เชื่อว่าชาว Gen Z หลายคนที่ก้าวเข้าสู่วัยทำงาน ย่อมหนีไม่พ้นแรงกดดันจากสังคมที่บีบคั้นให้เราต้องประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย ทั้งจากคำพูดของคนใกล้ตัวว่าต้องมีบ้านบ้างละ ต้องมีรถบ้างละ ดูลูกบ้านนู้นสิหน้าที่การงานมั่นคง เงินเดือนก็เยอะ หรือแม้แต่ตื่นมาไถฟีดโซเชียลมีเดียก็เจอกูรูที่บอกว่าเราต้องเริ่มลงทุนในกองทุน เทรดหุ้น หรือออมทองอยู่เต็มไปหมด แถมสังคมยังบีบให้เราต้องหารายได้จากหลายทางอีกต่างหาก
ขัดกับภาพฝันของเด็กที่เพิ่งจะเรียนจบ ที่เมื่อทำงานมีรายได้ก็อยากจะท่องเที่ยวหรือใช้ชีวิตอย่างสุดเหวี่ยงกับปัจจุบันที่เป็นอยู่ แล้วแบบนี้เราควรเลือกทางเดินแบบไหนดี ระหว่างการใช้ชีวิตให้คุ้มโดยโฟกัสที่ปัจจุบันกับการต้องวางแผนชีวิตให้รัดกุมเพื่ออนาคต
B2S Club เลยอยากจะมาเปรียบเทียบไลฟ์สไตล์สองแบบให้เห็นกันชัดๆ พร้อมกับแนะนำทางเลือกที่ดีที่สุดอย่างแนวทางแบบผสมผสานให้กับ Gen Z ทุกคน เพื่อจะได้ออกแบบชีวิตของตัวเองได้อย่างมั่นคง โดยจะแบ่งตามมิติของชีวิตในแต่ละด้าน ซึ่งรับรองว่าจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนนำไปออกแบบชีวิตของตัวเองได้อย่างแน่นอนเลยแหละ~
ด้านเวลา : เน้นโฟกัสกับปัจจุบันและให้ความสำคัญกับความสุขที่อยู่ตรงหน้า ใช้ชีวิตอย่างเต็มที่โดยเลือกทำทุกอย่างตามความต้องการของตัวเองในทันที และไม่ลังเลที่จะทำสิ่งที่รักเพื่อจะได้ไม่เสียใจในภายหลัง เป็นชีวิตแบบที่ใช้แพชชันนำทางไปสู่เป้าหมาย ซึ่งหากมองอีกมุมหนึ่งก็นับว่าประมาทเกินไปเพราะไม่มีแผนรับมือกับความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหากทำตามเป้าหมายไม่สำเร็จ
ด้านการงาน : Work-life balance สำคัญเป็นอันดับหนึ่ง เพราะจะต้องมีเวลาไปทำในสิ่งที่ตัวเองรักหรือหาความสุขให้กับตัวเองยังไงล่ะ! และยังเลือกงานโดยไม่ยึดติดกับการไต่เต้าตำแหน่งหรือต้องมีเงินเดือนที่สูงลิ่ว เพราะเป้าหมายคือการเลือกเซฟตัวเองให้มีสุขภาพจิตที่ดี Gen Z ส่วนใหญ่เลยปฏิเสธสังคมการทำงานที่ toxic แบบสุดๆ และพร้อมที่จะเปลี่ยนงานทันทีหากต้องรับแรงกดดันมากเกินไป จนถูกมองว่าเป็นพวกที่ไม่สู้งานเอาซะเลย
ด้านการเงิน : เมื่อโฟกัสกับความสุขตรงหน้า จึงกล้าที่จะใช้เงินไปกับสิ่งที่ตัวเองอยากทำในทันที ทั้งกับงานอดิเรกและการท่องเที่ยว เพราะมองว่าเงินที่เสียไปเป็นการซื้อประสบการณ์ให้กับชีวิต ซึ่งการกล้าใช้เงินนี้ หากบริหารจัดการไม่ดีก็จะนำไปสู่การเสียสภาพคล่องจนก่อให้เกิดหนี้ได้ โดยสาเหตุส่วนใหญ่จะมาจากการใช้จ่ายเกินตัว ความอยากได้อยากมีตามกระแสสังคม และการติดกับดัก Lifestyle Inflation ที่เผลอไผลฟุ้งเฟ้อไปตามรายได้ที่เพิ่มมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ด้านสุขภาพ : ในเมื่อใส่สุดทุกกิจกรรมขนาดนี้ จึงต้องใช้ร่างกายอย่างหนักตามไปด้วย จนบางครั้งอาจละเลยการดูแลสุขภาพไป เช่น ไม่ได้ใส่ใจการออกกำลังกาย การไม่ควบคุมอาหาร จนอาจนำไปสู่ปัญหาด้านสุขภาพและโรคร้ายแรงในอนาคตได้
จะเห็นได้ว่า ไลฟ์สไตล์อยากใช้ชีวิตให้คุ้มนั้นช่างเหมาะกับสายชิลซะจริง~ ก่อนอื่นก็มาลองเรียนรู้อีกทางเลือกกันด้วยดีกว่า!
ด้านเวลา : เน้นโฟกัสที่อนาคตและให้ความสำคัญกับความสุขในบั้นปลายชีวิต ใช้ชีวิตตามแผนที่วางไว้อย่างเคร่งครัด และมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นคงในระยะยาว แต่ในระหว่างทางก็จำเป็นที่จะต้องสละเวลาในการหาความสุขให้กับตัวเองทิ้งไป หรืออาจถึงขั้นต้องสละแม้กระทั่งตัวตนของตัวเองเพื่อแลกกับความมั่นคงนั้น จนเมื่อเวลาแห่งความสำเร็จมาถึง ก็อาจมานั่งนึกเสียดายที่ไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองรักในเวลาที่ทำได้ โอกาสหลายสิ่งหลายอย่างได้หลุดลอยไปแบบที่มาตระหนักได้ตอนนี้ก็สายไปซะแล้ว
ด้านการงาน : Work hard เป็นชีวิตจิตใจ! เป็นวัยรุ่นสร้างตัวที่ต้องการหารายได้ให้มากที่สุดผ่านการทำงานหนักและรับจ็อบเสริมรัวๆ เพราะมีเป้าหมายในการไปสู่ความมั่นคงทางการเงินที่แท้จริง จึงอยากไต่เต้าไปจนถึงตำแหน่งระดับสูง และยังมีมายด์เซตว่าการมีธุรกิจส่วนตัวของตัวเองจะเป็นใบเบิกทางในการไปสู่ความสำเร็จได้เร็วขึ้น จึงไม่กลัวงานหนักและจะเร่งกอบโกยทุกอย่างเท่าที่จะทำได้ เป็นพวกบ้างานที่กระหายการประสบความสำเร็จตัวจริงเลยแหละ!
ด้านการเงิน : มีการวางแผนการเงินอย่างรัดกุม โดยให้ความสำคัญกับการเก็บออมและการมีเงินสำรองฉุกเฉินเพื่อรับประกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับชีวิต ทั้งยังศึกษาเรื่องการลงทุนหลายรูปแบบเพื่อให้เงินงอกเงยและค่อยนำผลกำไรที่ได้จากการลงทุนนั้นมาซื้อความสุขให้ตัวเองอีกทีหนึ่ง รวมไปถึงตั้งเป้าวางแผนในวัยเกษียณตั้งแต่เริ่มเข้าสู่วัยทำงาน เพื่อที่จะสุขจากการดูแลตัวเองได้โดยไม่เป็นภาระใครในชีวิตบั้นปลาย
ด้านสุขภาพ : มีการวางแผนด้านสุขภาพอย่างครอบคลุม โดยเริ่มจากการดูแลอาหารการกินเป็นอย่างดี และให้ความสำคัญกับการออกกำลังกายเสมือนเป็นหนึ่งในหน้าที่ที่ต้องทำ ทั้งยังวางแผนเพื่อรับมือกับความเสี่ยงด้านสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตผ่านการทำประกันประเภทต่างๆ ทั้งประกันสุขภาพ ประกันโรคร้ายแรง และประกันชีวิต
ช่างเป็นไลฟ์สไตล์ที่ซีเรียสจริงจังแบบสุดๆ แน่นอนว่าชีวิตคนเราคงไม่อาจเคร่งเครียดแบบนี้ไปได้ตลอด แต่จะไม่ให้วางแผนอนาคตก็คงไม่ได้เช่นกัน ดังนั้น การเลือกที่จะผสมผสานทั้งสองไลฟ์สไตล์เข้าด้วยกันอย่างสมดุลจึงตอบโจทย์ที่สุด! และเป็นทางเลือกที่ B2S Club อยากแนะนำให้ทุกคนลองไปปรับใช้กันเพราะได้นำเอาข้อดีของทั้งสองไลฟ์สไตล์ก่อนหน้ามารวมกันยังไงล่ะ!
ด้านเวลา : ทั้งการเลือกโฟกัสที่ปัจจุบันอย่างเดียว หรือเลือกทุ่มเทให้กับอนาคตแบบหมดหน้าตัก ย่อมเป็นทางเลือกที่สุดโต่งเกินไป เราต้องผสมผสานสองทางเลือกอย่างสมดุลด้วยการวางแผนเพื่ออนาคต ควบคู่ไปกับสนุกกับปัจจุบันอย่างมีสติ ชีวิตที่ดีต้องมีการวางแผนเสมอ แค่ภาพในปัจจุบันนั้นยังไม่พอ เราต้องจินตนาการว่าในอนาคตหรือในบั้นปลายเราอยากจะมีชีวิตแบบไหนกันแน่ พร้อมกับลงมือออกแบบมันขึ้นมาตั้งแต่วันนี้ และในขณะที่ลงมือทำตามแผนนั้นก็ให้หาแรงบันดาลใจหรือทำตามความฝันของตัวเองควบคู่ตามไปด้วย เพราะความสุขในระหว่างทางจะยิ่งนำพาเราไปสู่ความสำเร็จได้ไวขึ้นและความสุขก็เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าความสำเร็จนั้นมีความหมายมากแค่ไหน
หากอยากเรียนรู้ว่าเราควรเลือกแบ่งเวลายังไงเพื่อจะได้มีชีวิตอย่างที่ต้องการ และไม่ต้องมานึกเสียใจภายหลัง แนะนำให้อ่านหนังสือ จะกินพุดดิ้งชิ้นนี้เลยไหมหรือจะทนไว้ก่อน? ทาง B2S ของเราก็มีวางจำหน่ายด้วยนะ หากสนใจสั่งซื้อก็คลิกที่นี่ได้เลย
ด้านการงาน : อยากชวนให้คิดตามว่าในหนึ่งวันการทำงานแทบจะกินเวลาหนึ่งในสามของชีวิตเราไป การจะเลือกงานที่ใช่จึงอยากให้เริ่มจากลองจินตนาการว่าถ้าเราต้องใช้ชีวิตแบบนั้นซ้ำๆ ในทุกๆ วัน เราจะอดทนได้ไหม? และพอจะสามารถหาความสุขเล็กๆ จากความซ้ำซากจำเจนั้นได้บ้างหรือเปล่า? เพราะไม่ใช่ทุกคนที่จะโชคดีได้ทำงานในสิ่งที่ตัวเองรัก และขึ้นชื่อว่าการทำงานก็ต้องใช้ความอดทนทั้งนั้น สิ่งสำคัญจึงเป็นการหางานที่ตอบโจทย์กับไลฟ์สไตล์ของตัวเองได้สักครึ่งหนึ่งก็ยังดี งานที่ไม่ทำให้ต้องเครียดจนเสียสุขภาพในระยะยาว และงานที่ได้เงินพอจะให้เราวางแผนชีวิตได้ เรื่องหลังจากนั้นไม่ว่าจะ Work-life balance หรือ Work hard ทุกคนก็เลือกได้ตามใจให้เหมาะกับเป้าหมายของตัวเองได้เลย
อยากงานโฟลว์ไม่มีสะดุด ลองเริ่มต้นวางแผนง่ายๆ ด้วยการใช้แพลนเนอร์ดูสิ ที่ B2S ของเราก็มีให้เลือกหลายแบบ หากสนใจก็ไปช็อปกันได้ที่สาขาใกล้บ้านเลยนะ~
ด้านการเงิน : เชื่อว่าทุกคนคงจะรู้สึกปวดเศียรเวียนเกล้าเมื่อพูดถึงเรื่องการเงินและการลงทุนขึ้นมา งั้นขอย้ำแค่หนึ่งเรื่องพื้นฐาน คือให้ทุกคนมีมายด์เซตว่าเรื่องการเงินเป็นเรื่องส่วนบุคคลที่ต้องบริหารจัดการโดยไม่เบียดเบียนผู้อื่น ไม่มีใครควรรับหน้าที่เป็น ATM ให้กับเรา และการยืมเงินคนอื่นเพราะการใช้จ่ายเกินตัวของตัวเองก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นเด็ดขาด ดังนั้นทุกคนมาวางแผนด้านการเงินตั้งแต่วันนี้กันเถอะ โดยเริ่มต้นง่ายๆ จากการทำบัญชีรายรับรายจ่ายล่วงหน้า 6 เดือน เพื่อให้เห็นภาพใหญ่ว่าเราจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้างอย่างคร่าวๆ และเมื่อได้รับเงินเดือนก็ให้หักเงินส่วนหนึ่งมาเก็บออมทันทีก่อนที่จะนำไปใช้จ่ายส่วนอื่นๆ ที่สำคัญทุกคนควรมีเงินสำรองฉุกเฉินอย่างน้อย 6 เดือนเผื่อวันใดวันหนึ่งเจ็บป่วยหรือตกงานกะทันหันก็จะได้ไม่ลำบากเกินไป ส่วนเรื่องการลงทุนถือเป็นอ็อปชันเสริม แต่จงลงทุนในสิ่งที่ตัวเองมีความรู้ความเชี่ยวชาญเท่านั้นอย่าไหลไปตามกระแส และเมื่อแบ่งเงินไปออมแล้วก็อย่าลืมแบ่งเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับซื้อความสุขให้ตัวเองมาเติมพลังชีวิตกันด้วยล่ะ~
สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นวางแผนด้านการเงินแต่ไม่รู้จะเริ่มยังไงดี ก็ลองเริ่มศึกษาจากการอ่านหนังสือ MONEY 101 ดูกันได้ รับรองว่าจะได้ความรู้มากมายที่นำไปสู่การพบอิสระทางการเงินได้อย่างแน่นอน หากสนใจสั่งซื้อคลิกที่นี่ได้เลยน้า
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน