B2S club logo
  • Activity
    • ACTIVITY SCHEDULE
    • CARD GAME
    • BOOK LOVER
    • Pokémon TCG
  • Interesting story
    • All Interesting story
    • Article
    • Clip
    • Podcast
  • Book Review
  • Share your Story
  • Shop online
    • Special offer
    • E-Catalog
    • New arrival
    • Bestseller
    • B2S Online Shopping
  • About us
    • Contact us
    • FAQ
    • Cookie policy
    • Privacy policy
    • Terms and Conditions
    • Unsubscribe
    • Cancel Subscription
SignIn/Register
TH
    • Homepage
    • Activity
    • Book Review
    • Share your story
      Interesting story
    • All Interesting story
    • Article
    • Clip
    • Podcast
      Shop online
    • Special offer
    • E-Catalog
    • New arrival
    • Bestseller
    • B2S online shopping
      About us
    • Contact us
    • FAQ
    • Cookie policy
    • Privacy policy
    • Terms and Conditions
    • Unsubscribe
    • Cancel Subscription
  • Homepage
  • Activity
    • ACTIVITY SCHEDULE
    • CARD GAME
    • BOOK LOVER
    • Pokémon TCG
  • Interesting story
    • All Interesting story
    • Article
    • Clip
    • Podcast
  • Book Review
  • Share your story
  • Shop online
    • Special offer
    • E-Catalog
    • New arrival
    • Bestseller
    • B2S online shopping
  • About us
    • Contact us
    • FAQ
    • Cookie policy
    • Privacy policy
    • Terms and Conditions
    • Unsubscribe
    • Cancel Subscription
TH
หน้าแรก • เรื่องน่ารู้ • Article •

กระเป๋าเบาแต่ใจฟู! รวม 12 เล่มต้องอ่าน จากงานหนังสือครั้งที่ 1 ปี 2026

กระเป๋าเบาแต่ใจฟู! รวม 12 เล่มต้องอ่าน จากงานหนังสือครั้งที่ 1 ปี 2026

21 พ.ค. 69
5
56
   PhudPb
กระเป๋าเบาแต่ใจฟู! รวม 12 เล่มต้องอ่าน จากงานหนังสือครั้งที่ 1 ปี 2026

 ใครไปงานหนังสือครั้งที่ผ่านมาแล้วยังไม่ได้เริ่มอ่านกองดองบ้างน้า วันนี้เราขอมารับทำหน้าที่นักป้ายยามือโปรให้เพื่อนๆ กันเช่นเคย และแน่นอนว่า เราเลือกหยิบเอาหนังสือที่เป็น Hidden Gem มาป้ายยาให้ทุกคนกันแบบจุกๆ 12 เล่ม บอกเลยว่าทุกเล่มคุ้มค่ากับการดอง เอ๊ย การอ่านมากๆ เผื่อใครยังช้อปที่งานไม่จุใจ อยากได้เล่มไหนเพิ่มก็มาช้อปออนไลน์กับ B2S ได้เลย ไม่พูดพร่ำทำเพลง ถ้าพร้อมแล้วเราไปอ่านรีวิวพร้อมกันได้เลย

1.101 ความจริงแทงใจที่จะดึงสติคุณได้ทันที 

เป็นหนังสือที่รวบรวมข้อคิดสั้นๆ เกี่ยวกับความจริงของชีวิตที่หลายคนมักหลีกเลี่ยงหรือหลอกตัวเองอยู่ เพื่อให้เราหยุดสร้างข้ออ้างและหันมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริงอย่างตรงไปตรงมา เพราะผู้เขียนเชื่อว่า ถ้าเราซื่อสัตย์กับตัวเองได้มากเท่าไหร่ เราก็จะใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้นเท่านั้น

สรุปสาระสำคัญจากในเล่ม 

1. การเลิกหลอกตัวเองและยอมรับความจริง

  • เพราะชีวิตจะดีหรือแย่ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง หากรู้สึกว่าชีวิตไร้ค่าก็ต้องยอมรับว่าเป็นเพราะตัวเราเองที่ไม่ได้ทำอะไรให้มันดีขึ้น
  • หยุดกังวลล่วงหน้า การเครียดกับสิ่งที่ยังไม่เกิดคือการเครียดสองต่อ ควรทำใจให้เป็นกลางและเผชิญหน้ากับมันเมื่อถึงเวลา
  • วันนี้อาจจะยากแต่มันจะผ่านไป จงแข็งแกร่งและมองโลกในแง่ดีเพื่อก้าวต่อไปยังวันพรุ่งนี้ที่ดีกว่า

2. ความสัมพันธ์และการอยู่ร่วมกับผู้อื่น

  • การมีเพื่อนน้อยลงแต่เน้นคนที่มีคุณภาพและเข้าใจเราจริงๆ จะช่วยให้ชีวิตมีความสุขและสงบมากขึ้น
  • เพื่อนแท้ไม่ได้ทำให้ปัญหาหายไป แต่เขาคือคนที่ไม่หายไปไหนเมื่อเรากำลังเผชิญปัญหา
  • ใจดีได้แต่ต้องมีขอบเขต การเป็นคนดีไม่ได้หมายความว่าจะได้รับผลดีตอบแทนเสมอไป และบางครั้งเราต้องปฏิบัติกับคนอื่นตามที่เขาทำกับเราเพื่อเป็นการขีดเส้นและปกป้องตัวเอง

3. การจัดการอารมณ์และสติ

การควบคุมอารมณ์และตอบโต้สิ่งที่มาสะกิดใจให้น้อยลงจะช่วยให้เรามีสติในการรับมือกับความท้าทายได้ฉลาดขึ้น

4. มุมมองต่อเป้าหมายและชีวิต

  • การเลิกโกหกตัวเองเกี่ยวกับข้ออ้างต่างๆ เช่น ความขี้เกียจหรือความกลัว เพราะการยอมรับความจริง คือก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงชีวิตให้ดีขึ้นอย่างแท้จริง
  • ใช้ชีวิตอย่างตรงไปตรงมา กล้าเผชิญหน้ากับความจริงที่ไม่สวยงาม เพื่อดึงสติกลับมาอยู่กับปัจจุบันและทำสิ่งที่ควรทำจริงๆ

เป็นเล่มที่อ่านง่าย เต็มไปด้วยถ้อยคำที่ตรงไปตรงมา บางหน้าอาจจะตรงถึงแทงใจดำ แต่ก็ต้องยอมรับว่ามันคือความจริงในชีวิตที่ยากจะหลีกเลี่ยง ใครอยากได้หนังสือที่มาเตือนสติแบบกระชากวิญญาณต้องเล่มนี้เลยค่ะ

101 ความจริงแทงใจที่จะดึงสติคุณได้ทันที

คลิก icon shop

2.Think simple 

รวม 35 ผลึกความคิดที่จะช่วยให้คุณตัดความยุ่งเหยิงในชีวิตออกไป เพื่อเปลี่ยนความซับซ้อนให้กลายเป็นความเรียบง่าย ในยุคที่ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว การคิดให้ง่ายช่วยให้เราตอบรับการเปลี่ยนแปลงได้ทันท่วงที และสามารถมีชีวิตที่สงบสุขได้ด้วยการใช้ชีวิตอย่างไม่ซับซ้อนและเลิกติดกับแผนการที่สมบูรณ์แบบจนเกินไป เพราะโลกเปลี่ยนแปลงเร็ว ความยืดหยุ่นคือทางรอดที่แท้จริง

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจจากในเล่ม 

1. ความซับซ้อนคือกับดัก

เรามักเชื่อว่าเรื่องฉลาดๆ ต้องยาก แต่ความจริงคือ ความเรียบง่ายคือจุดสูงสุดของความฉลาด การคิดให้ง่ายช่วยให้เราตัดสินใจได้เร็วขึ้น และลดความเหนื่อยล้าทางสมอง

2. ศิลปะของการตัดออก

คนส่วนใหญ่ชอบแก้ปัญหาด้วยการบวกเพิ่ม เช่น ทำโปรเจกต์เพิ่ม, ซื้อของเพิ่ม หนังสือแนะให้ลองถามว่าเราตัดอะไรออกได้บ้าง เพื่อให้เหลือพื้นที่สำหรับสิ่งที่สำคัญจริงๆ

3. เลิกไล่ล่าความสมบูรณ์แบบ

ความสมบูรณ์แบบมักนำมาซึ่งความกลัวที่จะเริ่มต้น การคิดแบบ Simple คือการยอมรับว่าเราผิดพลาดได้ และเน้นการทำทันที ในรูปแบบที่ง่ายที่สุดก่อน แล้วค่อยปรับปรุงภายหลัง เพราะสุดท้ายแล้ว การมีความสุขไม่ใช่การเพิ่มสิ่งของหรือภาระ แต่คือความกล้าที่จะตัดสิ่งที่ไม่จำเป็น ทั้งความสัมพันธ์ที่เป็นพิษและสิ่งของที่เกินความจำเป็นออกไปค่ะ

Think simple

คลิก icon shop

3.The Black Book of MANIFEST 

เป็นหนังสือที่นำเสนอวิธีการ Manifest หรือการดึงดูดความสำเร็จอย่างเป็นระบบ โดยเน้นการผสมผสานหลักจิตวิทยาเข้ากับกฎแห่งแรงดึงดูด (Law of Attraction) เพื่อให้ใช้ได้ผลจริงในชีวิตประจำวัน ไม่ได้สอนเพียงแค่การฝันหรือเชื่อเท่านั้น แต่ผู้เขียนยังให้เครื่องมือและกระบวนการที่ชัดเจน สามารถนำไปปรับใช้ได้จริงแบบไม่ขายฝัน

สรุปสาระสำคัญของหนังสือ 

  • การตั้งเป้าหมายที่ชัดเจน ผู้เขียนเน้นย้ำว่าความล้มเหลวมักเกิดจากเป้าหมายที่กว้างหรือคลุมเครือเกินไป การ Manifest ที่ได้ผลต้องระบุสิ่งที่ต้องการให้เจาะจงที่สุด
  • การปรับระบบความคิด ปลดล็อกความเชื่อที่จำกัดตัวเอง เพื่อให้จิตใต้สำนึกสอดคล้องกับเป้าหมายที่ตั้งไว้
  • เครื่องมือ Manifest ที่เป็นระบบ หนังสือได้ถอดรหัสขั้นตอนการทำ Manifest ให้เป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้ผู้อ่านนำไปปฏิบัติได้จริง ไม่ใช่แค่การจินตนาการลอยๆ แล้วหวังว่ามันจะเกิดขึ้นจริง
  • พลังของการลงมือทำ ช่วยชี้ให้เห็นว่าการ Manifest ไม่ใช่การนั่งรอปาฏิหาริย์ แต่คือการสร้างพลังดึงดูดที่ทำให้สถานการณ์และโอกาสเกิดขึ้นจริงผ่านความคิดและการกระทำ

สำหรับใครที่อ่านงานเขียนของต่างชาติมาเยอะแล้ว อยากลองเปลี่ยนรสชาติอ่านขั้นตอนการ Manifest 

ผลงานนักเขียนคนไทย เล่มนี้เป็นเล่มที่เรามองว่าน่าสนใจและน่าลองนำมาปรับใช้กับตัวเองเพื่อพิสูจน์ดู

สักครั้งค่ะ

The Black Book of MANIFEST

คลิก icon shop

4.ช่างแม่งเถอะ 

ผลงานการเขียนหนังสือเล่มที่สองของคุณ ดิว วีรวัฒน์ วลัยเสถียร ผู้เขียนหนังสือสำเร็จนอกกรอบ โดยเล่มนี้มุ่งเน้นให้ผู้อ่านรู้จักการปล่อยวางสิ่งที่หนักเกินแบกในชีวิต เพื่อให้ใช้ชีวิตได้เบาลงและมีความสุขมากขึ้น

สาระสำคัญจากหนังสือ 

  • ผู้เขียนเน้นย้ำให้เราฝึกใช้ชีวิตด้วยความหวัง แต่ให้ปล่อยวางความคาดหวัง เพราะความคาดหวังที่สูงเกินไปทั้งต่อตนเองและคนอื่น มักนำมาซึ่งความทุกข์
  • รวยจากข้างใน ความมั่งคั่งที่แท้จริงคือการมีสินทรัพย์ที่สร้างรายได้ ไม่ใช่การสร้างภาพลักษณ์ให้คนอื่นดูว่ารวยซึ่งเป็นเพียงเปลือกนอก
  • ความเกรงใจคือต้นทุนที่แพง การปฏิเสธคนไม่เป็น โดยเฉพาะเรื่องเงินหรือการค้ำประกัน อาจทำให้เสียทั้งเงินและมิตรภาพ
  • อย่ารักษาหน้าจนเงินหมด เลิกแคร์สายตาคนอื่นในเรื่องของใช้ฟุ่มเฟือย "ของมันต้องมี" เพราะจะทำให้เกิดภาระหนี้สินที่ไม่จำเป็น
  • ยอมรับความจริงของโลก เพราะชีวิตไม่ยุติธรรมเป็นเรื่องปกติ และเลิกเสียเวลาตัดพ้อ แต่ให้ใช้พลังงานที่มีสร้างโอกาสขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง
  • ศิลปะของการไม่ช่วย เรียนรู้ว่าบางครั้งการปล่อยให้คนอื่นเผชิญความจริงและแก้ปัญหาเอง คือความเมตตาที่ทำให้เขาเติบโตได้อย่างยั่งยืน

สำหรับหนังสือเล่มนี้ ไม่ได้สอนให้เราไม่แคร์อะไรเลย แต่สอนให้เลือกแคร์ในสิ่งที่ควรแคร์ เพราะในยุคที่เราอาจถูกกดดันให้สนใจทุกอย่างรอบตัว อาจทำให้เราลืมที่จะหันกลับมาทบทวนตัวเองไปบ้าง การช่างมันไปบ้างอย่างที่ชื่อหนังสือว่า อาจเป็นหนทางที่ทำให้เราได้หันหน้าเข้าหาใจตัวเองอีกครั้งก็ได้นะคะ


5.The Housemaid เฮ้าส์เมด 

คิดว่านักอ่านหลายๆ คนน่าจะคุ้นตาและเคยเห็นโพสต์ทางช่องทางออนไลน์ต่างๆ แนะนำ พูดถึง และรีวิวเล่มนี้กันมาบ้างแล้ว สำหรับใครที่ยังลังเล มาค่ะเราจะเล่าให้ฟัง

เล่มนี้เป็นนิยายแนวระทึกขวัญจิตวิทยาที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลามทั่วโลก ซึ่งตอนนี้ได้รับการแปลเป็นภาษาไทยเรียบร้อย และแน่นอนว่าก็ได้รับความนิยมมากๆ เช่นกันในหมู่นักอ่านชาวไทย จนล่าสุดก็ได้รับการสร้างเป็นภาพยนต์ไปเป็นที่เรียบร้อยค่ะ

เนื้อเรื่องย่อ 

เรื่องราวเล่าผ่าน มิลลี หญิงสาวที่พยายามเริ่มต้นชีวิตใหม่หลังจากเพิ่งพ้นโทษออกจากคุก เธอได้รับโอกาสเข้าทำงานเป็นสาวใช้ในคฤหาสน์สุดหรูของครอบครัววินเชสเตอร์ ซึ่งดูภายนอกเหมือนจะเป็นครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ โดยมิลลีต้องคอยรับใช้เจ้าของบ้านทั้งสองได้แก่ นีนา วินเชสเตอร์ ภรรยาผู้มักจะสติแตก อารมณ์แปรปรวน และคอยจะกลั่นแกล้งหรือหาเรื่องตำหนิมิลลีอยู่ตลอดเวลา ส่วน แอนดรูว์ วินเชสเตอร์ หนุ่มนักธุรกิจที่แสนดี สุภาพ และดูอบอุ่น ซึ่งทำให้มิลลีรู้สึกเห็นใจเขาที่ต้องทนอยู่กับภรรยาที่เอาแต่ใจเสมอ

หนังสือแบ่งเนื้อหาออกเป็นสองส่วนหลัก ซึ่งสร้างความตื่นเต้นด้วยการพลิกบทบาทของตัวละคร โดยครึ่งแรก เล่าผ่านมุมมองของมิลลี ที่ทำให้เราเผลอคิดไปว่านีนาคือตัวร้ายและแอนดรูว์คือเหยื่อ

ส่วนครึ่งหลัง หนังสือจะพลิกมุมมองมาเล่าฝั่งนีนา ซึ่งจะเปิดเผยว่าความจริงแล้ว ใครกันคือฆาตกรต่อเนื่องโรคจิต ที่ชอบกักขังและทรมานผู้หญิง

สำหรับจุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ คือการเดินเรื่องที่เร็วและน่าติดตาม ทั้งยังมีการทิ้งปมไว้หลังบานประตูห้องนอนที่ชวนให้คนอ่านสงสัยตลอดเวลาอีกด้วย หากใครอ่านเล่มแรกแล้วติดใจ ตอนนี้หนังสือชุดนี้มีทั้งหมด 3 เล่ม ได้แก่ The Housemaid, The Housemaid's Secret และ The Housemaid Is Watching ซึ่งได้รับการแปลเป็นภาษาไทยแล้วทั้งหมด สามารถหามาอ่านไขคดีร่วมกับมิลลีกันได้ยาวๆ เลย

The Housemaid เฮ้าส์เมด

คลิก icon shop

6.ผู้เช่าห้อง 

ผู้เช่าห้อง The Tenant เป็นผลงานระทึกขวัญแนวจิตวิทยาเล่มล่าสุดจาก ฟรีดา แมกแฟดเดน ผู้เขียนคนเดียวกับ เฮ้าส์เมด The Housemaid นั่นเอง

สำหรับเรื่องราวในเล่มนี้ เริ่มที่ เบลก พอร์เตอร์ ชายหนุ่มที่เคยมีชีวิตรุ่งโรจน์ต้องเผชิญกับวิกฤตตกงานกะทันหัน จนไม่มีเงินจ่ายค่าอพาร์ตเมนต์ เพื่อความอยู่รอดเขาจึงตัดสินใจเปิดห้องให้คนแปลกหน้าเช่าตามคำแนะนำของแฟนสาว เขาได้พบกับ วิทนีย์ หญิงสาวที่ดูสมบูรณ์แบบ ทั้งสวย เรียบร้อย และดูไร้พิษภัย แต่หลังจากเธอระบุตัวตนว่าเป็นผู้เช่าและย้ายเข้ามา ชีวิตของเบลกก็เริ่มเปลี่ยนไปเป็นฝันร้าย มีกลิ่นเหม็นเน่าลึกลับจากห้องครัว และเสียงขยับเขยื้อนแปลกๆ กลางดึกที่คอยปลุกเขาเสมอ ทั้งสายตาของเพื่อนบ้านที่มองเขาเปลี่ยนไป และพฤติกรรมของวิทนีย์ที่เริ่มดูไม่น่าไว้วางใจ ราวกับว่าเธอไม่ได้มาเพียงเพื่อเช่าห้อง แต่ตั้งใจมาขุดคุ้ยความลับดำมืดบางอย่างที่เบลกพยายามซ่อนไว้

นิยายเล่มนี้เล่าผ่านมุมมองของตัวละครชายซึ่งต่างจากชุดเฮ้าส์เมด แต่ยังคงเอกลักษณ์ความปั่นหัวและความหวาดระแวงได้เป็นอย่างดี บวกกับการหักมุมซ้ำซ้อนตามสไตล์ฟรีดา ที่จะทำให้คนอ่านแบบเรา ตั้งคำถามกับทุกการกระทำของตัวละครจนถึงหน้าสุดท้าย

ผู้เช่าห้อง

คลิก icon shop

7.The Cruel Prince เจ้าชายผู้เหี้ยมโหด 

นิยายแนว Dark Fantasy ยอดนิยมจากปลายปากกาของ Holly Black ซึ่งเป็นเล่มแรกในไตรภาคชุด The Folk of the Air เรื่องราวเน้นหนักไปที่เกมการเมืองในราชสำนักแฟรี เล่ห์เหลี่ยม การทรยศ และความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน

เรื่องราวเล่าผ่าน จูด ดูอาร์ท เด็กสาวมนุษย์ที่พ่อแม่ถูกฆ่าตายตั้งแต่อายุเจ็ดขวบ และถูกพาตัวไปเลี้ยงดูในดินแดนแฟรีโดย มาด็อก ภูตจอมทัพผู้ที่เป็นคนลงมือฆ่าพ่อแม่ของเธอเอง

จูดเติบโตขึ้นท่ามกลางเหล่าภูตที่ดูถูกเหยียดหยามมนุษย์ โดยเฉพาะ เจ้าชายคาร์แดน เจ้าชายลำดับท้ายๆ ผู้เอาแต่ใจและโหดร้ายที่คอยกลั่นแกล้งเธอเสมอ เพื่อที่จะมีตัวตนและมีอำนาจในดินแดนที่ไม่ต้อนรับเธอ จูดจึงต้องเข้าไปพัวพันกับแผนการชิงบัลลังก์ที่เต็มไปด้วยความลับและการนองเลือด

สำหรับเล่มนี้ไม่ใช่แค่แนวรักวัยรุ่นทั่วไป แต่เน้นการวางแผน หักหลัง และการช่วงชิงอำนาจที่คาดเดาได้ยาก เป็นอีกเล่มที่สนุกจนวางไม่ลงเลยค่ะ

The Cruel Prince เจ้าชายผู้เหี้ยมโหด

คลิก icon shop

8.เดนดาว never die 

นิยายไทยร่วมสมัยที่เขียนโดยนักเขียนนามปากกา จิตจงกล หนังสือเล่มนี้ได้รับความนิยมอย่างมากจนกลายเป็นปรากฏการณ์ในวงการหนังสือไทย โดยเฉพาะในกลุ่มนักอ่านที่ชื่นชอบงานวรรณกรรมที่มีกลิ่นอายความเหงาและประเด็นสังคม

เรื่องราวของ "น้ำ" (น้ำสั่งฟ้า) ชายหนุ่มที่ประกอบอาชีพขายน้ำเต้าหู้และปาท่องโก๋แต่มีความหลงใหลในศิลปะ กับ "วิบวับ" ลูกชายนายก อบต. จอมเกเรที่หนีออกจากบ้านมาซ่อนตัวอยู่ในบ้านสีชมพู ซึ่งตั้งอยู่ติดกับบ้านของน้ำ ฉากหลังของเรื่องถ่ายทอดบริบทสังคมไทยปี พ.ศ. 2552 โดยเน้นพื้นที่อำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี ที่ทำให้ผู้อ่านแบบเราๆ หวนนึกถึงอดีต

เรื่องราวในเล่มจะค่อยๆ เปิดเผยปมปัญหาทางจิตใจที่รุนแรงของตัวละคร รวมถึงอาการของ โรคหลายอัตลักษณ์ (DID) และนำไปสู่ตอนจบที่บีบหัวใจแต่ถูกมองว่าเป็นทางออกที่สวยงามที่สุดสำหรับพวกเขา อีกทั้งเนื้อหาในเล่มยังสอดแทรกการวิพากษ์สังคมไทยในยุคนั้น ทั้งเรื่องปิตาธิปไตย อคติทางเพศ ระบบพุทธศาสนา และความรุนแรงในครอบครัวที่หล่อหลอมให้ตัวละครรู้สึกว่าตนเองเป็นเพียงซากเดน

เป็นเล่มที่อาจจะเศร้าไปหน่อย แต่อ่านแล้วได้อะไรกลับมาคิดเยอะมาก แถมยังสะท้อนสังคม และพาเราย้อนอดีตไปในช่วงที่เรียกได้ว่าเป็นสมัยวัยรุ่นของใครหลายๆ คนอีกด้วยค่ะ

เดนดาว never die

คลิก icon shop

9.เพราะนี่คือสิ่งที่นักจิตวิทยาไม่เคยบอก 

หนังสือที่ถ่ายทอดเรื่องราวลึกซึ้งในห้องบำบัดผ่านมุมมองที่หาอ่านได้ยาก โดยมุ่งเน้นให้เห็นว่านักจิตวิทยาก็เป็นมนุษย์ธรรมดาที่มีบาดแผลไม่ต่างจากคนทั่วไป โดยจะเล่าเรื่องราวแบบคู่ขนานผ่านเคสของคนไข้ 4-5 รายที่มีปัญหาชีวิตแตกต่างกันไป พร้อมๆ กับเรื่องราวของตัวผู้เขียนเองที่ต้องเผชิญกับวิกฤตชีวิตจนต้องไปพบนักจิตบำบัดเช่นกัน ทำให้เราจะได้เห็นทั้งมุมมองของผู้เขียนในฐานะ "ผู้บำบัด" ที่คอยช่วยเหลือคนอื่น และในฐานะ "ผู้รับการบำบัด" ที่ต้องเผชิญหน้ากับความอ่อนแอของตัวเอง

เล่มนี้ไม่ได้เป็นเพียงหนังสือจิตวิทยาเชิงวิชาการที่น่าเบื่อ แต่เขียนออกมาให้เราได้มองตัวเองสะท้อนอยู่ในตัวละครใดตัวละครหนึ่ง ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจ เรียนรู้ความหมายของการเป็นมนุษย์ และเป็นกำลังใจที่ดีสำหรับใครก็ตามที่กำลังรู้สึกแตกสลายหรือหลงทางในชีวิตตัวเอง เพราะการเริ่มเปิดใจคุยกับใครสักคน อาจจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเยียวยาที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตไปตลอดกาลนั่นเอง

เพราะนี่คือสิ่งที่นักจิตวิทยาไม่เคยบอก

คลิก icon shop

10.DOPAMINE NATION ใดๆ ในโลกล้วน...โดพามีน 

หนังสือขายดีที่เขียนโดย Anna Lembke จิตแพทย์จากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ที่จะพาเราสำรวจกลไกของสมองที่เสพติดความสุขในยุคที่เราเข้าถึงสิ่งเร้าได้ง่ายเกินไป เช่น โซเชียลมีเดีย อาหารฟาสต์ฟู้ด หรือการช้อปปิ้งออนไลน์และวิธีหาจุดสมดุลระหว่างความสุข และความเจ็บปวดเพื่อชีวิตที่มีความสุขอย่างยั่งยืน

ประเด็นสำคัญจากหนังสือ 

  • ตาชั่งความสุขและความเจ็บปวด สมองจะพยายามรักษาความสมดุล (Homeostasis) เมื่อเราได้รับความสุขมากเกินไป สมองจะปรับตัวโดยสร้างความเจ็บปวดเพื่อถ่วงดุล ทำให้เราต้องการสิ่งเร้ามากขึ้นเพื่อให้รู้สึกปกติเท่าเดิม
  • การอดโดพามีน (Dopamine Fasting) แนะนำให้งดพฤติกรรมที่เสพติดเป็นเวลา 30 วัน เพื่อให้สมองได้รีเซ็ตระบบการรับรางวัลกลับสู่ค่าเริ่มต้น
  • การสร้างข้อจำกัด (Self-Binding) การตั้งกฎหรือสร้างอุปสรรคทางกายภาพเพื่อลดการเข้าถึงสิ่งเสพติด เช่น การลบแอปโซเชียลมีเดีย หรือการกำหนดเวลาใช้งาน

เป็นหนังสือที่ทำให้เราเข้าใจว่า ในยุคที่เราสามารถเข้าถึงสิ่งเร้าที่ให้ความสุขได้ทันทีและตลอดเวลา การฝึกทำสิ่งที่ยากหรือทำให้ลำบากบ้าง ก็อาจเป็นผลดีมหาศาลต่อร่างกายของเรานะคะ

DOPAMINE NATION ใดๆ ในโลกล้วน...โดพามีน

คลิก icon shop

11.not the best but still good 

สำหรับเล่มนี้รู้จักกันในชื่อไทยคือ ด้วงกับเธอ เป็นนิยายวาย (Boy Love) แนวฟีลกู๊ดที่เน้นความอบอุ่นหัวใจและการพัฒนาความสัมพันธ์แบบค่อยเป็นค่อยไปของตัวละคร ผลงานของนักเขียน peachhplease ที่ถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์โทรทัศน์โดยค่าย Domundi นั่นเองค่ะ

เรื่องราวเล่าถึงชีวิตในรั้วมหาวิทยาลัยของตัวละครหลักสองคนที่มีบุคลิกต่างกันอย่างสิ้นเชิงของ ด้วง นักศึกษามัณฑนศิลป์ นิสัยร่าเริง สดใสเหมือนหมาโกลเด้น และจริงใจ เขาแอบชอบฉินตั้งแต่วันแรกที่พบกันในงานลอยกระทงของมหาวิทยาลัย และเดินหน้าจีบอย่างสม่ำเสมอนานเป็นปีๆ และ ฉิน นักศึกษาคณะดุริยางค์ ที่มีบุคลิกนิ่ง โลกส่วนตัวสูง และดูเข้าถึงยาก

เนื้อหาเน้นเล่าถึงความพยายามและความมั่นคงของด้วงที่คอยดูแลและเอาใจใส่ฉิน จนในที่สุดความสม่ำเสมอนี้ก็ทำให้ฉินผู้ที่เคยปิดกั้นตัวเองค่อยๆ ใจอ่อนและเปิดใจรับด้วงเข้ามาในชีวิต ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไม่ได้เริ่มต้นด้วยความหวือหวา แต่เติบโตผ่านความเข้าใจและการสื่อสารที่ดีต่อกัน จนเปลี่ยนจากคนคุยเป็นแฟนในที่สุด

เป็นเรื่องราวที่ย่อยง่าย เน้นความสัมพันธ์ Green Flag และความอบอุ่นของครอบครัวทั้งสองฝ่ายที่ให้การยอมรับในตัวตนและความรักของทั้งคู่ 

not the best but still good

คลิก icon shop

12.even better 

นักอ่านอาจจะรู้จักในชื่อ #เจตนามาร์แน่ เป็นผลงานของนักเขียน peachhplease ซึ่งอยู่ในจักรวาลเดียวกันกับเรื่อง "not the best but still good (ด้วงกับเธอ)" โดยเรื่องนี้จะโฟกัสไปที่เรื่องราวของ เจตนา เพื่อนสนิทของด้วงนั่นเอง

เรื่องราวเล่าถึงความสัมพันธ์ระหว่างตัวละครสองคนที่มีมุมมองต่อความรักคล้ายกัน คือ เจตนา หนุ่มมัณฑนศิลป์ เพื่อนรักของด้วง ผู้ที่ไม่ศรัทธาในความรักและรักที่จะมีชีวิตโสด กับ มาร์วิส หนุ่มลูกครึ่งจีน-เกาหลี เรียนแฟชั่นดีไซน์ มีเสน่ห์ล้นเหลือและตั้งใจว่าตัวเองนั้นจะมีความสัมพันธ์แบบชั่วคราวเท่านั้น

ทั้งคู่เจอกันในผับและมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งเพียงชั่วข้ามคืนโดยตกลงกันว่าจะไม่รัก และไม่มีข้อผูกมัดใดๆ แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกดีๆ ที่เกิดขึ้นในใจกลับทำให้เส้นที่ขีดไว้เริ่มพร่าเลือน

เรื่องนี้จะพาไปสำรวจความกลัวในการสูญเสียตัวตนเมื่อมีความรัก และการเรียนรู้ที่จะยอมรับว่าชีวิตที่มีอีกคนเข้ามานั้นมัน Better (ดีกว่าเดิม) อย่างไร

even better

คลิก icon shop

ไม่ว่างานหนังสือจะจัดขึ้นอีกกี่ปี แต่บรรยากาศที่คุ้นเคย กลิ่นกระดาษที่ลอยละล่อง และผู้คนที่เดินเบียดเสียดด้วยจุดหมายเดียวกันคือค้นหาหนังสือเล่มที่ใช่ ก็เป็นภาพที่ทำให้หนอนหนังสือแบบเราอดมีความสุข และปลื้มใจที่คนไทยยังให้คุณค่ากับการอ่านหนังสือ และงานหนังสืออาจไม่ใช่แค่สถานที่สำหรับซื้อขายกระดาษที่รวมเล่มกันอยู่ แต่มันคือพื้นที่แห่งแรงบันดาลใจที่รอให้เราไปค้นพบ ไม่ว่าจะได้หนังสือติดมือกลับมาเพียงเล่มเดียว หรือได้กลับมาเต็มกระเป๋า แต่อย่างน้อยๆ โลกทัศน์ของเราจะกว้างขึ้นกว่าเดิมแน่นอน เพราะหนังสือทุกเล่มคือประตูสู่โลกใบใหม่ที่รอให้เราเปิดอ่านเสมอ 

จนกว่าจะถึงงานหนังสือคราวหน้า อย่าลืมเคลียร์กองดองกันนะคะทุกคนนนนนน


มาเป็นชาว B2S CLUB ด้วยกันนะ สมัครสมาชิก
คลิกเลย!
Share
สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ คลิกเลย! icon shop
  • Fiction,
  • Selfhelp Book,
  • หนังสือจิตวิทยา,
  • ครอบครัวและเด็ก,
  • นิยายวาย,
  • ,

ความคิดเห็น

5.0
กำหนดไฟล์รูป jpg, png, gif ขนาดไม่เกิน 5 MB เท่านั้น
เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ
คู่มือหัดวาดและปั้นลายเส้นการ์ตูนฉบับมือใหม่่
คู่มือหัดวาดและปั้นลายเส้นการ์ตูนฉบับมือใหม่่
เทคนิคลับสำหรับคุณครู เปิดสวิตช์ “เรียกสมาธิ” เด็กอยู่หมัด
เทคนิคลับสำหรับคุณครู เปิดสวิตช์ “เรียกสมาธิ” เด็กอยู่หมัด
DIY โมบายรับลมหน้าบ้าน รับพลังงานแบบสดชื่น
DIY โมบายรับลมหน้าบ้าน รับพลังงานแบบสดชื่น
รวมไอเทมทุกหมวด ที่คนรักศิลปะต้องมีติดโต๊ะ
รวมไอเทมทุกหมวด ที่คนรักศิลปะต้องมีติดโต๊ะ
DIY แปลงขวดน้ำเหลือใช้ เป็นแก๊งสัตว์โลกสุดคิ้วท์!
DIY แปลงขวดน้ำเหลือใช้ เป็นแก๊งสัตว์โลกสุดคิ้วท์!
เปลี่ยนคืนเหงา เป็นคืนที่เข้าใจตัวเองมากขึ้น  กับ 6 หนังสือ Deep Talk ก่อนนอน
เปลี่ยนคืนเหงา เป็นคืนที่เข้าใจตัวเองมากขึ้น กับ 6 หนังสือ Deep Talk ก่อนนอน
ดูทั้งหมดview all promotion b2s

ต้องการยกเลิกการเป็นสมาชิก B2S Club

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนดำเนินการต่อ

เข้าสู่ระบบสมาชิก

ต้องการยกเลิกโปรดติดต่อ

ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร

รับทราบข้อมูล

ยกเลิกการเป็นสมาชิก B2S Club

กรุณากรอกหมายเลขสมาชิก B2S Club ที่ท่านต้องการยกเลิก

ยืนยันหมายเลข

การยกเลิกสมาชิก B2S Club

จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่

  • หากท่านเพียงต้องการยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสารเท่านั้น กรุณาติดต่อ The1 โทร 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น.
  • หากท่านต้องการยกเลิกสมาชิก B2S Club และสิทธิประโยชน์ของสมาชิก กดยืนยัน
ยืนยัน
เปลี่ยนใจ

บัญชี B2S Club และสิทธิประโยชน์ทั้งหมด

ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน

เปลี่ยนใจ
  • Keyword
  • Parenting Book
  • Exam Book
  • Fiction
  • Selfhelp Book
  • Children Book
  • Mnaga/Comic
  • Art & Craft fo Kids
  • Art & Craft
  • Education Toy
  • Tutor
  • Self Development
  • หนังสือจิตวิทยา
  • ครอบครัวและเด็ก
  • นิยายวาย
  • หนังสือและการ์ตูนความรู้
  • BackToSchool

  • Homepage
  • Activity
  • Article
  • Book Review
  • Share your story
  • Member Benefits

  • Special offer
  • E-Catalog
  • New arrival
  • Bestseller
  • B2S online shopping

  • Contact us
  • FAQ
  • Cookie policy
  • Privacy policy
  • Terms and Conditions
  • Unsubscribe
  • Cancel Subscription
    B2S CLUB
  • Homepage
  • Activity
  • Article
  • Book review
  • Share your story
  • Member Benefits
    Shop online
  • Special offer
  • E-Catalog
  • New arrival
  • Bestseller
  • B2S online shopping
    About us
  • Contact us
  • FAQ
  • Cookie policy
  • Privacy policy
  • Terms and Conditions
  • Unsubscribe
  • Cancel Subscription

Subscribe for latest deals

b2sclub-facebook b2sclub-twitter b2sclub-instagram b2sclub-youtube b2sclub-line
  • Central Department Store
  • Robinson Department Store
  • Supersports
  • Central Marketing Group
  • Tops
  • Matsukiyo
  • GO Wholesale
  • Thaiwatsadu
  • BnB home
  • Auto1
  • Powerbuy
  • OfficeMate
  • B2S
  • MEB
  • Robinson Lifestyle
  • the1
  • gowow
  • petme
TOP

© 2021 B2S CLUB, All rights reserved. Web Design by 1001click.