การตัดสินใจ "ซิ่ว" ไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ยากกว่าคือ หลายคนไม่ได้มีแค่เป้าหมายเรื่องการสอบใหม่ เพราะยังต้องเรียนในที่เดิมไปก่อน ต้องทำงานพาร์ตไทม์หาเงินเก็บไว้เป็นค่าเรียน ค่าเดินทาง หรือค่าใช้จ่ายในอนาคต ซึ่งสุดท้ายเลยกลายเป็นว่า ในหนึ่งวันต้องรับบทเป็นทั้งนักเรียน คนทำงาน และคนเตรียมสอบพร้อมกัน
ถ้าเพื่อนๆ กำลังรู้สึกว่า "เวลา 24 ชั่วโมงไม่เคยพอ" บทความนี้อาจช่วยให้มองเห็นวิธีจัดการชีวิตได้ง่ายขึ้น มาเก็บเทคนิคเหล่านี้ไปใช้กันนะ
หลายคนพอเริ่มซิ่วก็รู้สึกว่า "เวลาหายไปไหนหมด" ทั้งที่ทุกคนมีวันละ 24 ชั่วโมงเท่ากัน จริง ๆ แล้ว ลองแบ่งเวลาออกเป็น 3 ส่วนใหญ่ ๆ จะช่วยให้เห็นภาพชีวิตมากขึ้น
> ช่วงแรกคือเวลาที่ใช้กับหน้าที่ประจำ ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือการเดินทาง ซึ่งแต่ละคนอาจใช้เวลาต่างกัน
> ช่วงที่สองคือเวลาสำหรับการเตรียมสอบ ลองกำหนดให้ชัดว่า วันนี้จะอ่านอะไร อ่านกี่ชั่วโมง และจะหยุดเมื่อถึงเป้าหมาย ไม่ใช่อ่านไปเรื่อย ๆ จนหมดแรง
> ส่วนช่วงสุดท้ายคือเวลาของการพักผ่อน หลายคนชอบตัดเวลานอนเพื่อเอาไปอ่านหนังสือ แต่สุดท้ายกลับจำอะไรไม่ได้ การนอนให้เพียงพอจึงเป็นอีกหนึ่งการลงทุนที่สำคัญไม่แพ้การอ่านหนังสือเลย
การแบ่งเวลาแบบนี้ไม่ได้หมายความว่าทุกวันต้องเป๊ะ แต่ช่วยให้ชีวิตมีสมดุลมากขึ้น และลดความรู้สึกว่าตัวเองกำลังวิ่งไล่ทุกอย่างพร้อมกัน
เวลามีทั้งเรียน ทั้งทำงาน และทั้งอ่านหนังสือ สมองมักจะรู้สึกว่ามีเรื่องต้องทำเต็มไปหมด จนไม่รู้จะเริ่มตรงไหน ลองเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ โดยเลือก "3 เรื่องสำคัญที่สุด" ของแต่ละวัน เช่น วันนี้ขออ่านชีวะให้จบ 1 บท ส่งงานมหาวิทยาลัย 1 ชิ้น และทำงานพาร์ตไทม์ให้ครบกะ
เมื่อทำทั้ง 3 อย่างสำเร็จแล้ว ถือว่าวันนี้เป็นวันที่ประสบความสำเร็จ ไม่จำเป็นต้องฝืนทำทุกอย่างจนดึกทุกคืน วิธีนี้จะช่วยลดความรู้สึกผิด และทำให้มีแรงทำต่อในวันถัดไป
หลายคนชอบจัดตารางอ่านหนังสือสวย ๆ 8 โมงอ่านชีวะ 10 โมงอ่านเคมี บ่ายอ่านฟิสิกส์ แต่ความจริงคือ พอเรียนเสร็จ ทำงานเสร็จ ก็หมดแรงแล้ว แทนที่จะวางตารางแบบเพอร์เฟกต์ ลองเริ่มจากเวลาที่ทำได้จริง
ถ้ารู้ว่าหลังเลิกงานอ่านได้แค่ 1 ชั่วโมง ก็วางแค่ 1 ชั่วโมง ถ้าวันเสาร์ว่างทั้งวัน ค่อยเพิ่มเวลาทบทวนให้มากขึ้นตารางที่ทำได้จริงทุกวัน มีค่ามากกว่าตารางที่สวยแต่ทำได้แค่วันเดียวนะ
ใครอยากได้ตัวช่วยจัดการเวลาเรียน เวลาเล่น เข้ามาอ่านบทความนี้ได้นะ แจก 5 แอปจำเป็นที่คนยุ่งต้องมี คลิก
ทุกคนมีช่วงเวลาที่สมองทำงานดีที่สุดไม่เหมือนกัน บางคนอ่านหนังสือได้ดีตอนเช้า บางคนมีสมาธิตอนดึก
ลองสังเกตตัวเองว่า ช่วงไหนที่จำเนื้อหาได้ดีที่สุด แล้วเก็บเวลานั้นไว้ให้กับวิชาที่ยากที่สุด ส่วนงานที่ใช้แรงน้อย เช่น จัดโน้ต เช็กตาราง หรือดูคลิปทบทวน อาจย้ายไปทำช่วงที่สมองเริ่มล้าแทน
การใช้พลังงานให้ถูกช่วง จะช่วยให้ไม่ต้องนั่งอ่านหลายชั่วโมงแต่จำอะไรไม่ได้
หลายคนคิดว่าการอ่านหนังสือต้องมีเวลาติดกัน 3–4 ชั่วโมง แต่จริง ๆ แล้ว เวลาสั้น ๆ ระหว่างวันก็มีประโยชน์มาก ระหว่างนั่งรถ รอเพื่อน หรือพักเบรก ลองหยิบ Flash Card เปิดอ่านศัพท์ ดูสรุปบทเรียน หรือทบทวน Mind Map สัก 10–15 นาที เมื่อรวมเวลาสั้น ๆ เหล่านี้เข้าด้วยกัน ในหนึ่งวันอาจได้เวลาทบทวนเพิ่มขึ้นเกือบชั่วโมง โดยไม่ต้องฝืนหาเวลาว่างเพิ่มเลย
การมีรายได้ระหว่างซิ่วเป็นเรื่องดี แต่ก่อนรับงาน ลองถามตัวเองก่อนว่า งานนี้คุ้มกับเวลาที่เสียไปหรือไม่ ถ้าต้องทำงานจนกลับบ้านสี่ทุ่มทุกวัน แล้วไม่มีแรงอ่านหนังสือเลย สุดท้ายอาจเสียทั้งโอกาสสอบติด และเสียสุขภาพ บางครั้งการรับงานน้อยลง แต่มีเวลาอ่านหนังสือมากขึ้น อาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากว่าในระยะยาว
ไม่มีใครทำตามตารางได้ 100% ทุกวัน จะมีวันที่งานเข้า อ่านหนังสือไม่ทัน ป่วย หรือแค่รู้สึกหมดไฟ แทนที่จะโทษตัวเอง ลองเผื่อวันเหล่านี้ไว้ในแผนตั้งแต่แรก ถ้ารู้ว่าพลาดไปหนึ่งวัน ก็แค่กลับมาเริ่มใหม่ในวันถัดไป ไม่จำเป็นต้องเร่งอ่านสองเท่าเพื่อชดเชย เพราะนั่นมักทำให้เหนื่อยกว่าเดิม การซิ่วเป็นเกมระยะยาว คนที่ไปถึงเป้าหมาย ไม่ใช่คนที่ไม่เคยพลาด แต่คือคนที่กลับมาเริ่มใหม่ได้ทุกครั้งต่างหาก
ความผิดพลาดที่หลายคนเจอคือ พยายามทำทุกอย่างให้เต็มร้อย เรียนก็อยากได้เกรดดี งานก็รับทุกกะ อ่านหนังสือก็อยากอ่านวันละสิบชั่วโมง สุดท้ายร่างกายล้า สมองล้า และเริ่มรู้สึกว่าตัวเองทำอะไรไม่ทันสักอย่าง จริง ๆ แล้ว ช่วงเวลาของการซิ่วเป็นช่วงที่ต้อง "เลือก" มากกว่า "เพิ่ม"
น้อง ๆ ลองถามตัวเองว่า ตอนนี้อะไรคือเป้าหมายหลักที่สุด ถ้าเป้าหมายคือสอบติดคณะที่อยากเรียน ทุกอย่างที่ทำควรสนับสนุนเป้าหมายนั้น ไม่ใช่ดึงเวลาและพลังงานออกไปจนหมด
ช่วงซิ่วมักเป็นช่วงที่โซเชียลทำร้ายจิตใจได้ง่าย เปิด Instagram ก็เจอเพื่อนเรียนจบ เปิด Facebook ก็เจอคนได้ฝึกงาน เปิด TikTok ก็เจอคนสอบติด แต่ต้องไม่ลืมว่า ทุกคนกำลังเดินอยู่บนเส้นทางของตัวเอง บางคนเรียนจบเร็ว บางคนเริ่มงานก่อน บางคนเลือกซิ่วเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายที่ตัวเองต้องการจริง ๆ การซิ่วไม่ใช่การเดินช้ากว่าคนอื่น แต่เป็นการเลือกเดินในเส้นทางที่เหมาะกับตัวเอง
สุดท้าย...อย่าลืมว่าทุกอย่างที่ทำ มีเป้าหมายเดียวกัน ไม่ว่าจะเรียน ทำงาน หรืออ่านหนังสือ ทั้งหมดกำลังพาเพื่อน ๆ เข้าใกล้ชีวิตที่อยากมีในอนาคต บางวันอาจรู้สึกเหนื่อย บางวันอาจรู้สึกว่าทำไมต้องหนักกว่าคนอื่น
แต่ทุกชั่วโมงที่ตั้งใจอ่าน ทุกกะงานที่ตั้งใจทำ และทุกความพยายามที่ยังไม่ยอมแพ้ ล้วนกำลังสะสมเป็นก้าวเล็ก ๆ ที่พาเข้าใกล้ความฝัน
ไม่จำเป็นต้องเก่งทุกวัน แค่ยังเดินต่อไปในทุกวัน ก็เก่งมากแล้วนะ B2S CLUB เป็นกำลังใจให้นักสู้ทุกคนเลย
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน