เรื่องราวในโลกยุคอดีตของเมืองที่ถูกแบ่งออกเป็นชนชั้นบนและชนชั้นล่าง มีประชากรส่วนหนึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่มีชีวิตจิตใจแต่กลับถูกกดขี่ไม่ต่างจากเครื่องจักร และอาชีพนักนอนผู้ขายการนอนของตนเองให้ชนชั้นสูงได้เสพเพื่อความสดชื่นเรื่องราวในโลกยุคอดีตของเมืองที่ถูกแบ่งออกเป็นชนชั้นบนและชนชั้นล่าง มีประชากรส่วนหนึ่งเป็นหุ่นยนต์ที่มีชีวิตจิตใจแต่กลับถูกกดขี่ไม่ต่างจากเครื่องจักร และอาชีพนักนอนผู้ขายการนอนของตนเองให้ชนชั้นสูงได้เสพเพื่อความสดชื่น
จิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท
-
แพรวสำนักพิมพ์
286
นิยายไทย
245 baht
978-616-18-2894-3
vickytatiya
ยุคสมัยแห่งความสิ้นหวัง: แสงริบหรี่ที่ปลายอุโมงค์ของมนุษยชาติในยุคดิสโทเปีย “ยุคสมัยแห่งความสิ้นหวัง” เป็นนวนิยายที่มีฉากหลังเป็นโลกยุคอนาคตครั้งอดีตกาล แต่เมื่ออ่านแล้วกลับรู้สึกสะเทือนใจอย่างมากเมื่อพบว่า ทุกครั้งที่เงยหน้าจากหนังสือขึ้นมองสังคมทุกวันนี้ ก็รู้สึกได้ว่าโลกแห่งความเป็นจริงนั้นไม่แตกต่างอะไรจากในหนังสือเลย มิหนำซ้ำ ยังโหดร้ายและน่าหดหู่กว่าหลายเท่า คุณจิดานันท์ เหลืองเพียรสมุท เป็นผู้ที่สามารถเจาะประเด็นความเหลื่อมล้ำทางสังคมผ่านมิติอันหลากหลายของตัวละครได้อย่างแยบคาย โดยตัวละครตัวแรก “โจเอล” ผู้ประกอบอาชีพนักนอน เป็นตัวละครที่แสดงให้เห็นถึงความสิ้นหวังโดยแท้จริงของชนชั้นแรงงานที่ถูกละเลยโดยหน่วยงานรัฐและคนเบื้องบน พวกเขาไม่มีเงินทองร่ำรวยมากพอที่จะมีการศึกษาดี ๆ จึงทำให้ไร้วิชาชีพและทักษะใด ๆท่ารสามารถนำไปประกอบอาชีพได้ ประชากรนิวแองโกลล่างถือว่าการผันตัวมาเป็นนักนอนนั้นถือได้ว่าเป็นจุดต่ำสุดของการเป็นประชากรชั้นต่ำ เพราะนั่นถือเป็นการยอมรับว่าตัวคุณไม่มีคุณค่าหรือประโยชน์ใด ๆ ต่อสังคมอีกเลย จนต้องขายชั่วโมงการพักผ่อนของร่างกายตัวเองไปขายให้คนชั้นสูงได้เสพเพื่อความสดชื่นก็เท่านั้น ไม่ต่างอะไรกับการเอาชีวิตไปแลกกับเม็ดเงินของผู้ที่ร่ำรวยกว่า มิหนำซ้ำ เมื่อได้เป็นนักนอนแล้ว พวกเขาจะถูกจองจำเอาไว้ในสถานะนั้นตลอดชีวิต เนื่องจากเขาไม่สามารถหลับในตอนกลางคืนได้อีกต่อไป นาฬิกาชีวิตและสุขภาพที่พังไม่เป็นท่าทำให้นักนอนหลายคนต้องหันไปพึ่งยานอนหลับเพื่อพาตัวเองออกมาจากบ่วงของอาชีพนี้ให้ได้ แต่ราคายานอนหลับที่คนเบื้องบนตั้งเอาไว้อย่างสูงลิ่วกลับกักขังนักนอนไว้ในหลุมที่ไร้ทางเลือกนี้ ไม่ต่างอะไรจากโลกความเป็นจริงที่ชนชั้นล่างไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ ไม่ใช่เพราะพวกเขาไม่พยายาม แต่เป็นเพราะชนชั้นสูงจำเป็นต้องมีชนชั้นที่ต่ำกว่าตนเองเพื่อสูบผลประโยชน์และเหยียบย่ำต่อไป อย่างไรก็ตาม ที่อีกด้านหนึ่งของนิวแองโกลบนอันเป็นที่อยู่อาศัยของชนชั้นสูงกลับมีแสงสว่างแห่งความหวังที่ริบหรี่จาก “โอลิเวอร์” ขุนนางชั้นสูงที่อพยพมาจากประเทศอังกฤษ อย่างไรก็ตาม ดิฉันไม่ได้จะบอกว่าชนชั้นสูงคือความหวังแห่งมวลมนุษยชาติ แต่ต้องเป็นชนชั้นสูงที่เล็งเห็นความอยุติธรรมที่ชนชั้นล่างต้องประสบพบเจอต่างหากที่เป็นแสงสว่าง ณ ปลายอุโมงค์ แม้จะริบหรี่มาก (เพราะชนชั้นสูงส่วนใหญ่ในนิวแองโกลบนไม่สนใจคนที่ต่ำต้อยกว่าตนเอง) โอลิเวอร์เป็นหนึ่งคนที่รับรู้ถึงการมีอยู่ของปัญหาของชนชั้นล่างและอยากจะแก้ไขมัน แต่ด้วยความที่สังคมที่เขาอยู่อาศัยและคลุกคลีอยู่นั้น ไม่มีชนชั้นสูงคนใดเลยที่สนใจคนที่มีฐานะต่ำกว่า เขาจึงรู้สึกหมดหวังในมนุษชาติเป็นอย่างมาก นั่นจึงเป็นสาเหตุที่เขาชอบงานเขียนเรื่อง “ยุคสมัยแห่งความสิ้นหวัง” ที่เขียนโดยหญิงสาวที่หายตัวไปอย่างเป็นปริศนานามว่าอีธาน บอยล์ อย่างไรก็ตาม โอลิเวอร์ยังอยากที่จะให้ความช่วยเหลือชนชั้นล่างอยู่ เขาจึงยอมให้โจเอลหลอกและปอกลอกทรัพย์สินเงินทองและสุขภาพร่างกายของเขาได้อย่างเต็มที่ นอกจากโอลิเวอร์แล้ว “สแกนแลน” ก็ยังเป็นชนชั้นสูงอีกคนหนึ่งที่เป็นความหวังให้แก่ ไม่ใช่แค่มนุษย์ แต่ยังหมายรวมถึงแรงงานหุ่นยนต์ทั้งหลายอีกด้วย ส่วนหุ่นยนต์สาวรับใช้อย่าง “เมแกน” เป็นตัวแทนของเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายในโลกที่เต็มไปด้วยมนุษย์ผู้ไร้ซึ่งอารยธรรม ผู้สร้างหุ่นยนต์ดังเช่นเมแกนนั้น คือ “จีอา” ซึ่งเป็นนักวิทยาศาสตร์ที่มีความสามารถผลิตหุ่นยนต์ที่มีจิตใจ ความรู้ อารมณ์ และความรู้สึกดังเช่นมนุษย์ทุกประการ จีอาตั้งใจผลิตหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ขึ้นมาเพื่อดูแลโลกใบนี้ต่อไปหลังการสิ้นสุดของโลกที่ปกครองโดยมนุษย์เดินทางมาถึง แต่มนุษย์ที่ไร้ศีลธรรม กลับแบ่งแยกหุ่นยนต์ทั้งหลาย และกดพวกเขาลงไปต่ำเสียยิ่งกว่าชนชั้นล่าง เมื่อจีอาได้รู้ว่ามนุษย์มองหุ่นยนต์ที่มีชีวิตจิตใจเหล่านี้เป็นเพียงเครื่องจักรที่ถูกใช้งานอย่างหนัก เธอพยายามทำลายเครื่องจักรนั้น แต่ไม่อาจทนรับแรงคัดค้านจากเหล่านักลงทุนและชนชั้นสูงที่หวังจะสูบกินผลประโยชน์จากแรงงานหุ่นยนต์ได้ จีอาจึงเสียสติและหายตัวไป ไม่ต่างอะไรจากโลกแห่งความเป็นจริงที่การจะเป็นมนุษย์ผู้ยืนหยัดเคียงข้างความถูกต้อง—หากเป็นความถูกต้องที่ขัดกับผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจ—ก็ต้องเป็นฝ่ายที่ถูกทำให้แพ้อย่างไม่มีทางเลือก ส่วนผู้ที่เป็นเหยื่อของการแบ่งแยกนี้ ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากใช้ชีวิตด้วยความลำบากอยู่ใต้สุดของฐานปิระมิดนั้นเอง เมื่ออ่านจนจบ ดิฉันไม่แปลกใจเลยแม้แต่น้อยว่าทำไมจึงตั้งชื่อหนังสือเล่มนี้ว่า “ยุคสมัยแห่งความสิ้นหวัง” ความเห็นแก่ตัวและไร้ศีลธรรมที่ก่อเกิดในจิตใจมนุษย์ไม่ต่างอะไรจากเครื่องมือแห่งการทำลายล้างและกดขี่มวลมนุษย์ด้วยกันเอง แต่ผู้แต่งก็แสดงให้เห็นว่า ไม่ว่าอย่างไร ที่ปลายอุโมงค์จะมีแสงสว่างแห่งความหวังเสมอ เมื่อมีใครคนใดคนหนึ่งจุดแสงไฟแห่งความหวังนั้นขึ้นแล้ว เราทุกคนจงอย่าได้ลังเลที่จะเข้าไปเติมเชื้อเพลิงเพื่อให้ความหวังนั้นงอกเงยสืบต่อไป
05 ก.ค. 64
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน