ทุกคนพอจะนึกออกไหมคะว่าครั้งสุดท้ายที่ได้นั่งเงียบๆ คนเดียว โดยไม่หยิบมือถือขึ้นมาไถคือเมื่อไหร่ ? ส่วนตัวเราจำไม่ได้เลยค่ะ ยิ่งในโลกที่หมุนไวและบังคับให้เราเชื่อมต่อกับคนอื่นตลอดเวลา ผ่านทั้งโซเชียล หรือการต้องติดต่อกับผู้คนเพราะงาน ไหนจะการนัดเจอสังสรรค์กับเพื่อนๆ อีก สิ่งเหล่านี้ทำให้เราลืมที่จะใช้เวลาอยู่คนเดียวเพื่อฟังเสียงตัวเอง ที่น่ากลัวไปกว่านั้นคือมันทำให้การอยู่คนเดียวกลายเป็นเรื่องน่ากลัวสำหรับใครหลายคน ทั้งที่จริงๆ มันคือทักษะที่ทำให้เรามีความสุขได้ง่ายที่สุด
บทความนี้เราเลยจะมาชวนให้ทุกคนได้เข้าใจว่าการอยู่คนเดียวไม่จำเป็นต้องเท่ากับว่าชีวิตมีแต่ความเหงาเสมอไป แต่มันคือช่วงเวลาที่เราจะได้ทำความรู้จักกับตัวเองจริงๆ ไม่ต้องพยายามทำให้ใครประทับใจ ได้เป็นตัวของตัวเองและตามใจตัวเองได้เต็มที่ ยิ่งเรามีหนังสือดีๆ สักเล่มเป็นเพื่อน การใช้เวลาอยู่กับตัวเองจะกลายเป็นช่วงเวลาที่สบายใจและสงบสุขที่สุดเลยค่ะ
ถ้าพร้อมจะอยู่คนเดียวแต่ไม่เดียวดายไปด้วยกันแล้ว เราไปอ่านรีวิวกันได้เลยค่า
หนังสือถ่ายทอดเรื่องราวของชายหนุ่มชาวญี่ปุ่นที่ลาออกจากงานเพื่อไปเรียนวาดภาพที่หมู่บ้านบุนจุ หมู่บ้านเล็ก ๆ ในแอฟริกา แต่สิ่งที่เขาได้รับกลับไม่ใช่แค่ทักษะศิลปะ แต่เป็นปรัชญาการดำเนินชีวิตและการมองเห็นความสุขที่เรียบง่าย จากผู้คนในหมู่บ้านที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม ซึ่งช่วยเปลี่ยนมุมมองชีวิตของเขาไปตลอดกาล
สอนให้เราเข้าใจว่าความสุขควรเริ่มต้นจากตัวเอง เพราะเราไม่สามารถแบ่งปันความรักหรือช่วยเหลือผู้อื่นได้อย่างแท้จริง หากหัวใจของเรายังไม่ได้รับการเติมเต็มก่อน จากนั้นค่อยส่งต่อพลังบวก เนื่องจากการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจะแผ่ขยายพลังงานเชิงบวก และเพิ่มโอกาสให้คนรอบข้างมีความสุขตามไปด้วยนั่นเองค่ะ
-เติมความรักให้ตัวเองก่อน เมื่อเราดูแลใจตัวเองจนเต็มเปี่ยม ทุกการกระทำที่แสดงออกไปสู่ผู้อื่นจะแฝงไปด้วยความรักโดยธรรมชาติ
-ถามตัวเองทุกวัน คอยเช็กตัวเองเสมอว่า "วันนี้เรากำลังใช้ชีวิตเพื่อตัวเองอยู่หรือเปล่า" และ "วันนี้เราจะใช้ชีวิตไปเพื่ออะไร"
-โอบกอดความไม่สมบูรณ์แบบ เข้าใจธรรมชาติว่ามนุษย์เรายิ่งอายุมากขึ้น ไม่ได้แปลว่าจะต้องสมบูรณ์แบบมากขึ้น แต่เราจะมีความเป็นมนุษย์ที่เข้าใจโลกและผู้อื่นมากขึ้นต่างหาก
เป็นเล่มที่ชวนให้เราตั้งคำถามกับนิยามความสุขในโลกที่เร่งรีบและสะท้อนว่าความสุขที่ยั่งยืนไม่ได้มาจากการไขว่คว้าสิ่งของนอกกาย แต่มาจากการขอบคุณสิ่งที่มี ชื่นชมธรรมชาติรอบตัว และสร้างความสัมพันธ์ที่เกื้อกูลกันในสังคม
หนังสือความเรียงขนาดสั้นที่เน้นย้ำเรื่องการหยุดกดดันตัวเอง เลิกเปรียบเทียบกับผู้อื่น และหันกลับมาโอบกอดคุณค่าของเราที่เป็นคนธรรมดา แต่มีเพียงคนเดียวในโลก หนังสือเล่มนี้ไม่ได้สอนให้เราต้องเก่งกาจเหนือใคร แต่ช่วยให้เรายอมรับความผิดพลาด ความสำเร็จ และสร้างความสุขได้ด้วยตัวเองในทุก ๆ วันค่ะ
-สำรวจและพูดคุยกับจิตใจ โดยชวนทบทวนข้อดี ข้อเสีย ความรู้สึก และความต้องการที่แท้จริงจากแกนกลางของตัวเอง
-เลิกใช้ไม้บรรทัดคนอื่นมาตัดสินตัวเอง ปล่อยวางจากคำวิจารณ์หรือการตัดสินของคนรอบข้าง เพื่อเป็นอิสระจากกรอบที่คนอื่นสร้าง
-หยุดกดดันและเลิกเปรียบเทียบ ลดความคาดหวังที่เกินพอดี ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้เรามองไม่เห็นความสุขในปัจจุบัน
-เป็นคนธรรมดาที่เปี่ยมคุณค่า ด้วยการยอมรับว่าเราไม่จำเป็นต้องสมบูรณ์แบบ แค่เข้าใจและใจดีกับตัวเองให้ถูกจุดก็เพียงพอแล้ว
-ยอมรับความผิดพลาด ความล้มเหลวเป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ และเรายังคงสมควรได้รับความสุขในทุกวัน
-ปรับมุมมองความสุข เปิดโอกาสให้ความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ในแต่ละวันได้ผลิบานโดยไม่ต้องรอความสำเร็จยิ่งใหญ่
-สร้างภูมิคุ้มกันคำวิจารณ์ อย่าปล่อยให้คำพูดที่ไม่หวังดีหรือการตัดสินจากคนอื่นมาทำลายวันดี ๆ ของเรา
-ทบทวนความสัมพันธ์รอบข้าง แผ่ขยายความเข้าใจจากตนเองไปสู่ผู้อื่น เพื่อรักษาระยะห่างที่สบายใจ
เป็นอีกเล่มที่เหมาะกับใครที่กำลังรู้สึกหมดไฟ สับสน หรือขาดความมั่นใจในคุณค่าของตัวเอง รวมถึงใครที่ติดนิสัยชอบเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นในโซเชียลมีเดียจนเหนื่อยล้า บทความสั้น ๆ อบอุ่น ในเล่มนี้จะช่วยฮีลใจและเตือนสติให้เราหันกลับมาฟังความต้องการของตัวเองค่ะ
หนังสือแนวความเรียงฮีลใจและพัฒนาตนเอง ที่เปรียบเทียบพื้นที่ในหัวใจ เหมือนกับสวนกว้างซึ่งต้องการการดูแล เอาใจใส่ และฟื้นฟูอย่างต่อเนื่องผ่านพลังของความฝัน ความรัก และความกล้าหาญ เพื่อให้เราเติบโตและเปล่งประกายได้ในแบบของตัวเองในทุก ๆ วัน โดยในเล่มออกแบบมาให้ผู้อ่านใช้เวลาวันละนิดในการอ่าน พร้อมทำกิจกรรมในเล่มเพื่อฟื้นฟูจิตใจ โดยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนตามการเติบโตของสวน ได้แก่
1.ควบคุมจิตใจ การเลือกสวนในหัวใจและวางรากฐาน เพื่อสร้างความมั่นคงทางอารมณ์
2.ค้นพบตัวตนที่แท้จริง เริ่มหว่านเมล็ดพืชนานาพันธุ์ เพื่อทำความเข้าใจความต้องการและคุณค่าที่แท้จริงของตัวเอง
3.เติมเต็มความรู้สึกในหัวใจ รดน้ำหว่านปุ๋ยให้ต้นอ่อน เป็นช่วงเวลาแห่งการปลอบโยนและเยียวยาความเจ็บปวด
4.ทำให้พลังบวกผลิบาน โอบกอดตัวเองอย่างเอาใจใส่ เพื่อเพิ่มพลังบวกและความมั่นใจให้ตัวเองพร้อมก้าวไปข้างหน้า
-คุณค่าของเราไม่ได้ผูกติดกับผลลัพธ์ ไม่ว่าเราจะทำสิ่งใดสำเร็จหรือล้มเหลว คุณค่าในตัวเรายังคงอยู่เท่าเดิมเสมอ
-ให้คุณค่ากับกระบวนการระหว่างทาง เพราะความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้อยู่แค่ที่เส้นชัย แต่อยู่ที่บทเรียนที่เราได้เรียนรู้จากการล้มและลุกจนกว่าจะสำเร็จ
-เป็นคนที่ดีเพื่อตัวเองก่อน ไม่จำเป็นต้องพยายามทำตัวให้ดีเพื่อรักษาใครไว้ในชีวิต
-โอบกอดตัวเองด้วยความเอาใจใส่ เมล็ดพันธุ์ในใจจะงอกงามได้ดีที่สุดเมื่อได้รับความรัก
เล่มนี้เหมาะสำหรับคนที่กำลังเผชิญกับความอ่อนล้าจากความคาดหวังของสังคม และต้องการพื้นที่ฮีลใจ หรือใครที่สูญเสียความมั่นใจ และต้องการกลับมารักและเห็นคุณค่าในตัวเองอีกครั้ง อ่านเล่มนี้เพิ่มพลังใจและค่อยๆ เปลี่ยนแปลงตัวเองให้เป็นเราในเวอร์ชั่นที่เก่งขึ้นได้แน่นอนค่ะ
หนังสือที่จะบอกให้เราเข้าใจว่าการรักตัวเองไม่ใช่การฝืนเก่งหรือต้องสมบูรณ์แบบ แต่คือการหยุดวิ่งตามหาความสุขจากภายนอก แล้วหันกลับมาเติมพลัง ยอมรับ และดูแลตัวเองจากภายในอย่างแท้จริง เขียนโดย คุณ มนต์ MonaMaison ซึ่งเป็น content creator ชื่อดังในสายพัฒนาตัวเองค่ะ
หนังสือเล่มนี้แบ่งเนื้อหาออกเป็นทั้งหมด 6 บทด้วยกัน ได้แก่
1. Emotional Self-Love
เริ่มจากเข้าใจอารมณ์ของตัวเองและพาเราไปทำความรู้จักกับวงล้ออารมณ์ เพื่อเป็นตัวช่วยให้เรารู้จักกับหลากหลายความรู้สึกของตัวเองเมื่อเรายอมรับทุกความรู้สึกได้ เราก็จะเรียนรู้การรักตัวเองได้อย่างธรรมชาติ
2. Physical Self-Love
กินอาหารที่ดี นอนให้พอ ขยับร่างกายเป้นประจำ และแต่งตัวในแบบที่มั่นใจ ไม่ต้องเยอะแต่ให้รู้สึกดีในแบบของเรา
3. Relational Self-Love
กล้าเลือก และ กล้าเลิก ในที่นี้หมายถึงการเลือกอยู่กับคนที่ทำให้ใจเบา และกล้าเดินออกจากความสัมพันธ์ที่บั่นทอน เพราะเราไม่จำเป็นต้องแลกความสงบของชีวิตและจิตใจเรากับความรัก
4. Financial Self-Love
การจัดการเงินคือการให้เกียรติตัวเอง เลือกใช้จ่ายอย่างมีสติ ลงทุนกับสิ่งที่ดีและช่วยพัฒนาตัวเอง เช่น การเรียนรู้ สุขภาพ
5: Mental Self-Love
ฝึกใจให้แข็งแรงด้วย Growth Mindset
6. Spiritual Self-Love
กลับมาเชื่อมโยงกับตัวตนลึกของเรา ผ่านความเงียบและธรรมชาติ และฝึกสมาธิในชีวิตประจำวัน เช่น การฝึกหายใจเข้าออกลึกๆ สวดมนต์ หามุมสงบให้ตัวเอง ปิดเสียงแจ้งเตือนแล้วอ่านหนังสือเงียบๆ
-การรักตัวเองไม่ใช่การฝืนเก่งตลอดเวลา แต่คือการยอมรับว่าบางวันเราก็อ่อนแอได้
-การเอาความสุขไปผูกไว้กับสิ่งภายนอกจะทำให้เราเหนื่อยล้าและสูญเสียความเป็นตัวเอง
-การเดินออกจากความสัมพันธ์ที่บั่นทอนหรือเป็นพิษ เป็นการกระทำที่ใจดีต่อตัวเองที่สุด
-เมื่อเราเติมเต็มพลังงานบวกจากข้างในจนเต็ม เราจะดึงดูดสิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตโดยธรรมชาติ
เป็นเล่มที่อ่านแล้วรู้สึกว่าหนังสือค่อยๆ พาเรากลับมาใช้เวลากับตัวเอง หยุดวิ่งตามหาความสุขจากภายนอก แล้วหันมาดูแลและยอมรับตัวเองในแบบที่ไม่สมบูรณ์แบบ เพื่อสร้างความมั่นคงจากภายในจิตใจอย่างแท้จริงค่ะ
เป็นหนังสือแนวจิตวิทยาพัฒนาตนเองที่ชวนให้เราหยุดพักและหันมาใช้ชีวิตให้สนุกสนานขึ้น ถอดบทเรียนผ่านพฤติกรรมสุดชิลและขี้เล่นของสัตว์โลกแสนน่ารักอย่างน้องนาก ที่ขึ้นชื่อเรื่องการบาลานซ์ชีวิตและการหาความสุข โดยแนวคิดหลักของหนังสือคือการถ่ายทอดปรัชญาการใช้ชีวิตในสไตล์ที่เต็มไปด้วยความรัก มิตรภาพ ความร่าเริง และการพักผ่อนที่เรียกว่า PLAY ซึ่งประกอบไปด้วย
1. P Plunge in คือการอ้าแขนรับทุกอย่างที่ผ่านเข้ามา เพื่อเปิดโอกาสให้ตัวเองได้ผจญภัยไปกับชีวิต
2. L Laugh about it หมายถึง การหัวเราะไปกับสิ่งที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะต้องเจอกับสถานการณ์ที่เลวร้ายแค่ไหนก็ตาม
3. A Ask Why คือการถามหาเหตุผล เพื่อให้สมองได้เรียนรู้สิ่งใหม่อยู่ตลอดเวลา และจะช่วยให้เรายังอ่อนเยาว์อยู่เสมอ
4. Y YOLO ซึ่งย่อมาจาก You Only Live Once หมายถึง มนุษย์มีชีวิตเดียว ดังนั้นไม่ว่าชีวิตจะโยนอะไรมาให้เรา ก็ก้มหน้าก้มตายอมรับ เพียงแต่เราต้องแน่ใจว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้นคุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปและสนุกไปกับมันด้วย
-บาลานซ์ชีวิตให้เบาสบาย อย่าก้มหน้าก้มตาทำแต่งาน ในขณเดียวกันก็ให้เล่นสนุกและหาความสุขให้ตัวเองแบบพอดีๆ
-มองเห็นคุณค่าของความสุขเล็ก ๆ รายวัน และใส่ใจผู้คนรอบข้าง
-สร้างความสัมพันธ์ที่อบอุ่น อ่อนโยนถอดแบบจากเจ้านากน้อย
-อยากรู้อยากเห็นอยู่เสมอ ใฝ่เรียนรู้และมีสติกับปัจจุบันตลอดเวลา
เล่มนี้เหมาะกับใครที่อยากเริ่มกลับมาใจดีกับตัวเอง ปล่อยวางความสมบูรณ์แบบ รักตัวเองในแบบที่เป็นและทวงคืนสีสันของชีวิตที่ขาดหายไป อ่านแล้วทั้งฮีลใจทั้งน่ารัก ไม่ผิดหวังแน่นอนค่ะ
หนังสือเป็นเหมือนคู่มือแนวทางสำหรับผู้ที่กำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลง ความคาดหวังจากสังคม และความรู้สึกไม่มั่นคงในใจ โดยเฉพาะคนในวัยเริ่มทำงานและวัย 30 ปี ที่ตั้งใจใช้ชีวิตอย่างเต็มที่แต่กลับรู้สึกว่างเปล่า
-เลือกด้วยตัวเอง กล้าที่จะตัดสินใจเลือกเส้นทางชีวิตด้วยตนเอง แม้ว่าผลลัพธ์อาจจะล้มเหลว แต่ความล้มเหลวนั้นจะกลายเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราเติบโตได้อย่างแท้จริง
-เคารพเสียงข้างใน เลิกเมินเฉยต่อความรู้สึกของตัวเอง หันกลับมามองและรับฟังความต้องการลึกๆ ของหัวใจ แทนที่จะวิ่งตามความคาดหวังของคนอื่นจนละเลยตัวเอง
-ยอมรับความหลากหลาย เปิดโอกาสให้ตัวเองได้เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ และยอมรับว่าชีวิตคนเรามีเงื่อนไขและเส้นทางที่แตกต่างกัน ไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบกับใคร
ข้อคิดเพื่อนำไปปรับใช้ในชีวิต
-หยุดใจร้ายกับตัวเอง หยุดวิจารณ์ตัวเองอย่างรุนแรงเมื่อทำพลาด
-เคารพเสียงข้างใน เลิกเมินเฉยต่อสัญญาณความเหนื่อยล้าของร่างกายและจิตใจ
-ยอมรับความแตกต่างและเปิดใจให้ตัวเองได้ทดลองสิ่งใหม่ๆ โดยไม่ต้องกลัวว่าจะหลงทาง เพราะทุกย่างก้าวคือการเติบโต
เป็นเล่มที่จะช่วยให้ผู้ใหญ่มือใหม่หรือคนที่กำลังเผชิญหน้ากับความเปลี่ยนแปลงในชีวิต อ่านเพื่อหยุดพัก ทบทวนตัวเอง และนำข้อคิดมาปรับใช้กับชีวิต เพื่อเรียนรู้ที่จะเติบโตไปในแบบที่เป็นตัวเองอย่างแท้จริงค่ะ
การอยู่คนเดียวไม่ใช่การถูกทิ้งไว้ข้างหลัง แต่คือการเดินกลับมาหาคนที่รักเราที่สุดซึ่งก็คือตัวเราเอง ลองปิดทุกเสียงจากโลกภายนอก แล้วเปิดหนังสือเพื่อค้นหาและรับฟังฟังเสียงหัวใจตัวเองสักนิด หวังว่าหนังสือเหล่านี้จะช่วยเปลี่ยนความโดดเดี่ยว ให้กลายเป็นความสุขที่สมบูรณ์แบบกับการได้อยู่คนเดียวนะคะ
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน