ช่วยลูกรับมือกับปัญหาการกลั่นแกล้ง บูลลี่ (Bully)

โดย B2S , วันที่ 20 ก.พ. 64

Kids

ช่วยลูกรับมือกับปัญหาการกลั่นแกล้ง บูลลี่ (Bully)

.

Bully (บุลลี่) หรือการกลั่นแกล้ง เป็นคำที่เริ่มปรากฏตามสื่อต่าง ๆ มากขึ้น โดยเฉพาะกับเด็ก ๆ ที่มักถูกรังแกจากเพื่อนที่โรงเรียนหรือคนในครอบครัว เช่น พี่น้อง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพกายและจิตของเด็กที่ถูก Bully อาจทำให้เด็กเกลียดกลัวการไปโรงเรียน ไปจนถึงมีปัญหาในการเข้าสังคม ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้จึงเป็นเรื่องที่พ่อแม่ต้องหันกลับมาพิจารณาให้ดีว่าจะช่วยลูกให้สามารถรับมือกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างไร

มาดูกันว่าการ Bully คืออะไร



บุลลี่ (Bully) คือ พฤติกรรมก้าวร้าวซึ่งอาจเป็นการใช้กำลัง การพูดทำร้ายจิตใจ การกดดันทางสังคม หรือการปฏิบัติในทางลบ โดยคนหรือกลุ่มคนที่ได้เปรียบกระทำต่อผู้ที่เสียเปรียบหรืออ่อนแอกว่า จนผู้ถูกกระทำรู้สึกแย่ เจ็บปวดทางกายและใจ เกิดความเครียด สามารถแบ่งออกตามลักษณะความรุนแรงได้ดังต่อไปนี้


  • การใช้กำลังบังคับหรือทำร้ายร่างกาย เช่น หยิก ผลัก ตี เตะ ต่อย แย่งหรือข่มขู่เอาสิ่งของ ทำลายข้าวของของผู้ถูกรังแกให้เสียหาย สั่งให้ทำเรื่องที่ไม่อยากทำ เป็นต้น
  • การใช้คำพูดทำร้ายความรู้สึก เช่น ล้อเลียน ดูถูก ข่มขู่ วิพากษ์วิจารณ์ ใช้คำพูดล่วงละเมิดทางเพศ เป็นต้น


  • การกลั่นแกล้งทางสังคม เช่น กีดกันออกจากสังคมหรือห้ามคนอื่นเข้าใกล้เหยื่อ โดยอาจใช้การข่มขู่หรือเผยแพร่ข่าวลือในทางลบ เป็นต้น
  • การกลั่นแกล้งทางโซเชียล หรือ Cyberbullying ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ เช่น เฟซบุ๊ก ไลน์ ทวิตเตอร์ อินสตาแกรม อีเมล เป็นต้น เป็นการกลั่นแกล้งที่ทำได้ง่ายและมักไม่เปิดเผยตัวผู้ทำ 

ทำไมจึงเกิดการกลั่นแกล้งหรือบูลลี่คนอื่น



ส่วนมากเด็กที่ไปบูลลี่คนอื่นนั้นเป็นเพราะ

  • เด็กรู้สึกขาดหรือมีแรงจูงใจบางอย่าง เช่น ขาดความรักความผูกพันในครอบครัว รู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รับความรักเพียงยงพอ จึงแสดงออกในลักษณะที่แข็งแกร่งภายนอก เช่น แสดงตัวเป็นหัวโจกบูลลี่คนอื่นเพื่อแสดงออกว่าเหนือกว่าคนอื่น
  • เด็กถูกเลี้ยงดูโดยไม่ได้รับการปลูกฝังว่าความแตกต่างเป็นเรื่องที่ยอมรับได้ แต่โตมากับความคิดที่ว่าถ้าแตกต่างแปลว่าไม่ดี เมื่อมาเจอคนที่แตกต่างจึงไม่ยอมรับ และอาจชักชวนให้กลุ่มเพื่อนไม่ยอมรับเพื่อนคนนี้ไปด้วย ถือเป็นการกลั่นแกล้งในรูปแบบหนึ่ง

จะช่วยเด็กจากการถูก Bully ได้อย่างไร


แนวทางที่พ่อแม่จะช่วยปกป้องลูกไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการ Bully มีดังนี้

  • สังเกตสัญญาณที่แสดงออกทางกายและอารมณ์ความรู้สึก หากลูกยังเล็กและไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง พ่อแม่สามารถสังเกตว่าลูกถูกกลั่นแกล้งโดยดูได้จากการที่ลูกบอกว่าทำของหายบ่อย ๆ รวมทั้งอาจจะมีร่างกายที่บอบช้ำ หรือมีบาดแผลตามตัวโดยบอกสาเหตุไม่ได้ ลูกมีเพื่อนน้อย หรืออยู่ ๆ ก็มีเพื่อนน้อยลง ลูกเครียด หงุดหงิด วิตกกังวล นอนไม่หลับ หลีกเลี่ยงการเข้าสังคม ไม่อยากไปโรงเรียน เป็นต้น
  • พูดคุยกับลูกอย่างตรงไปตรงมา ลองพูดคุยและเล่าประสบการณ์การถูกแกล้งให้ลูกฟัง หากลูกกล้าพูดออกมาว่าโดนแกล้ง ให้ชื่นชมในความกล้าหาญเพื่อฟื้นฟูจิตใจ แล้วปรึกษากับทางโรงเรียนถึงการจัดการอย่างจริงจัง

  • ช่วยให้ลูกรู้สึกดีกับตัวเอง อาจเริ่มจากการให้ลูกรู้จักดูแลตัวเอง รักษาความสะอาดของร่างกาย ออกกำลังกาย รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เพราะความมั่นใจและการเห็นคุณค่าในตัวเองจะทำให้ลูกสามารถเผชิญหน้ากับการถูก Bully ได้
  • บอกให้ลูกอยู่เป็นกลุ่ม การอยู่คนเดียวจะเพิ่มความเสี่ยงให้โดนแกล้ง รวมทั้งต้องสอนให้บอกให้ผู้ใหญ่รับรู้เสมอเมื่อถูกกลั่นแกล้งหรือเห็นการกลั่นแกล้งในโรงเรียน
  • สอนให้ลูกรับมืออย่างกล้าหาญและใจเย็น ควรสอนให้ลูกกล้าเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย เพื่อแสดงให้เห็นว่าลูกไม่ใช่เหยื่อ ไม่ต้องสนใจสิ่งที่ผู้กลั่นแกล้งทำหรือพูด แล้วบอกให้อีกฝ่ายหยุดทำด้วยท่าทีที่เรียบๆ แล้วเดินออกมาจากตรงนั้น แต่ห้ามใช้กำลังหรืออารมณ์ตอบโต้ เพราะนอกจากจะเป็นอันตรายแล้ว ยิ่งทำให้เรื่องบานปลายได้
  • พูดคุยกับพ่อแม่ของเด็กที่เป็นผู้กลั่นแกล้งเพื่อให้รัรู้ปัญหาและหาแนวทางจัดการ โดยอาจนัดพูดคุยที่โรงเรียนพร้อมกับครูประจำชั้น เพื่อหาวิธีรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นไปพร้อม ๆ กันหลาย ๆ ฝ่าย


© 2020 B2S Club, All rights reserved. Web design by 1001CLICK.