เพราะการเป็นผู้ใหญ่ในยุคที่ทุกอย่างหมุนเร็วเกินไปมันไม่ง่ายเลยจริง ๆ ค่ะ ไหนจะความสำเร็จของผู้คนที่พรั่งพรูบนโซเชียลมีเดียและความกดดันที่ต้องเก่งให้ทันโลก บางครั้งการรู้สึกหลงทางอาจไม่ใช่เรื่องผิดพลาด แต่มันคือช่วงเวลาที่หัวใจกำลังบอกให้เราหยุดพักเพื่อทำความรู้จักกับตัวเองให้มากขึ้น และไม่แน่นะคะ เส้นทางเหล่านั้นจะพาเราไปค้นพบกับความอัศจรรย์ใหม่ที่เราอาจไม่ได้พบในแผนที่ก็เป็นได้ค่ะ
ในบทความนี้ เราเลยจะมาป้ายยาหนังสือที่จะช่วยโอบกอดความสับสนของเพื่อน ๆ และยืนยันว่าการเดินช้าลงหรือยังคิดไม่ออกว่าจะเลือกทางไหนในวันนี้ ไม่ได้แปลว่าชีวิตของเพื่อน ๆ จะล้มเหลวตลอดไป
จะมีเล่มไหนตรงใจเพื่อน ๆ บ้าง ไปอ่านรีวิวกันเลยค่า
หนังสือความเรียงและบทกวีให้กำลังใจ ที่ชวนให้เรายินดีกับการผจญภัยไปกับชีวิตครั้งใหม่ โดยเปรียบเทียบการใช้ชีวิตเหมือนกับการออกเดินทางที่ไม่มีทางย้อนกลับได้ เหมาะสำหรับคนที่กำลังรู้สึกเคว้งควาง ต้องการแรงบันดาลใจในการก้าวข้ามผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก หรือมองหาแง่งามที่ซ่อนอยู่ในการใช้ชีวิตท่ามกลางความไม่แน่นอนของโลก
สรุปข้อคิดจากหนังสือ
-โอบรับความสับสนและการเริ่มต้นใหม่: ชวนให้เราเปิดใจรับ "การหลงทาง" ในชีวิต ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความสัมพันธ์หรือเป้าหมายชีวิต โดยมองว่ามันคือโอกาสในการเรียนรู้เส้นทางใหม่ๆ ที่เราอาจไม่เคยเห็นหากเดินตามแผนเดิม
-กลับมารักและเห็นคุณค่าในตัวเอง (Self-love): โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่เผชิญกับความกลัวและความสับสน
-นิยามของความรักที่แท้จริง: เพราะความรักที่แท้จริงเริ่มต้นจากการ "รู้ว่าตัวเองรักอะไร" หรืออีกแง่หนึ่งก็คือการรู้จักตัวเองเป็นอย่างดีนั่นเอง
-ความรุนแรงไม่ใช่ความรัก: เตือนสติในเรื่องความสัมพันธ์ที่เป็นพิษ ซึ่งหลายคนอาจจะยังเข้าใจว่าเราต้องทนอยู่กับความรุนแรงเหล่านั้นเพื่อพิสูจน์รักแท้
- ชีวิตเปรียบเสมือนตั๋วเที่ยวเดียว (One-way ticket): การตัดสินใจบางอย่างอาจย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้ แต่เราสามารถเพลิดเพลินและเติบโตไปกับการเดินทางครั้งต่อๆ ไปได้เสมอ
เป็นเล่มที่นอกจากจะเต็มไปด้วยพลังบวกแล้ว ภาพประกอบในเล่มยังสวยงามชวนอ่าน เหมาะจะเป็นเล่มที่พกไปอ่านในวันพักผ่อนสบาย ๆ หรือจะใส่กระเป๋าไปนั่งอ่านที่ร้านกาแฟนอกบ้าน ในวันที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ รับรองว่าอ่านแล้วเพื่อน ๆ จะรู้สึกใจฟูขึ้นแน่นอนค่ะ
หนังสือแนวพัฒนาตนเองที่เน้นเรื่องการค้นหาความหมายของชีวิตและการออกแบบตัวตนที่ใช่ ผ่านวิธีการเขียน Bucket List โดยผู้เขียนชวนให้เรากลับมาทบทวนว่าเรามักไม่รู้ว่าตัวเองชอบหรือเก่งอะไร เพราะมัวแต่วิ่งตามบรรทัดฐานของสังคม หรือความคาดหวังของคนอื่น การทำ Bucket List หรือรายการสิ่งที่อยากทำทั้งหมด 100 ข้อภายในหนึ่งปี ไม่ใช่แค่การจดสิ่งที่อยากได้ แต่เป็นการฝึกดึงความปรารถนาลึก ๆ ในจิตใต้สำนึกออกมาเพื่อให้สมองรับรู้และโฟกัสเป้าหมายได้ชัดเจนขึ้น จุดประสงค์คือเพื่อช่วยให้เรากลายมาเป็นผู้ออกแบบชีวิตตัวเอง ค้นหาความต้องการที่แท้จริง และเปลี่ยนตัวเองเป็นคนใหม่ที่มีความสุข
สรุปข้อคิดจากหนังสือ
-ความสำเร็จไม่ใช่แค่ปลายทาง ชีวิตที่คุ้มค่าไม่ใช่แค่การไปถึงเป้าหมายที่วางไว้ แต่คือการมีความสุขระหว่างทางในแบบฉบับของตัวเอง
-การรู้จักตัวเองเป็นสิ่งสำคัญ: เพราะจะช่วยให้เราตัดสินใจเรื่องต่าง ๆ ในชีวิตได้ดีขึ้น
-ใจดีกับตัวเอง: ท่ามกลางโลกอาจไม่ได้ใจดีกับเราเสมอไป แต่เราต้องใจดีกับตัวเอง ให้โอกาสตัวเองได้ผิดพลาด ลองผิดลองถูก ที่สำคัญคือการใช้คำพูดที่ดีและไม่ดูถูกตัวเอง
เล่มนี้เหมาะมากหากเพื่อน ๆ กำลังรู้สึกว่ากำลังเหนื่อยล้าจากการใช้ชีวิตเพื่อคนอื่น หรืออยากเริ่มตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในแบบของตัวเอง ส่วนตัวเรามองว่าการทำลิสต์สิ่งที่ตัวเองอยากได้หรืออยากทำ เมื่อเราสามารถทำข้อใดข้อหนึ่งได้สำเร็จ มันจะช่วยเสริมสร้างความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองได้อีกด้วยค่ะ
เนื้อหาในเล่มนี้ เน้นการปลอบโยนผู้อ่านที่รู้สึกกำลังว่าตัวเองกำลังอยู่ในตำแหน่งรั้งท้ายในโลกที่รีบเร่ง ชี้ให้เห็นว่าจังหวะชีวิตของแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเท่ากัน และความสำเร็จไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเสมอไป จงอย่าเปรียบเทียบจังหวะของเรากับใคร และที่สำคัญที่สุดคือการก้าวไปอย่างสม่ำเสมออย่างมีความสุขในทุกวันนั้นสำคัญกว่าความเร็วมาก
สรุปข้อคิดจากหนังสือ
-ชีวิตไม่ใช่การวิ่งแข่ง แต่คือการเดินชมความงดงามระหว่างทาง เพราะมันไม่เป็นไรเลยถ้าเราจะเดินช้ากว่าคนอื่น หรือแม้แต่หยุดพักบ้างเพื่อดูดอกไม้ข้างทาง
-ความสำเร็จไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่ การที่วันนี้เราตื่นมาดูแลตัวเองได้ หรือก้าวไปข้างหน้าได้เพียงหนึ่งก้าวเล็ก ๆ ก็ถือเป็นสิ่งที่น่าภูมิใจอย่างหนึ่งแล้ว
-การพักผ่อนไม่ใช่การขี้เกียจ แต่คือการเตรียมตัวเดินต่อได้ยาวนานขึ้น
-ยอมรับในความไม่สมบูรณ์แบบของตัวเอง และเลิกเปรียบเทียบชีวิตตัวเองกับภาพสวยหรูของคนอื่นในโซเชียลมีเดีย เพราะมันเป็นเพียงภาพที่ถูกคัดสรรมาแล้วอย่างดี จากส่วนหนึ่งในชีวิตทั้งหมดของคนอื่น ๆ
หนังสือเล่มนี้เป็นเหมือนน้ำเย็น ๆ ที่จะมาชโลมหัวใจให้กับผู้อ่านที่กำลังรู้สึกร้อนใจว่าตัวเองไม่ดีพอ กำลังรู้สึกท้อและล้าหลังคนอื่น ๆ รอบตัว ได้อ่านแล้วจะปล่อยวางและกลับมาโฟกัสกับชีวิตตัวเองได้มากขึ้นแน่นอนค่ะ
งานรวมบทความและประสบการณ์จากผู้เขียน 9 ท่าน โดยเนื้อหาเน้นการปลอบประโลมและสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ที่กำลังเผชิญกับอุปสรรคในชีวิต ถ้าใครกำลังรู้สึกว่าทำดีแค่ไหน ก็ถูกวิจารณ์ในด้านลบอยู่ดี อ่านเล่มนี้แล้วจะรู้สึกปลดล็อกมากขึ้นแน่นอนค่ะ
สรุปข้อคิดจากหนังสือ
-ชีวิตไม่จำเป็นต้องไม่สมบูรณ์เสมอไป เพราะการก้าวเดินช้าลงหรือการหลงทางในบางครั้งเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์
-แน่วแน่ในเป้าหมายและเส้นทางชีวิตของตัวเอง แม้ชีวิตจะโยนอุปสรรคมามากมาย แต่หากเราตั้งเป้าหมายไว้อย่างมุ่งมั่น อาจจะใช้เวลาสักหน่อยแต่ผลของมันจะคุ้มค่ากับที่ตั้งตารอแน่นอน
-เปลี่ยนมุมมองต่อความยากลำบากของชีวิตว่ามันเป็นแค่อีกบททดสอบหนึ่ง เมื่อผ่านไปได้เราจะเป็นคนที่แข็งแกร่งขึ้น และเปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นวันที่ดีขึ้นด้วยการทำความเข้าใจตัวเอง
-ทุกคนมี "จังหวะ" หรือ "ความเร็ว" ในการเติบโตที่แตกต่างกัน ไม่จำเป็นต้องนำตัวเองไปเปรียบเทียบกับมาตรฐานหรือความสำเร็จของคนอื่น
-คำวิจารณ์ไม่ใช่ทุกอย่าง บางครั้งคำวิจารณ์สะท้อนว่าคนอื่นอาจไม่เข้าใจเรา แต่มันไม่ได้แปลว่าเราแย่หรือทำผิดเสมอไป ขอแค่เราเชื่อมั่นในตัวเองและตั้งสติในการใช้ชีวิตให้ดี
เป็นหนังสืออีกเล่มจะช่วยประคองใจในวันที่รู้สึกท้อถอย อีกทั้งการได้อ่านงานเขียนจากมุมมองที่หลากหลายของนักเขียนแต่ละคนที่แตกต่างกันไป ยังเป็นการเปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้กับเรามากขึ้นด้วย
หนังสือที่รวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์และงานวิจัยเพื่อทลายความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับคำว่า "พรสวรรค์" และเสนอวิธีค้นหาจุดแข็งที่ใช้งานได้จริง เนื้อหาในเล่มจะเน้นไปที่การเปลี่ยนมุมมองเดิมๆ ที่เรามีต่อความสามารถของตัวเอง เพราะปฏิเสธไม่ได้เลยว่าหลายครั้งเราถอดใจที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ด้วยเหตุผลคือเรารู้สึกว่าไม่มีพรสวรรค์ในการทำมันมากพอ ความคิดเหล่านี้เลยอาจจะเป็นกับดักที่ทำให้เราไม่กล้าลงมือทำอะไรใหม่ ๆ นั่นเอง โดยนักเขียนจะพาเราไปรู้จักกับการทำ “Talent Mapping” ที่จะช่วยสำรวจและค้นหาพรสวรรค์ที่แท้จริงของเราด้วยวิธีดังนี้
-การสังเกตตัวเอง: วิเคราะห์สิ่งที่ทำแล้วรู้สึกลื่นไหล (Flow) หรือสิ่งที่ทำได้ดีกว่าค่าเฉลี่ยโดยไม่ต้องใช้ความพยายามมาก
-การอ้างอิงงานวิจัย: ใช้แบบทดสอบและแนวทางทางจิตวิทยาที่เป็นระบบเพื่อค้นหาจุดแข็งที่ซ่อนอยู่
- ความมั่นใจที่ไม่ต้องฝืน: ไม่จำเป็นต้องคิดบวกแบบสุดโต่ง แต่ให้เน้นการเข้าใจศักยภาพที่แท้จริงของตัวเองตามความเป็นจริง
สรุปข้อคิดจากหนังสือ
-พาตัวเองออกจากกับดักความเชื่อเดิม: พรสวรรค์ไม่ได้เกิดจากแค่ความชอบหรือพันธุกรรมเพียงอย่างเดียว และการพยายามฝืนฝึกฝนในสิ่งที่ไม่ใช่จุดแข็งหรือสิ่งที่เราถนัด ก็อาจไม่ช่วยให้ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร
-กฎ 3 ข้อของพรสวรรค์
1.ชีวิตคือการต่อสู้ด้วยลักษณะเด่น: แม้แต่ลักษณะที่เรามองว่าเป็นข้อเสียหรือจุดด้อย หากนำไปใช้ในสถานการณ์ที่เหมาะสม มันอาจกลายเป็นพรสวรรค์ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้
2.บริบทคือตัวตัดสิน: ความสามารถหนึ่งอาจไร้ค่าในที่หนึ่ง แต่มีราคาสูงมากในอีกที่หนึ่ง
3.การปรับเปลี่ยนตัวเอง (Adaptability): การเข้าใจโครงสร้างความสามารถของตัวเองช่วยให้เราเลือกเส้นทางที่ "เก่งได้ในแบบของตัวเอง" โดยไม่ต้องฝืนเป็นเหมือนคนอื่น
เป็นเล่มที่เราจะได้ทั้งเรียนรู้ทฤษฎีและลงมือทำเทคนิคสำรวจพรสวรรค์ของตัวเองไปพร้อมกัน เมื่อได้รู้ว่าเราถนัดอะไรจริง ๆ ก็จะสามารถช่วยให้เราใช้ความเก่งของตัวเองได้ในทิศทางที่ถูกต้อง สิ่งที่จะตามมาคือความภาคภูมิใจและมองเห็นคุณค่าของตัวเองมากขึ้นอย่างแน่นอนค่ะ
เป็นหนังสือรวมความเรียงและข้อความปลอบประโลมใจ และให้กำลังใจคนที่กำลังทุ่มเททำบางอย่างอย่างเงียบๆ โดยที่อาจจะยังไม่มีใครมองเห็นความสำเร็จหรือความเหนื่อยยากนั้น อีกทั้งยังเน้นย้ำให้เห็นคุณค่าของการเป็นตัวเองและการก้าวเดินในเส้นทางที่เลือกอย่างเข้มแข็งและมีความสุข
สรุปข้อคิดจากหนังสือ
-แม้จะเป็นเส้นทางที่ไม่มีใครเลือกเดินหรือไม่มีใครมองเห็น แต่หากเป็นทางที่ตัวเราเลือกเองและตั้งใจทำอย่างเต็มที่ มันจะมีทางไปต่อได้เสมอ
-อย่ากลัวสายตาคนอื่น เลิกกังวลกับสายตาหรือคำตัดสินของคนรอบข้างมากเกินไป เพราะทุกคนต่างก็มีชีวิตที่ยุ่งและลำบากมากพออยู่แล้ว
-ยอมรับความพ่ายแพ้และผิดพลาด อนุญาตให้ตัวเองผิดพลาดได้ แต่อย่าพังทลาย และอย่าจมจ่อกับอดีตที่ผ่านไปแล้วนานจนเกินไป
-การรักตัวเองโดยไม่มีเงื่อนไข หันกลับมามองคุณค่าในตัวเองและฝึกมีความสุขกับเรื่องง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน
-เรียนรู้การปล่อยวางหากรู้สึกเหนื่อยล้าจนใจสลาย เพราะการรู้จักปล่อยวางสิ่งที่ทำให้เจ็บปวดก็เป็นวิธีหนึ่งในการดูแลตัวเอง
หนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนเพื่อนที่คอยตบบ่าปลอบโยนในวันที่รู้สึกโดดเดี่ยวหรือท้อแท้จากการพยายามทำบ่างอย่างให้สำเร็จเพียงลำพัง ให้เราได้กลับมาตกตะกอนกับตัวเองว่าไม่จำเป็นต้องพยายามทำตามสิ่งที่คนอื่นทำได้ดี แต่ควรให้เวลาค้นหาจุดแข็งของตัวเอง ที่สำคัญคืออย่าแบกความกังวลในอนาคตเอาไว้มากเกิน จนให้ไม่มีความสุขกับปัจจุบันค่ะ
สุดท้ายแล้ว การหลงทางไม่ใช่เรื่องน่าอาย แต่มันคือโอกาสที่เราจะได้สำรวจเส้นทางใหม่ ๆ ที่เราไม่เคยเห็นมาก่อน หนังสือที่เราหยิบมาแนะนำอาจจะไม่ได้บอกทางลัดสู่ความสำเร็จ แต่จะคอยบอกเราว่า ไม่เป็นไรหากจะยังไม่พบเส้นทางที่ใช่ในวันนี้ ขอแค่อย่าเพิ่งใจร้ายกับตัวเองเกินไปนัก เพราะชีวิตไม่ใช่การแข่งวิ่งมาราธอน แต่คือการเดินทางที่เราควรมีความสุขกับมันในทุกย่างก้าว แม้จะเป็นก้าวที่หลงทางอยู่ก็ตาม
ขอให้อ่านหนังสืออย่างมีความสุขและสนุกในทุกการพลิกหน้ากระดาษค่ะ
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน