เพื่อนๆ ที่เป็นลูกหลานชาวจีน โดยเฉพาะครอบครัวเชื้อสายแต้จิ๋ว อาจเคยเห็นหรือเคยได้ยินผู้ใหญ่เล่าว่า เมื่อเด็กเป็นโรคคางทูม หรือที่คนโบราณเรียกว่า ตือเถ่าปุ๊ย “หัวหมูบวม豬頭肥” ผู้ใหญ่ในบ้านจะนำหมึกหรือสีมาเขียนอักษรจีนคำว่า โฮ่ว “虎” (เสือ) หรือคำว่า อิ๊ง(寅 ) ขาล ลงบนแก้มที่บวม บางบ้านยังเชื่อว่าควรให้ผู้ที่เกิดปีขาลเป็นผู้เขียนจึงจะยิ่งศักดิ์สิทธิ์
หลายคนอาจมองว่าเป็นเพียงเรื่องเล่าหรือความเชื่อพื้นบ้าน แต่แท้จริงแล้ว ธรรมเนียมดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญา ความเชื่อ และวิถีชีวิตของชาวแต้จิ๋วที่สืบทอดกันมาหลายชั่วอายุคน ในอดีต ชาวแต้จิ๋วเรียกโรคคางทูมว่า ตือเถ่าปุ๊ย“豬頭肥” หรือ “หัวหมูบวม” เนื่องจากอาการบวมบริเวณแก้มทำให้ใบหน้ามีลักษณะคล้ายหัวหมู
ตามความเชื่อพื้นบ้าน โรคดังกล่าวมิได้เกิดจากเชื้อโรค หากแต่เกิดจาก “สิ่งอัปมงคล” หรือ “ภูตโรคร้าย” ที่มีลักษณะคล้ายหมูเข้ามาสิงสู่หรือเกาะอยู่บนใบหน้าของผู้ป่วย ดังนั้น การรักษาจึงมิได้มุ่งเพียงบรรเทาอาการทางกายเท่านั้น แต่ยังมุ่งขจัดอำนาจของสิ่งชั่วร้ายที่เชื่อว่าเป็นต้นเหตุของโรคอีกด้วย เมื่อเด็กมีอาการคางทูม ผู้ใหญ่ในครอบครัวจะเขียนอักษรโฮ้ว “虎” ลงบนบริเวณแก้มที่บวม
สำหรับชาวแต้จิ๋ว เสือถือเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ที่มีบทบาทสำคัญในวัฒนธรรมจีนมาตั้งแต่สมัยโบราณ ชาวจีนยกย่องให้เสือเป็น “ราชาแห่งสัตว์ทั้งปวง” และเชื่อว่าเสือมีพลังในการปราบปีศาจ ขจัดสิ่งอัปมงคล และคุ้มครองมนุษย์จากภัยอันตราย การนำอักษรโฮ้ว “虎” มาเขียนบนใบหน้าของเด็กที่ป่วยเป็นโรคคางทูม จึงเป็นการอัญเชิญพลังเชิงสัญลักษณ์ของเสือให้เข้ามาต่อสู้กับโรคร้าย โดยมีความเชื่อว่าเสือสามารถกินหมูได้ เมื่อโรคถูกเปรียบเป็นหมู เสือจึงสามารถขจัดโรคดังกล่าวให้หมดไปได้เช่นกัน แม้ในปัจจุบันจะทราบแล้วว่าโรคคางทูมเกิดจากการติดเชื้อไวรัสและสามารถหายได้เองตามธรรมชาติในหลายกรณี แต่สำหรับคนในอดีต ความเชื่อนี้เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวทางจิตใจ และเป็นวิธีแสดงความห่วงใยต่อผู้ป่วย โดยเฉพาะเด็กเล็กในครอบครัว
ความสำคัญของธรรมเนียมนี้จึงมิได้อยู่ที่การรักษาโรคตามหลักการแพทย์ หากแต่อยู่ที่คุณค่าทางวัฒนธรรมและจิตใจ เป็นการสะท้อนโลกทัศน์ของชาวจีนโบราณที่เชื่อมโยงธรรมชาติ สัตว์ สัญลักษณ์ และสุขภาพเข้าด้วยกัน อีกทั้งยังแสดงให้เห็นถึงความรัก ความห่วงใย และความปรารถนาดีที่ผู้ใหญ่มีต่อบุตรหลาน แม้ปัจจุบันสังคมจะเปลี่ยนแปลงไปมาก แต่ในครอบครัวไทยเชื้อสายจีนหลายแห่ง โดยเฉพาะครอบครัวที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิม เราอาจยังพบเห็นความเชื่อลักษณะนี้หลงเหลืออยู่ ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องราง การผูกด้ายมงคล การแขวนยันต์หรือการใช้สัญลักษณ์มงคลต่าง ๆ เพื่อเสริมกำลังใจและสร้างความอุ่นใจให้แก่สมาชิกในครอบครัว
ท้ายที่สุดแล้ว การเขียนคำว่าโฮ่ว “虎” บนใบหน้าของเด็กที่เป็นคางทูม อาจไม่ใช่วิธีรักษาโรคตามหลักวิทยาศาสตร์ แต่เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สะท้อนภูมิปัญญา ความเชื่อ และความรักความผูกพันในครอบครัวของชาวแต้จิ๋ว ซึ่งได้ถูกส่งต่อจากแผ่นดินจีนสู่ลูกหลานชาวไทยเชื้อสายจีน และยังคงเป็นเรื่องเล่าที่ชวนให้ระลึกถึงวิถีชีวิตของคนรุ่นก่อนตราบจนทุกวันนี้
มีใครเคยถูกเขียนคำว่า โฮ่ว “虎” บนแก้มตอนเป็นคางทูมหรือเคยเห็นผู้ใหญ่ในบ้านทำแบบนี้บ้าง มาแชร์กันได้น้า
มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน