เพื่อนๆ จำได้ไหมคะ ว่าครั้งสุดท้ายที่รู้สึกมีความสุขกับปัจจุบัน โดยไม่กังวลถึงวันพรุ่งนี้หรืออนาคตเลยคือเมื่อไหร่? ถ้าคำตอบคือทุกๆ วัน เราขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ ที่คุณสามารถโฟกัสและมองเห็นความสุขได้ทุกวันโดยสามารถปล่อยวางความคิดฟุ้งซ่านถึงเหตุการณ์ที่ยังมาไม่ถึงได้ แต่ถ้าคำตอบคือ สองสัปดาห์ก่อน สองเดือนก่อน สองปีก่อน หรือใครที่จำไม่ได้เลย นั่นอาจจะหมายความว่าเพื่อนๆ กำลังใช้ชีวิตเพื่อวันพรุ่งนี้ จนอาจจะลืมว่าความสุขที่แท้จริงสร้างได้ตั้งแต่วันนี้ ปัจจุบันนี้เลย
ในบทความนี้ เราขออาสาพาเพื่อนๆ ไปทำความรู้จักกับหนังสือที่จะช่วยบวกความสุขในปัจจุบัน หันกลับมาโฟกัสกันที่วันนี้ ปล่อยวางความกังวล และเติมความสุขให้ใจ แล้วพาตัวเองก้าวไปข้างหน้าอย่างมีสติด้วยกันนะคะ
หนังสือแนวจิตวิทยาพัฒนาตนเองที่จะพาเราไปสำรวจความหมายของความสุขอย่างจริงจัง ผ่านการประยุกต์ใช้แนวคิดจากปรัชญาโบราณเพื่อรับมือกับความเครียดและปัญหาในโลกยุคปัจจุบัน โดยผู้เขียนได้รวบรวมบทเรียนเปลี่ยนชีวิตและภารกิจสุดท้าทายที่สามารถนำไปใช้ได้จริงซึ่งถอดบทเรียนจากปรัชญาโบราณที่หลากหลาย เช่น
ลัทธิซินิก (Cynicism): การยกระดับความคิดและฝึกฝนการใช้ชีวิตอย่างเรียบง่าย
โสกราตีส (Socrates): การกระตุ้นทักษะการคิดเชิงวิพากษ์และการตั้งคำถามเพื่อค้นหาความจริง
อริสโตเติล (Aristotle): การเลือกเส้นทางชีวิตและเป้าหมายที่แท้จริง
สโตอิก (Stoicism): การฝึกทักษะการฟื้นฟูพลังใจและการควบคุมสิ่งที่เราควบคุมได้
ปรัชญาเต๋า (Taoism): การกลมกลืนกับธรรมชาติเพื่อสร้างความสงบสุขจากภายใน
จุดเด่นที่เราชอบของหนังสือเล่มนี้คือการไม่ได้เอาแค่ทฤษฎีมากางแล้วเล่าให้อ่าน แต่กลับชวนให้ผู้อ่านลงมือทำภารกิจแปลกๆ เพื่อขยายขอบเขต Comfort Zone ของตัวเอง ตัวอย่างเช่น The Banana Walk คือการผูกเชือกกับกล้วยแล้วลากเดินไปตามที่สาธารณะ เพื่อบำบัดความกลัวโดนตัดสิน และสร้างความมั่นใจในตัวเองค่ะ
หนังสือเล่มนี้เหมาะกับใครที่กำลังเผชิญกับความเครียดหรือต้องการเครื่องมือเพื่อเปลี่ยนมุมมองความคิดคนทั่วไปที่ไม่จำเป็นต้องมีพื้นฐานด้านปรัชญามาก่อน เนื่องจากเนื้อหาอ่านง่ายและให้ความรู้สึกสนุก อีกทั้งภารกิจในเล่มยังช่วยให้เราฝึกโอบรับความแปลกใหม่ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางอารมณ์ให้พร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนของโลกยุคใหม่
หนังสือเล่มนี้เขียนโดย Marshall Goldsmith โค้ชผู้บริหารอันดับหนึ่งของโลก มีใจความสำคัญคือ การสร้างชีวิตที่คุ้มค่าและมีความสุขอย่างแท้จริง โดยการเชื่อมโยงเป้าหมายอันยิ่งใหญ่เข้ากับการลงมือทำในทุกๆ วัน เพื่อไม่ให้เรามีความรู้สึกเสียดายเวลาที่ผ่านมาในชีวิตเมื่อมองย้อนกลับไป
สรุป 4 แนวคิดหลักในการขับเคลื่อนชีวิตจากหนังสือ
นอกจากนี้ผู้เขียนยังมีแบบจำลองเพื่อให้เราตรวจสอบชีวิตในแต่ละวันว่าสอดคล้องกันหรือไม่ ผ่าน 3 องค์ประกอบ ดังนี้ค่ะ
ปณิธาน: เป้าหมายระยะยาวที่ไม่มีวันสิ้นสุด เป็นเข็มทิศใหญ่ที่บอกว่าเราอยากเป็นคนแบบไหน
ความตั้งใจ: เป้าหมายระยะกลางที่มีจุดสิ้นสุดชัดเจน เช่น การทำงาน การเรียน หรือการทำโปรเจกต์
การลงมือทำ: สิ่งที่เราทำในปัจจุบันขณะในแต่ละวัน ว่าสอดรับกับปณิธานและความตั้งใจข้างต้นหรือไม่
หนังสือเล่มนี้เหมาะกับใครที่ตั้งคำถามกับตัวเองทุกว่าวันเราทำเต็มที่เพื่อสิ่งที่มีความหมายแล้วหรือยัง อีกทั้งเนื้อหายังสอนให้เราฝึกปล่อยวางอดีตที่ผิดพลาด มองทุกลมหายใจเข้าออกเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างมีสติ และเลือกไล่ตามสิ่งที่เราภูมิใจ ไม่ใช่การทำเพื่อรอคำชมจากคนอื่นอีกด้วยค่ะ
หนังสือเล่าเรื่องราวที่บันทึกประสบการณ์จริงของโชเก็น ชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นที่ลาออกจากงานประจำเพื่อไปเรียนวาดภาพใน หมู่บ้านบุนจุ (Bunju) หมู่บ้านเล็ก ๆ ในแอฟริกา แต่สิ่งที่เขาได้กลับคืนมาไม่ใช่แค่ทักษะศิลปะ ทว่าคือข้อคิดและเคล็ดลับการใช้ชีวิต ที่เปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับความสุขของเขาไปตลอดกาล เพราะความสุขของคนที่หมู่บ้านนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับวัตถุ แต่อยู่ที่ความสัมพันธ์และการเห็นคุณค่าของสิ่งตรงหน้า
แก่นสำคัญของปรัชญาความสุขจากหมู่บ้านบุนจุ
เป็นเล่มที่ชวนให้เราชะลอความเร็วในการใช้ชีวิตลง ลองทำสิ่งต่างๆ ให้ช้าลงเพื่อสังเกตความสวยงามรอบตัวยินดีกับเรื่องเล็กน้อย ฝึกขอบคุณอาหารอร่อยๆ ลมเย็นๆ หรือแม้แต่รอยยิ้มของผู้คนแปลกหน้า ทั้งยังชวนให้เลิกเอาชีวิตตัวเองไปผูกติดกับตำแหน่งหรือเงินทองในการแข่งขันอีกด้วย อ่านแล้วทำตามชาวบ้านบุนจุ รับรองว่าจะมีความสุขง่ายขึ้นแน่นอน
คู่มือรวบรวมกฎทอง 100 ข้อ ที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง เพื่อช่วยให้ผู้อ่านสามารถปรับเปลี่ยนมุมมอง วิธีคิด และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งจะนำไปสู่การมีชีวิตที่มีความสุข สงบ และประสบความสำเร็จได้ง่ายขึ้นค่ะ
ตัวอย่างกฎบางข้อจากหนังสือ เป็นหมวดหลักๆ ที่เราคิดว่าครอบคลุมทุกมิติของชีวิต
1. กฎสำหรับตัวเอง
ยอมรับอดีต ไม่จมปลักกับความผิดพลาดเก่าๆ
ยอมรับความจริง โลกไม่ได้สมบูรณ์แบบเสมอไป
มีความยืดหยุ่น ปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป
ดูแลตัวเองก่อน ทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตใจ
2. กฎสำหรับความสัมพันธ์
ให้พื้นที่ส่วนตัว เคารพความเป็นส่วนตัวของคนรัก
เป็นผู้ฟังที่ดี ใส่ใจความรู้สึกก่อนแสดงความเห็น
พูดความจริง สร้างความน่าเชื่อถือและความไว้ใจ
3. กฎสำหรับครอบครัวและเพื่อนฝูง
เลือกคบคนคิดบวก สนับสนุนคนที่มีพลังงานสร้างสรรค์
ตัดคนเป็นพิษออก ปัดกวาดคนชอบคร่ำครวญออกจากชีวิต
กตัญญูและใส่ใจ ให้เวลากับคนในครอบครัวเสมอ
4. กฎสำหรับสังคม
ไม่ตัดสินคนอื่น มองคนในมุมกว้างและไม่ด่วนสรุป
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ แบ่งปันเวลาและความรู้ให้สังคม
เคารพกฎกติกา ปฏิบัติตามระเบียบของส่วนรวม
5. กฎสำหรับโลกใบนี้
มองภาพรวม ไม่ยึดติดกับเรื่องหยุมหยิมรายวัน
ลดการสร้างขยะ ใส่ใจสิ่งแวดล้อมรอบตัวเรา
ยอมรับความเปลี่ยนแปลง เข้าใจว่าทุกสิ่งมีเกิดมีดับ
หนังสือเล่มนี้เหมาะสำหรับคนที่กำลังมองหาเข็มทิศชีวิต หรือต้องการจัดระเบียบความคิดใหม่ เพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขและราบรื่นขึ้น แต่ไม่ชอบทฤษฎีที่เข้าใจยาก เพราะเนื้อหาเล่มนี้ย่อยมาเป็นข้อๆ อ่านง่าย และเน้นการลงมือทำจริงค่ะ
เป็นหนังสือที่รวบรวมบทความที่ดีที่สุดในรอบ 20 ปีในการเป็นนักเขียนของคุณนิ้วกลม จำนวนทั้งหมด 37 ชิ้น เพื่อชวนผู้อ่านมองโลกในแง่ดี ฝึกการรู้คุณค่าของชีวิต และตระหนักรู้ในสิ่งดีๆ รอบตัว หัวใจสำคัญของหนังสือเล่มนี้คือแนวคิด "Grateful Living" หรือการใช้ชีวิตด้วยความซาบซึ้งใจ ตัวผู้เขียนชวนให้เราค่อยๆ เปิดกล่องของขวัญ ทั้ง 37 กล่องผ่านมุมมองด้านบวก เพื่อเปลี่ยนวิธีคิดว่าในแต่ละวันชีวิตเราไม่ได้ขาดแคลน แต่กลับเต็มไปด้วยสิ่งดีๆ ที่ซ่อนอยู่เสมอ
ข้อคิดที่น่าสนใจจากหนังสือ
-Color Bath Effect: หากเราหมั่นมองหาสิ่งดีๆ หรือเรื่องที่รู้สึกขอบคุณในทุกวัน สมองของเราจะคอยดักจับและดึงดูดเรื่องราวดีๆ และความโชคดีเข้ามาในชีวิตมากขึ้น เหมือนเวลาที่เราตั้งใจนึกถึงสีไหน เราก็จะมองเห็นสิ่งของสีนั้นรอบตัวชัดขึ้น
-ชีวิตคือภาพวาดสองด้าน: ชีวิตคนเรามีทั้งด้านที่เป็นเชิงบวก (Positive) ที่อยากให้คนอื่นเห็น และด้านพื้นหลังที่เป็นเชิงลบ (Negative) หรือความล้มเหลวที่เราอยากซ่อนไว้ การยอมรับทุกเฉดสีของตัวเอง ทั้งความกล้า ความกลัว ความเข้มแข็ง หรือความเปราะบาง จะทำให้เราเติบโตอย่างงดงาม
-คุณค่าของสายสัมพันธ์: ผู้เขียนได้บอกเล่าเรื่องราวลึกซึ้งเกี่ยวกับครอบครัว สะท้อนให้เห็นว่าแม้กาลเวลาจะพรากบางสิ่งไป หรือต่อให้พ่อแม่จากไป แต่ความรักและสายสัมพันธ์ที่ส่งต่อมาจะยังคงอยู่และเป็นของขวัญที่ไม่มีวันจางหาย
เป็นหนังสือฮีลใจและสร้างพลังบวกที่เหมาะสำหรับทุกคนที่กำลังรู้สึกเหนื่อยล้า ท้อแท้ หรือมองหาความหมายในการใช้ชีวิต แบ่งเป็นบทสั้นๆ กล่องของขวัญ 37 กล่อง ไม่จำเป็นต้องอ่านเรียงบท สามารถเปิดอ่านบทไหนก่อนก็ได้ มีแบบฝึกหัดทางความคิดง่ายๆ สามารถนำไปปรับใช้เพื่อเปลี่ยนมุมมองชีวิตได้ และช่วยเปลี่ยนโฟกัสจากสิ่งที่ขาดหายมาสู่สิ่งที่มีอยู่ ทำให้เรามองเห็นความสุขเล็กๆ รอบตัวที่เคยมองข้ามไปค่ะ
เป็นหนังสือที่นำเสนอการปรับมุมมองต่อการสูงวัยผ่านปรัชญาญี่ปุ่นที่เรียกว่า “ชิบุอิ” (Shibui) ซึ่งหมายถึง การค้นพบความงามที่เรียบง่าย ละเอียดอ่อน ความสุข และความลึกซึ้งที่เกิดขึ้นตามกาลเวลาและประสบการณ์ชีวิต แทนที่จะมองว่าความชราคือความร่วงโรย หนังสือเล่มนี้ชวนให้เราหยุดรีบเร่ง มีความสุขอยู่กับปัจจุบัน และเฉลิมฉลองความสง่างามตามธรรมชาติที่ต้องใช้เวลาเท่านั้นจึงจะได้มา
แนวคิดหลักของ ชิบุอิ (Shibui)
มิติการสูงวัยอย่างงดงาม 6 ด้านหลัก
หนังสือได้แบ่งการเฉลิมฉลองภูมิปัญญาและความสุขที่มาพร้อมกับการเติบโตออกเป็น 6 ด้าน ได้แก่
1. บิ (Bi) / ความงาม: มองเห็นความงามตามจริงที่ผ่านประสบการณ์ชีวิต ไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบที่ไร้ริ้วรอย
2. เคนโค (Kenkou) / สุขภาพ: การดูแลและฟังเสียงร่างกายของตัวเองในเวอร์ชันที่แปรเปลี่ยนไปตามวัย
3. โมะกุเดะกิ (Mokuteki) / จุดมุ่งหมาย: การค้นหาความหมายและเป้าหมายในชีวิตที่ไม่จำเป็นต้องยิ่งใหญ่แต่เติมเต็มใจ
4. โทะมิ (Tomi) / ความมั่งคั่ง: ความพอดีและการมองเห็นคุณค่าในสิ่งเล็กน้อยรอบตัวมากกว่าวัตถุภายนอก
5. สึนะงะริ (Tsunagari) / ความเชื่อมโยง: การรักษาความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและมีความหมายกับคนรอบข้าง
6. โอะวะริ (Owari) / ตอนจบ: การเผชิญหน้าและเตรียมพร้อมรับมือกับบั้นปลายชีวิตอย่างสงบสง่างาม
จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ คือเปลี่ยนความกลัวเป็นความเข้าใจ ช่วยลดความกังวลเรื่องความร่วงโรยหรือการสูญเสียวัยเยาว์ ให้กลายเป็นการโอบรับคุณค่าและประสบการณ์ที่เพิ่มขึ้นตามกาลเวลา ถ่ายทอดผ่านภาษาละมุนใจและอ่านง่าย เล่าเรื่องราวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่น อ่อนโยน เหมือนเพื่อนคู่คิดที่ชวนเรามานั่งคุยเรื่องชีวิตอย่างใจเย็น ที่เราชอบเป็นพิเศษคือรูปเล่มสวยงามน่าสะสมค่ะ นอกจากเนื้อหาจะดีต่อใจแล้ว งานออกแบบรูปเล่มและภาพประกอบยังสะท้อนความมินิมอลและความประณีตในแบบญี่ปุ่นอย่างแท้จริง เป็นหนังสืออีกเล่มที่อ่านแล้วมีความสุขและฮีลใจมากๆ ในปีนี้
ความสุขไม่ได้เกิดขึ้นจากการมีทุกอย่างสมบูรณ์แบบ แต่อยู่ที่การปรับมุมมองเพื่อมองเห็นสิ่งดีๆ ในทุกวัน เราหวังว่าข้อคิดและและพลังงานบวกจากหนังสือที่หยิบมาป้ายยากันในบทความนี้จะช่วยบวกความสุข และเป็นตัวช่วยในการก้าวข้ามผ่านทุกอุปสรรคที่ทำให้เพื่อนๆ ไม่สบายใจนะคะ แล้วเพื่อนๆ จะพบว่าเมื่อทัศนคติของเราที่มีต่อชีวิตเปลี่ยนไป โลกใบเดิมใบนี้ก็พร้อมจะมอบความสุขกลับคืนมาให้เราเสมอ
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน