B2S club logo
  • Activity
    • ACTIVITY SCHEDULE
    • BOOK LOVER
  • Interesting story
    • All Interesting story
    • Article
    • Clip
    • Podcast
  • Book Review
  • Share your Story
  • Shop online
    • Special offer
    • E-Catalog
    • New arrival
    • Bestseller
    • B2S Online Shopping
  • About us
    • Contact us
    • FAQ
    • Cookie policy
    • Privacy policy
    • Terms and Conditions
    • Unsubscribe
    • Cancel Subscription
SignIn/Register
TH
    • Homepage
    • Activity
    • Book Review
    • Share your story
      Interesting story
    • All Interesting story
    • Article
    • Clip
    • Podcast
      Shop online
    • Special offer
    • E-Catalog
    • New arrival
    • Bestseller
    • B2S online shopping
      About us
    • Contact us
    • FAQ
    • Cookie policy
    • Privacy policy
    • Terms and Conditions
    • Unsubscribe
    • Cancel Subscription
  • Homepage
  • Activity
  • Interesting story
    • All Interesting story
    • Article
    • Clip
    • Podcast
  • Book Review
  • Share your story
  • Shop online
    • Special offer
    • E-Catalog
    • New arrival
    • Bestseller
    • B2S online shopping
  • About us
    • Contact us
    • FAQ
    • Cookie policy
    • Privacy policy
    • Terms and Conditions
    • Unsubscribe
    • Cancel Subscription
TH
หน้าแรก • เรื่องน่ารู้ • Article •

ถือหนักต้องพักหน่อย รวม 3 เล่มชวนปล่อยใจ ให้ชีวิตลอยไปแบบเบาเบา

ถือหนักต้องพักหน่อย รวม 3 เล่มชวนปล่อยใจ ให้ชีวิตลอยไปแบบเบาเบา

02 ต.ค. 68
5
326
   PhudPb
ถือหนักต้องพักหน่อย รวม 3 เล่มชวนปล่อยใจ ให้ชีวิตลอยไปแบบเบาเบา

ในยุคที่โลกหมุนเร็ว เต็มไปด้วยการแข่งขัน ความกดดัน และการเปรียบเทียบ การรักษาสุขภาพหัวใจให้มั่นคงแข็งแรง เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้ามอีกต่อไป ในบทความนี้ B2S CLUB ขอมาแนะนำหนังสือสามเล่มที่อ่านแล้วจะช่วยให้ใจเบาเหมือนยกภูเขาออกจากอก อ่านจบแล้วนำเทคนิคจากในเล่มมาใช้จริง ไม่ว่ายังไงก็ได้ผลและไม่ตกเป็นเหยื่อของสารพันปัญหาในชีวิตอีกต่อไป เพราะเราจะเปลี่ยนเป็นคนมีความเข้าใจในสัจธรรมที่แท้จริงและรับมือกับมันได้อย่างคนที่มีสุขภาพจิตแข็งแรงนั่นเองค่า

ถ้าอยากรู้แล้วว่ามีเล่มไหนบ้าง ไปอ่านบทความกันได้เลย

1. The Let Them Theory 

เรียกได้ว่าเป็นหนังสือเปลี่ยนชีวิตและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนมากมายจนกลายเป็นไวรัลในโลกออนไลน์กันเลยทีเดียวค่ะสำหรับเล่มนี้ แก่นหลักของหนังสือจะเล่าถึงธรรมชาติของมนุษย์ที่มักจะเสียพลังงานไปกับการควบคุมสิ่งที่อยู่เหนือการควบคุมอยู่เสมอ ลองคิดตามนะคะว่าชีวิตนี้มีกี่ครั้งแล้ว ที่เราอยากให้คนรอบตัว เช่น ครอบครัว เพื่อน หรือคนรัก มีความเห็นตรงกันกับเราและเออออห่อหมกไปกับทุกสิ่งที่เราคิดว่าถูกต้อง หรือแม้กระทั่งความต้องการให้คนในครอบครัวแสดงพฤติกรรมที่เรามองว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่ควรจะทำ แต่ในความเป็นจริงมันไม่ใช่แบบนั้นเลย เพราะทุกคนมีความคิดเป็นของตัวเอง เมื่อไม่สามารถควบคุมสิ่งเหล่านั้นได้ จึงทำให้เราเกิดความเครียดและไม่มีความสุขตามมา หนังสือเล่มนี้เลยให้ข้อคิดและวิธีปฏิบัติที่จะช่วยพาเราให้กลับมาโฟกัสที่ตัวเองเป็นหลักเพื่อไม่ให้เราต้องเสียพลังงานชีวิตไปกับสิ่งที่เราไม่มีทางควบคุมได้และจะไม่มีวันควบคุมได้ไม่ว่าจะใช้วิธีใดก็ตาม   

ในเล่มคุณนักเขียนจะมีการยกตัวอย่างจากประสบการณ์ของเธอทั้งจากการทำงานที่ต้องเผชิญกับคำตัดสินมากมายจนทำให้เธอรู้สึกแย่และเคยพยายามแก้ตัว ความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับเพื่อนและคนในครอบครัวที่เธอพยายามจะทำความใจและควบคุมเมื่อคนเหล่านั้นมีพฤติกรรมที่เธอไม่สามารถยอมรับได้และไม่เข้าใจ แต่เมื่อเริ่มปรับใช้ทฤษฎีปล่อยเขากับเหตุการณ์เหล่านั้นก็ทำให้เธอสามารถปลดปล่อยตัวเองออกจากความทุกข์และกลับมาทุ่มเทพลังไปกับการสร้างสรรค์ผลงานของตัวเอง พร้อมพัฒนาทั้งงานและความสัมพันธ์ไปในทิศทางที่ดีมากขึ้น

สำหรับขั้นตอนของทฤษฎีนี้ เราได้สรุปมาให้เป็น 3 ขั้นตอนง่าย ๆ ที่ทำได้จริงให้เพื่อน ๆ สามารถนำไปลองปรับใช้ เริ่มจาก

1.การรู้เท่าทันความคิดตัวเอง สังเกตว่าเมื่อเราอยากวิจารณ์หรือเปลี่ยนแปลงคนอื่นให้เราท่องเอาไว้ว่า “ปล่อยให้เขาเป็น ปล่อยให้เขาทำ

2.ฝึกยอมรับว่าทุกคนมีสิทธิ์ที่จะเป็นแบบที่เขาเป็นและทุกคนมีข้อดีข้อเสียและเราไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยทุกอย่าง แต่เราสามารถที่จะยอมรับตัวตนของเขาได้

3.ฝึกการสื่อสารสิ่งที่เราต้องการอย่างอ่อนโยนและอย่าลืมที่จะเคารพการตัดสินใจของอีกฝ่ายเช่นกัน

ทั้งสามขั้นตอนที่ว่ามานี้ นอกจากจะช่วยให้เราไม่ยึดติดกับความคิดและการกระทำของคนอื่นจนไม่มีความสุขยังจะช่วยให้ความสัมพันธ์ระหว่างตัวเรากับพวกเขาเหล่านั้นดีขึ้นด้วยอย่างเห็นได้ชัดเพราะหากเราไม่ปะทะกันด้วยอารมณ์ ก็จะไม่มีการทะเลาะวิวาทหรือสงครามเงียบตามมาทำลายสายสัมพันธ์แน่นอน

ส่วนตัวเราชอบทฤษฎีนี้มากและมองว่าหลักการปล่อยเขา มีความสอดคล้องกันกับคำว่า “ปลง” ที่มักได้ยินกันบ่อย ๆ ในหมู่คนที่นับถือศาสนาพุทธ ความหมายของคำว่าปลงคือการวางลง การไม่ยึดถือไว้แบกไว้ โดยการยอมรับว่าไม่มีสิ่งใดที่เราสามารถครอบครองไว้ได้ตลอดไปแม้แต่ร่างกายของตัวเอง การได้อ่านหนังสือเล่มนี้ เลยเป็นเหมือนกับการตอกย้ำว่า ไม่ว่าชีวิตต้องพบเจอกับสิ่งใดแค่ปล่อยวางมันไปใจก็จะเบาที่แท้ทรูเลยค่ะ

ข้อคิดที่ได้จากหนังสือ 

“เพราะการเลือกที่จะไม่แก้ไขทุกความเข้าใจผิด คือการเลือกที่จะรักษาพลังงานอันมีค่าไว้”

ตัวอย่างประโยคที่ชอบ

-เราไม่ได้มีหน้าที่พิสูจน์คุณค่าของตัวเองให้กับคนที่เขามองไม่เห็นค่าเรา ปล่อยเขาไป

-เราไม่มีหน้าที่ไปช่วยจัดการอารมณ์ให้คนอื่น ปล่อยให้เขารู้สึก อย่างที่อยากจะรู้สึก

-คุณต้องบังคับตัวเองให้เคลื่อนไปข้างหน้าทีละนิดทั้งวัน ทุกวัน โดยเฉพาะในเวลาที่คุณรู้สึกว่าไม่อยากทำเลย

สั่งซื้อ The Let Them Theory

คลิก icon shop

2.เทคนิคปล่อยผ่านไม่รับเรื่องน่ารำคาญเข้ามาในชีวิต 

หนังสือเล่มนี้จะพาเราไปเรียนรู้ที่จะเข้าใจและรับมือเรื่องน่ารำคาญที่สามารถผ่านเข้ามาในชีวิตได้หลายรูปแบบ เต็มไปด้วยเทคนิคที่เรียบง่ายแต่ทรงพลังที่จะช่วยกดสวิตช์เปลี่ยนความคิด หากเคยรู้สึกหนักใจหรือรู้สึกว่าฉันรับอะไรมากกว่านี้ไม่ไหวเพราะคนรอบตัวเป็นต้นเหตุ รับรองเลยว่าหากอ่านจบแล้วนำไปปรับใช้กับชีวิตเพื่อน ๆ จะรู้สึกว่านี่แหละ น่าจะทำมาตั้งนานแล้วแน่นอน เพราะในบางสถานการณ์เราอาจจะหลีกเลี่ยงได้แต่หากต้องเผชิญหน้ากับมันจริง ๆ ในเล่มนี้มีวิธีรับมือดี ๆ มาให้ค่ะ

ในเล่มนี้จะประกอบไปด้วยเนื้อหาทั้งหมด 5 บทได้แก่

บทที่ 1.ทำไมเราถึงเจ็บปวดได้ง่ายและไม่อาจปฏิเสธคำขอร้องที่น่าอึดอัดได้

บทที่ 2.เริ่มต้นจากการเป็นคนความรู้สึกช้า

บทที่ 3.วิธีปล่อยผ่านคำบ่นของคนรอบข้าง

บทที่ 4.วิธีปล่อยผ่านคนน่ารำคาญ

บทที่ 5.วิธีรับมือเมื่อรู้สึกเหนื่อยล้ากับการปล่อยผ่าน

เนื้อหาจาก 5 บทที่ว่ามานี้ ในแต่ละบทจะมีหัวข้อย่อยที่ส่วนตัวเราว่าค่อนข้างละเอียด มีการสอดแทรกให้เข้าใจเรื่องทางวิทยาศาสตร์อย่างสารเคมีในสมองที่หลั่งออกมาเมื่อรู้สึกเจ็บปวด เป็นต้น ทำให้เนื้อหายิ่งน่าสนใจเพราะเราจะไม่เพียงแค่ได้ใช้เทคนิคในการรับมือปัญหาน่ารำคาญ แต่ยังได้ทำความเข้าใจทั้งปัจจัยภายนอกที่เราควบคุมไม่ได้และปัจจัยภายในตัวเราที่สามารถควบคุมได้

นอกจากนั้น ยังมีข้อคิดหลายอย่างที่จะเปลี่ยนแนวคิดหรือความเชื่อเดิมที่เราเคยมี ไม่ว่าจะเป็น ความอ่อนน้อมถ่อนตนเป็นคนละเรื่องกับการยอมก้มหน้ารับการกระทำที่ไม่ดีที่ผู้อื่นทำกับเรา กลับกันอาจทำให้เรายิ่งโดนเอาเปรียบและติดอยู่ในสถานการณ์ลบมากขึ้น หรือการเป็นคนความรู้สึกไวในที่ทำงาน มักขัดขวางการก้าวหน้าในอาชีพแม้จะเป็นคนมีความสามารถแต่เมื่อซึมซับพลังลบไว้มากเกินไปจนใจเป็นทุกข์ก็จะทำให้ทำงานอย่างไม่มีความสุขนั่นเองค่ะ

ถ้าถามว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะกับใคร เราว่าหนังสือเล่มนี้เหมาะมากสำหรับคนที่คิดมาก ขี้กังวล มักจะชอบโดนคำพูดและการกระทำของคนรอบข้างทำให้รู้สึกแย่อยู่เสมอ หรือสำหรับใครก็ตามที่อยากพัฒนาตัวเองให้มีจิตใจที่เข้มแข็งพร้อมสู้กับโลกแห่งความเป็นจริงมากขึ้น

ข้อคิดที่ได้จากหนังสือ

“การปล่อยวางไม่ใช่การยอมแพ้ แต่เป็นการเลือกอย่างมีสติว่าเราจะไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องที่ไม่จำเป็น”

ตัวอย่างประโยคที่ชอบ

-คำพูดและการกระทำของคนอื่นไม่ได้มีความหมายลึกซึ้งขนาดนั้น

-การทำตัวอ่อนน้อมถ่อมตนจนเกินเหตุจะทำให้เราติดอยู่ในโลกแห่งฝันร้าย

สั่งซื้อ เทคนิคปล่อยผ่านไม่รับเรื่องน่ารำคาญเข้ามาในชีวิต

คลิก icon shop

3. วิชาใจเบา 

หากเพื่อน ๆ เคยรู้สึกหนักใจเหมือนแบกอะไรไว้สักอย่างตลอดเวลา หนังสือเล่มนี้เป็นเล่มที่เหมือนเขียนมาเพื่อช่วยแบ่งเบาความรู้สึกเหล่านั้นเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นความเสียใจในอดีต ความผิดหวังที่ไม่ว่ายังไงก็ลืมไม่ได้สักที เนื้อหาในเล่มนี้จะช่วยเยียวยาความหนักอึ้งนั้นได้แน่นอน

ด้วยเนื้อหาจากประสบการณ์ตรงของผู้เขียนที่ไม่ใช่แค่การได้รับฟังเรื่องราวของผู้อื่น แต่หนังสือเล่มนี้ เป็นบทเรียนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริงในชีวิตผู้เขียน ผ่านการเรียบเรียงสู่คู่มือที่ช่วยให้เราได้เดินทางกลับสู่ก้นบึ้งของหัวใจเราอย่างแท้จริง นำเสนอผ่านบทกวีสั้นแสนลึกซึ้งสลับกับความเรียงที่อธิบายแนวคิดทางจิตวิทยาที่อธิบายว่าทำไมเราถึงเจ็บปวด ยึดติด และจะปลดปล่อยความรู้สึกทั้งหมดนั้นด้วยวิธีที่ผู้เขียนลงมือทำมาแล้วด้วยตนเอง ด้วย 3 แนวคิดสำคัญของเรื่องได้แก่

1.เผชิญหน้าและปลดปล่อยอดีต เพราะความเจ็บปวดส่วนใหญ่เกิดจากการที่เราพยายามวิ่งหนีความรู้สึกจากเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้น

2.ฝึกฝนความซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกและความเมตตาต่อตนเอง สองสิ่งนี้มีความสำคัญต่อสุขภาพจิตของเรามาก ในเล่มจึงเน้นย้ำว่าเป็นสิ่งที่เราควรฝึกฝนอย่างยิ่งเพราะจะช่วยตัดวงจรการรู้สึกผิดที่รู้สึก เปลี่ยนจากการเป็นคนตัดสินมาเป็นคนที่คอยเรียนรู้และทำความเข้าใจตัวเองมากขึ้น

3.สร้างวุฒิภาวะทางอารมณ์เพื่อชีวิตที่เบาสบาย คนที่สามารถสังเกตอารมณ์ของตัวเองได้คือคนที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์ เป็นการสร้างพื้นที่ว่างระหว่างสิ่งเร้ากับอารมณ์ของเราและตัดสินใจเลือกการตอบสนองที่ดีที่สุดได้

การฝึกสำรวจอารมณ์ตัวเองอย่างง่าย ๆ ที่เราอยากแนะนำเพิ่มเติมคือการเขียนนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็น diary หรือ journal ก็ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้ใช้สมาธิจดจ่อกับอารมณ์ของตัวเองอย่างแท้จริง ลองใช้เวลาสัก 30 นาทีในแต่ละวัน เลือกพื้นที่ที่เงียบสงบกับสมุด 1 เล่มและปากกาด้ามโปรดของเพื่อน ๆ เขียนลงไป ว่าในแต่ละวันมีอารมณ์ความรู้สึกอะไรที่มากระทบใจเราบ้าง และเราตอบสนองกับมันอย่างไร เขียนไปโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าลายมือจะสวยหรือไม่ การจัดหน้ากระดาษจะเรียบร้อยแค่ไหน แต่ให้โฟกัสไปกับการตั้งใจสังเกตอารมณ์ ความคิด ความรู้สึกของตัวเอง ลองทำติดต่อกันไปเรื่อย ๆ จนเป็นกิจวัตรประจำวัน รับรองได้เลยว่าเพื่อน ๆ จะเห็นผลลัพธ์ของสิ่งนี้อย่างชัดเจนแน่นอนเลย

เป็นอีกเล่มที่น่าสนใจและสามารถนำกลับมาอ่านซ้ำเพื่อย้ำเตือนตัวเองได้เรื่อย ๆ หากใครอยากอ่านหนังสือแนว how-to ที่ลักษณะการเล่าเรื่องต่างออกไปจากเล่มอื่น ๆ เล่มนี้เป็นตัวเลือกที่ดี เพราะอย่างที่ได้เล่าไปตอนต้นว่า นักเขียนมีการแทรกบทกวีและการเขียนเล่าที่ค่อนข้างเป็นรูปธรรมเลยทำให้เหมือนได้อ่านวรรณกรรมในรูปแบบของ how-to เลยล่ะค่ะ

สั่งซื้อ วิชาใจเบา

คลิก icon shop

ข้อคิดที่ได้จากหนังสือ

“การเยียวยาไม่ใช่การเติมเต็มชีวิตด้วยความพึงพอใจ และไม่ใช่การไม่เผชิญหน้ากับช่วงเวลายากลำบากอีกเลย แต่มันคือการเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเป็นจริงของชีวิต”

ตัวอย่างประโยคที่ชอบ

-ถ้าเราโอบรับความจริงของการเปลี่ยนแปลง เราจะปล่อยวางได้ง่ายขึ้น

-เราไม่อาจคาดหวังให้สิ่งใดอยู่ไปตลอดกาล โดยเฉพาะการคาดหวังให้มันคงอยู่เหมือนที่เป็นเช่นในปัจจุบัน

ก่อนจบบทความไป เราขอส่งกำลังใจให้กับทุกคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาชีวิต ไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ ไม่ว่าน้อยนิดหรือมหาศาล ให้สามารถก้าวผ่านทุกความปวดเฮดกลุ้มฮาร์ทไปได้ด้วยหัวใจที่เข้มแข็งและเชื่อมั่นในตัวเองนะคะ เพราะคนที่จะอยู่เคียงข้างร่วมทุกข์ร่วมสุขกับเราได้ตลอดรอดฝั่งเสมอก็คือตัวเราเอง อย่าลืมใจดีกับตัวเองเยอะ ๆ รู้จักปล่อยวางให้ได้มาก ๆ และอย่าลืมว่าการรู้จักปล่อยวางไม่ได้แปลว่าเราเป็นคนขี้ขลาด แต่คือการเลือกที่จะสร้างความสงบให้จิตใจของเราเองนะคะ แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้า สวัสดีค่า

มาเป็นชาว B2S CLUB ด้วยกันนะ สมัครสมาชิก
คลิกเลย!
Share
สั่งซื้อสินค้าออนไลน์ คลิกเลย! icon shop
  • Selfhelp Book,
  • ครอบครัวและเด็ก

ความคิดเห็น

5.0
กำหนดไฟล์รูป jpg, png, gif ขนาดไม่เกิน 5 MB เท่านั้น
เรื่องที่น่าสนใจอื่นๆ
เริ่มต้น Healthy Habit ปีใหม่ยังไง ให้ทำได้จริง
เริ่มต้น Healthy Habit ปีใหม่ยังไง ให้ทำได้จริง
รวมหนังสือล้วงลึกจิตใจ ค้นพบตัวตนที่ใช่ ตามแบบ Shadow Work
รวมหนังสือล้วงลึกจิตใจ ค้นพบตัวตนที่ใช่ ตามแบบ Shadow Work
เก็บเงินเพิ่มได้ในปี 2026 ด้วยเทคนิค Kakeibo
เก็บเงินเพิ่มได้ในปี 2026 ด้วยเทคนิค Kakeibo
อ่านดีมีแจก! Book Lover 2569  อ่านทุกเดือน รับ Book Stand สุด Exclusive!
อ่านดีมีแจก! Book Lover 2569 อ่านทุกเดือน รับ Book Stand สุด Exclusive!
ปี 2569 นี้ ตั้งเป้าอ่านหนังสือกี่เล่มดี มีเทคนิคทำได้จริงมาบอก!
ปี 2569 นี้ ตั้งเป้าอ่านหนังสือกี่เล่มดี มีเทคนิคทำได้จริงมาบอก!
ทำไมสีผมถึงหายไป ทั้งที่ยังไม่ได้แก่ ?
ทำไมสีผมถึงหายไป ทั้งที่ยังไม่ได้แก่ ?
ดูทั้งหมดview all promotion b2s

ต้องการยกเลิกการเป็นสมาชิก B2S Club

กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนดำเนินการต่อ

เข้าสู่ระบบสมาชิก

ต้องการยกเลิกโปรดติดต่อ

ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร

รับทราบข้อมูล

ยกเลิกการเป็นสมาชิก B2S Club

กรุณากรอกหมายเลขสมาชิก B2S Club ที่ท่านต้องการยกเลิก

ยืนยันหมายเลข

การยกเลิกสมาชิก B2S Club

จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่

  • หากท่านเพียงต้องการยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสารเท่านั้น กรุณาติดต่อ The1 โทร 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น.
  • หากท่านต้องการยกเลิกสมาชิก B2S Club และสิทธิประโยชน์ของสมาชิก กดยืนยัน
ยืนยัน
เปลี่ยนใจ

บัญชี B2S Club และสิทธิประโยชน์ทั้งหมด

ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน

เปลี่ยนใจ
  • Keyword
  • Parenting Book
  • Exam Book
  • Fiction
  • Selfhelp Book
  • Children Book
  • Mnaga/Comic
  • Art & Craft fo Kids
  • Art & Craft
  • Education Toy
  • Tutor
  • Self Development
  • หนังสือจิตวิทยา
  • ครอบครัวและเด็ก
  • นิยายวาย
  • หนังสือและการ์ตูนความรู้
  • BackToSchool

  • Homepage
  • Activity
  • Article
  • Book Review
  • Share your story
  • Member Benefits

  • Special offer
  • E-Catalog
  • New arrival
  • Bestseller
  • B2S online shopping

  • Contact us
  • FAQ
  • Cookie policy
  • Privacy policy
  • Terms and Conditions
  • Unsubscribe
  • Cancel Subscription
    B2S CLUB
  • Homepage
  • Activity
  • Article
  • Book review
  • Share your story
  • Member Benefits
    Shop online
  • Special offer
  • E-Catalog
  • New arrival
  • Bestseller
  • B2S online shopping
    About us
  • Contact us
  • FAQ
  • Cookie policy
  • Privacy policy
  • Terms and Conditions
  • Unsubscribe
  • Cancel Subscription

Subscribe for latest deals

b2sclub-facebook b2sclub-twitter b2sclub-instagram b2sclub-youtube b2sclub-line
  • Central Department Store
  • Robinson Department Store
  • Supersports
  • Central Marketing Group
  • Tops
  • Matsukiyo
  • GO Wholesale
  • Thaiwatsadu
  • BnB home
  • Auto1
  • Powerbuy
  • OfficeMate
  • B2S
  • MEB
  • Robinson Lifestyle
  • the1
  • gowow
  • petme
TOP

© 2021 B2S CLUB, All rights reserved. Web Design by 1001click.