้กับตัวเองอีกทาง เป็นแรงใจในการเรียนแบบดับเบิ้ล
หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เน้นเพียงแค่ความมั่งคั่งจากโชคชะตาเพียงอย่างเดียว แต่เชื่อว่าความสำเร็จที่แท้จริงเกิดจาก ความเก่ง + ความเฮง โดยนำเสนอว่านอกจากความสามารถและความเพยายามแล้ว โชคคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้คนบางกลุ่มประสบความสำเร็จซ้ำๆ จนกลายเป็นนักธุรกิจชั้นแนวหน้า มหาเศรษฐี หรือศิลปินชื่อดัง เขียนโดยคุณ หนุ่ม คงกะพัน แสงสุริยะ พิธีกรชื่อดังผู้คลุกคลีกับเรื่องความเชื่อและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มาอย่างยาวนาน
หนังสือคัดเลือกสถานที่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่บรรดาคนมีชื่อเสียงและคนที่ประสบความสำเร็จนิยมไปขอพร ทั้งหมดจำนวน 25 สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ด้วยกัน โดยมีทั้งการแนะนำเคล็ดลับการขอพร บอกเทคนิคและวิธีการขอพรในแต่ละสถานที่เพื่อให้สมปรารถนาในเรื่องต่างๆ เช่น ธุรกิจ การงาน โชคลาภ และสุขภาพการสร้างนิสัยสู่ความสำเร็จ นอกจากการไหว้เจ้าแล้ว หนังสือยังสอดแทรกแนวคิดเรื่องการสำรวจจิตใจ การเลิกทำทุกอย่างที่ขวางหน้าโดยใช้กฎ 80/20 และการสร้างรายได้หลายทางเพื่อกระจายความเสี่ยง
หนังสือเล่มนี้เปป็นเหมือนลายแทงความสำเร็จ จากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนที่รวบรวมพิกัดและวิธีเรียกโชคเข้ามาในชีวิต เพื่อช่วยให้การทำสิ่งต่างๆ ราบรื่น ไร้อุปสรรคนั่นเองค่ะ
ไม่ว่าเป้าหมายของน้องๆ จะเป็นการเรียนให้เก่งขึ้น พัฒนาความสัมพันธ์ หรือแค่บาลานซ์ชีวิตให้มีความสุข แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือความตั้งใจที่จะพาตัวเองก้าวไปข้างหน้าในทุกๆ วัน เปิดเทอมที่กำลังจะถึงในไม่กี่วันนี้ เราขออวยพรให้หนังสือเป็นทั้งเพื่อนคู่คิดและเข็มทิศที่พาน้องๆ ไปเจอตัวเองในเวอร์ชันที่ภูมิใจที่สุดนะคะ
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน