มีใครเคยนั่งอ่านหนังสือจนตาแฉะ แต่พอข้อสอบอยู่ตรงหน้ากลับจำอะไรไม่ได้เลยไหมคะ หรือว่าเคยทรมานสมองที่น่าสงสารด้วยการนั่งอัดความรู้เข้าหัวในรวดเดียว โต้รุ่งอ่านหนังสือจนถึงเช้า นี่ยังไม่ได้พูดถึงคนที่เข้าเรียนครบทุกคาบ แต่พอใกล้สอบกลับไม่ทราบอะไรเลย สิ่งเหล่านี้ไม่ได้บ่งบอกว่าเราเป็นคนเรียนไม่เก่งหรือไม่มีพรสวรรค์ แต่เราแค่ยังไม่รู้วิธีการเรียนรู้ที่สมองชอบแค่นั้นเองค่ะ
บทความนี้เราเลยเลือกหนังสือที่จะช่วยน้องๆ แฮ็กสมองให้นอกจากจะเรียนเก่งขึ้นแล้ว ยังสนุกไปกับการเรียน ไม่ต้องนั่งโทษดินฟ้าที่ไม่ประทานสมองอัจฉริยะมาให้ เพราะเราจะสร้างมันขึ้นมาด้วยตัวเราเองค่ะ!
ถ้าพร้อมจะอัปเกรดสมองไปด้วยกันแล้ว ไปอ่านรีวิวกันได้เล้ยยย
หนังสือเล่มนี้เขียนโดย ทานาเบะ ยูคาริ (Yukari Takahara) ผู้เชี่ยวชาญด้านความทรงจำจากประเทศญี่ปุ่น เนื้อหาในเล่มนำเสนอแนวคิดว่าอาการลืมง่ายหรือเรียนรู้ช้ามันไม่ได้เกิดจากสมองไม่ดี แต่เกิดจากการใช้งานสมองที่ไม่ถูกวิธี โดยมีแกนหลักสำคัญคือการใช้จินตนาการ และการหาความเชื่อมโยง เพื่อดึงศักยภาพสมองออกมาใช้ได้ 100% เลยทีเดียว
หนังสือเริ่มจากทำความเข้าใจกลไกของสมองและความจำ เพราะที่จริงแล้วปัญหาไม่ได้อยู่ที่สมองบกพร่อง แต่เกิดจากการที่เราไม่รู้วิธีดึงศักยภาพสมองมาใช้ จากนั้นจะพาเราไปทำความเข้าใจความรู้พื้นฐานที่จะทำให้ฉลาดขึ้น ได้แก่
ขั้นตอนถัดมาคือการเปลี่ยนความคิด หนังสือแนะนำว่าก่อนเริ่มฝึก ให้เราสร้างความเชื่อมั่นว่าสมองของเราสามารถพัฒนาและจดจำได้ดีขึ้น หยุดจำทุกอย่าง สมองจะทำงานได้ดีเมื่อเราคัดกรองเฉพาะสิ่งสำคัญ แล้วปล่อยผ่านสิ่งที่ไม่จำเป็นทิ้งไป
มาถึงขั้นตอนสำคัญ นั่นคือการเรียนรู้เทคนิค หนังสือแนะนำหัวใจของการจำใน 3 วัน คือ
สุดท้ายแต่สำคัญที่สุด คือ การฝึกสมองเพิ่มความจำ เพราะการฝึกสมองต้องฝึกฝนอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ และหากจะให้ได้ผลที่สุด คือต้องนำเทคนิคจินตนาการและความเชื่อมโยงไปใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การจำชื่อลูกค้า การจำเนื้อหาที่อ่านสอบ และอย่าลืมที่จะสร้างเป้าหมายสร้างแรงผลักดัน เพราะการมีเป้าหมายที่ชัดเจนว่าจะจำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร จะช่วยกระตุ้นให้สมองตื่นตัวและหลั่งสารที่ช่วยให้การจำมีประสิทธิภาพมากขึ้นนั่นเองค่ะ
หนังสือแนะแนวทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรม วิธีการคิด และเทคนิคการเรียนรู้เพื่อเปลี่ยนจากคนธรรมดา หรือเด็กหลังห้อง ให้กลายเป็นเด็กเรียนดี ที่สามารถคว้าเกรด A+ ได้โดยไม่ต้องหักโหมจนเสียสุขภาพหรือแยกตัวจากสังคม
หนังสือจะเริ่มพาเราปูพื้นฐานตั้งแต่ระดับการปรับเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อการเรียน ให้เห็นว่าความสามารถสร้างและพัฒนาได้ ไม่ใช่พรสวรรค์ที่มีมาแต่กำเนิด ตามด้วยการสร้างแรงจูงใจ โดยการมองหากลยุทธ์ในการเติมไฟให้ตนเองอยากเรียนรู้ มีความสุขกับการเรียน และตื่นตัวอยู่เสมอ
อีกทั้งในเล่มไม่ได้นำเสนอเทคนิคที่ทำยากหรือเป็นไปไม่ได้ แต่เน้นไปที่การสร้างวินัย การสร้างความสมดุลระหว่างการเรียนและการเล่น เพื่อป้องกันการหมดไฟ รวมถึงเน้นไปที่การทบทวนบทเรียนอย่างสม่ำเสมอแทนการอ่านอัดแน่นในช่วงใกล้สอบค่ะ
จากเนื้อหาที่สรุปมา น้องๆ จะเห็นได้ว่าหนังสือเล่มนี้เน้นทักษะการฝึกฝน เตรียมตัว และวินัย รวมไปถึงความตั้งใจซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ได้พึ่งพรสวรรค์เลยสักนิด แต่เป็นสิ่งที่เราสามารถสร้างได้ด้วยความตั้งใจของเรานั่นเองค่า
เขียนโดย Daniel T. Willingham ศาสตราจารย์ด้านจิตวิทยาจากมหาวิทยาลัยเวอร์จิเนีย เป็นหนังสือที่นำวิทยาศาสตร์สมองและจิตวิทยามาประยุกต์ใช้เพื่อแก้ปัญหาเรียนไม่เก่ง โดยชี้ให้เห็นว่าแท้จริงแล้วเราทุกคนสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หากรู้วิธีเอาชนะกลไกตามธรรมชาติของสมองที่มักจะเลือกทำสิ่งที่ง่ายและประหยัดพลังงานก่อนเสมอ
ผู้เขียนชี้ให้เห็นว่าสมองของเราขี้เกียจโดยธรรมชาติ โดยมักจะเลือกทางที่ง่ายและหลีกเลี่ยงความยากลำบาก ทำให้กระบวนการเรียนรู้แบบเดิมๆ ที่ไม่ถูกวิธีมักจะไม่ได้ผล ในเล่มเลยเต็มไปด้วยสารพัดวิธีที่ผ่านการวิจัยทางวิทยาศาสตร์รองรับ เพื่อให้ผู้เรียนปรับปรุงผลการเรียน เข้าใจเนื้อหายากๆ และจำได้แม่นยำขึ้น
เล่มนี้นอกจากจะเป็นประโยชน์กับน้องๆ วัยเรียน รวมถึงนักศึกษาแล้ว ยังเป็นประโยชน์กับผู้ใหญ่ที่อยากพัฒนาการเรียนรู้ของตัวเองอีกด้วยค่ะ
หนังสือที่เชื่อว่าการสร้างเด็กเรียนเก่งไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในห้องเรียน แต่เกิดจากการปลูกฝังนิสัยและสร้างสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นความอยากรู้อยากเห็นในเวลาที่อยู่บ้าน โดยเนื้อหาจะเน้นไปที่การปรับพฤติกรรมในชีวิตประจำวันและการส่งเสริมผ่าน 3 วิชาหลักนั่นเองค่ะ
SAPIX หรือสถาบันกวดวิชาอันดับหนึ่งของญี่ปุ่น เชื่อว่านิสัยพื้นฐานของเด็กเรียนเก่งที่สร้างได้ที่บ้าน โดยเน้นให้ผู้ปกครองเป็นผู้สร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนให้กับเด็กๆ ไม่วาจะเป็นการเปลี่ยนบ้านเป็นพื้นที่เรียนรู้ พ่อแม่ต้องเปิดมุมมองและเชื่อมโยงสิ่งรอบตัวในบ้านให้เข้ากับการเรียนรู้ หรือการรับมือกับคำถามเด็ก ซึ่งข้อนี้พ่อแม่หลายบ้านมักจะพลาดไม่ตอบคำถามลูก โดยไม่รู้ว่าเมื่อลูกถามคำถามเรียบง่าย พ่อแม่ไม่ควรตัดบท แต่ควรใช้เป็นโอกาสในการชวนคิดและหาคำตอบร่วมกันนั่นเอง
แนวทางการส่งเสริมผ่าน 3 วิชาพื้นฐาน
วิชาวิทยาศาสตร์
วิชาคณิตศาสตร์
วิชาสังคมศึกษา
หนังสือบอกเล่าถึงความลับของการฝึกฝนทักษะและการแฮ็กระบบสมอง เพื่อกลับมาสนุกกับการเป็นมือใหม่อีกครั้งในทุกช่วงวัยของชีวิต โดยผู้เขียนได้เล่าประสบการณ์การพาตัวเองไปทดลองทำสิ่งใหม่ๆ ที่ไม่เคยทำมาก่อน เช่น หัดเล่นเซิร์ฟบอร์ด ร้องเพลงเกิร์ลกรุ๊ป วาดภาพ และแข่งหมากรุกกับเด็ก เพื่อพิสูจน์ว่าสมองของมนุษย์สามารถเรียนรู้และเปลี่ยนแปลงได้ตลอดชีวิต
เล่มนี้เหมาะสำหรับคนที่รู้สึกว่าชีวิตติดอยู่ในกรอบเดิมๆ หรือคนที่อยากเริ่มต้นทำสิ่งใหม่ เช่น เรียนภาษา, ฝึกดนตรี, เล่นกีฬา แต่ยังลังเลและกลัวว่าจะสายเกินไป รวมถึงคนที่รู้สึกหมดไฟหันไปทางไหนก็เบื่อชีวิต หนังสือเล่มนี้จะช่วยมอบพลังบวกและยืนยันว่าอายุไม่ใช่ตัวกำหนดทักษะการเรียนรู้ของเราค่ะ
หนังสือที่นำเสนอแนวคิดหลักว่าความเก่งและการสอบได้คะแนนดี ไม่ได้ขึ้นอยู่กับพรสวรรค์หรือจำนวนชั่วโมงที่อัดอ่านหนังสือ แต่ขึ้นอยู่กับวิธีเรียนที่ถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์สมองและจิตวิทยา สำหรับเล่มนี้บอกว่าถูกใจสายนำไปใช้แน่นอนค่ะ เพราะในเล่มเต็มไปด้วยวิธีการมากมายที่จะช่วยให้เรากลายเป็นคนที่เรียนเก่ง จำแม่น และได้คะแนนดีขึ้นในชั้นเรียนแน่นอน
เราชอบเล่มนี้ที่นอกจากจะมีทริคดีๆ มาให้ ผู้เขียนยังอธิบายให้เห็นตั้งแต่สาเหตุ วิธีการ พร้อมอธิบายหลักทางวิทยาศาสตร์ไปด้วย เรียกได้ว่าแต่ละบทข้อมูลละเอียดมาก
1.วิธีสร้างสมาธิและเอาชนะการผัดวันประกันพรุ่ง
เทคนิคโพโมโดโร (Pomodoro)
2. การสลับโหมดความคิด
3. เทคนิคเพิ่มความจำระยะยาว
เป็นอีกเล่มที่น่าสนใจและเหมาะกับสายเน้นปฏิบัติ ใครกำลังรู้สึกว่าตัวเองหัวช้า โฟกัสไม่ได้ หรือไม่มีสมาธิกับการเรียน ลองเลือกเล่มนี้ไปอ่านและทำตามกันได้เลยค่าเลือกเล่มนี้ไปอ่านและทำตามกันได้เลยค่า
เพราะการเรียนเก่งไม่ใช่เรื่องของคนหัวดีเสมอไป แต่เกิดจากการรู้จักวิธีการเรียนรู้ด้วยความเข้าใจและเหมาะกับตัวเอง เราเชื่อว่านอกจากทริคดีๆ ที่น้องๆ จะได้เรียนรู้จากการอ่านหนังสือที่เราเลือกมาให้ในวันนี้แล้ว ยังมีอีกสิ่งสำคัญนั่นคือการได้ค้นพบว่าวิธีการเรียนรู้แบบไหนที่เหมาะกับเรา เพราะจะช่วยให้การเรียนไม่ใช่ยาขมที่ต้องฝืนทนอีกต่อไป
ไม่ว่าน้องๆ จะกำลังเตรียมสอบ อยากเพิ่มเกรด หรืออยากเริ่มเรียนรู้บางเรื่องเพื่อพัฒนาตัวเอง ขอให้จำไว้ว่า การเรียนรู้ที่ดีไม่ใช่การฝืนจำทุกอย่าง แต่คือการได้สนุกกับมันไปเรื่อยๆ โดยไม่หมดไฟนั่นเองค่ะ
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน