ในปัจจุบันที่สื่อโซเชียลแพร่หลายไม่รู้จบไม่ว่าจะเด็กหรือผู้ใหญ่ก็เสพติดมันได้อย่างง่ายดาย จับมือถือเข้าหน่อยเป็นอันต้องไถฟีดหรือดูคลิปสั้นวนไปทั้งวัน ซึ่งสิ่งนี้เองกำลังทำให้คนไทยกลายเป็นโรคสมาธิสั้น (ADHD) กันเพิ่มมากขึ้นแบบไม่รู้ตัว B2S Club เลยอยากชวนทุกคนมาทำกิจกรรมฝึกสมาธิอย่าง Mindfulness activities ที่จะช่วยฝึกจิตใจให้อยู่กับปัจจุบันขณะ และทำให้สมองโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้นานมากขึ้น ก่อนอื่นเตรียมโยนโทรศัพท์ทิ้งไปและมาเริ่มทำกิจกรรมกันเลยดีกว่า~!
หลายคนคงเคยเห็นเทรนด์นี้ผ่านตากันมาบ้าง เพราะมีอินฟลูหลายคนให้ความสนใจเทรนด์ที่สุดจะเรียบง่ายแต่ทำได้ยากนี้ หากแค่ฟังอาจจะคิดว่าแค่การนั่งอยู่เฉยๆ วันละหนึ่งชั่วโมง มันจะลำบากยากเย็นอะไรหนอ แต่เพราะมันเป็นการนั่งเฉยๆ แบบของจริงที่ห้ามหลับ ห้ามจับมือถือ ห้ามพูดคุย ห้ามฟังเพลง ห้ามอ่านหนังสือ ห้ามเล่นเกม สิ่งที่ทำได้มีเพียงการนั่งอยู่กับตัวเองเท่านั้น อยู่กับความคิดของตัวเอง ที่อาจจะต้องเผชิญความเบื่อทุก 5 วินาที มันเลยยากสุดๆ ยังไงเล่า!
กิจกรรมนี้จึงใช้ฝึกสมาธิให้กับทุกคนได้เป็นอย่างดี เพราะจะฝึกให้เราเผชิญหน้ากับความน่าเบื่อตรงหน้าแบบไร้หนทางหนี ฝึกที่จะไม่โต้ตอบกับความคิดต่างๆ ที่แล่นผ่านเข้ามาในหัวในชั่วขณะนั้น แต่ให้โฟกัสเพียงแค่ปัจจุบันขณะว่าเรากำลังนั่งเฉยๆ เท่านั้นเอง ใครอยากเพิ่มสมาธิก็ไปตามเทรนด์นี้กันด่วนๆ เลยนะ!
Brain Dump Journal คือการบำบัดด้วยการเขียนอย่างหนึ่ง เป็นเทคนิคที่ช่วยให้จัดระเบียบความคิดและข้อมูลในสมอง โดยเขียนสิ่งที่คิด ณ ขณะนั้นลงบนกระดาษโดยไม่ต้องปรุงแต่งใดๆ เหมือนกับกำลังเทสิ่งที่คิดในสมองตอนนั้นออกมาแบบโต้งๆ ซึ่งเป็นวิธีที่เหมาะมากในการหาไอเดีย หาต้นตอของปัญหา หรือจะใช้ระบายความรู้สึกลบๆ ที่ไม่สามารถสลัดออกไปจากหัวก็ได้เช่นกัน เพราะการเขียนออกมาเป็นตัวหนังสือจะทำให้เห็นความรู้สึกที่อยู่ข้างในได้ชัดเจนขึ้นนั่นเอง
วิธีการเขียน Brain Dump Journal นั้นไม่ยุ่งยากเลย แค่หากระดาษกับปากกา และเขียนความคิด ณ ตอนนั้นออกมาให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ พร้อมกับลงน้ำหนักปากกาตามอารมณ์ความรู้สึกตอนนั้นของเราได้เลย โดยไม่ต้องสนว่าจะไม่สวยหรืออ่านไม่ออก แค่ไล่ตามความคิดของเราให้ทันก็พอ ให้เขียนจนกว่าจะรู้สึกโล่งใจเหมือนได้ชะล้างความรู้สึกลบๆ จากนั้นอาจจะใช้วิธีการขยำกระดาษทิ้ง หรือสามารถตบท้ายด้วยการเขียนเรื่องที่ positive เพื่อให้กำลังใจตัวเราเองก็ได้เช่นกัน
เมื่อได้ขจัดความคิดที่ไม่สบอารมณ์และทำให้เราว่อกแว่กทิ้งไปแล้ว ย่อมเหลือแต่ความรู้สึกที่โล่งสบาย ทำให้เรากลับมาโฟกัสกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ดีขึ้น วิธีนี้จึงเหมาะมากที่จะใช้ฝึกเพื่อเพิ่มสมาธิในชีวิตประจำวัน
ขอบคุณรูปภาพจากผู้ใช้ Tiktok @realpangk
https://vt.tiktok.com/ZSHH58wjW/
การใช้ชีวิตในปัจจุบันที่เต็มไปด้วยความเร่งรีบ เพราะต้องทำทุกวินาทีให้ productive นั้น ทำให้คนเราลืมที่จะสังเกตสิ่งรอบตัวให้ละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งการขาดทักษะในการพินิจพิเคราะห์สิ่งที่อยู่ตรงหน้าบ่อยครั้ง จะทำให้เรากลายเป็นคนที่โฟกัสอะไรไม่ได้เลย และนำไปสู่อาการสมาธิสั้นได้ หากเริ่มต้นด้วยการเดินให้ช้าลงสักนิด และเพิ่มการสังเกตสิ่งรอบตัวให้พิถีพิถันมากขึ้น ไม่ว่าจะสี กลิ่น เสียง ผิวสัมผัสที่รับรู้ได้ในตอนนั้น ก็จะทำให้เรารู้เท่าทันความคิดและอารมณ์ความรู้สึกของตัวเอง และจดจ่อกับปัจจุบันได้อย่างเต็มที่ ขณะเดินทางไปทำงานตอนเช้าก็ลองเพิ่มกิจกรรมสนุกๆ ช่วยเพิ่มโฟกัสอย่างการตามหาวงกลมในสิ่งของที่พบเห็นรอบตัวให้ได้สัก 100 วงต่อวัน ก็จะช่วยขัดเกลาประสาทสัมผัสและเพิ่มสมาธิให้เฉียบคมขึ้นได้นะ~
มาลองฝึกเพิ่มสมาธิให้มากขึ้นด้วยการให้ก้อนหินนำทางกันเถอะ! แค่เริ่มจากการหาก้อนหินที่ถูกใจมาหนึ่งก้อน และใช้มือสัมผัสมันให้ละเอียดว่าหินก้อนนั้นมีขนาดเล็กหรือใหญ่ โดยอาจลองกำหินนั้นไว้ในฝ่ามือ รูปร่างของหินนี้กลมมนหรือมีเหลี่ยมมากเท่าใด สัมผัสที่จับมันเรียบเนียนหรือขรุขระ เมื่อลองพินิจพิเคราะห์ดูแล้วก็ให้วางหินก้อนนั้นลงบนกระดาษ แล้วใช้ปากกาดันหินนั้นให้มันนำทางไปจนเกิดเป็นเส้นและรูปร่างต่างๆ อย่างปราศจากการควบคุม เมื่อเส้นตัดกันจนเกิดเป็นรูปร่างขึ้นก็ให้เราทำการระบายสีลงไป ก็จะได้ออกมาเป็นภาพวาดที่สร้างขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติโดยใช้แค่หินเพียงก้อนเดียวนำทางนั่นเอง
ประโยชน์ที่ได้จากกิจกรรมนี้นั้น เป็นเรื่องของการฝึกจิตใจให้จดจ่ออยู่กับปัจจุบัน ขณะที่กำก้อนหินเราก็ได้สังเกตลักษณะต่างๆ ของมัน ณ ขณะนั้นจริงๆ โดยไม่มีสิ่งอื่นมารบกวน และเมื่อเริ่มวาดรูปโดยใช้ก้อนหินนำทางก็เป็นการฝึกให้คุ้นชินกับสถานการณ์ที่ไม่อาจควบคุมได้ เป็นการปล่อยใจให้โล่งสบายโดยไม่ต้องพยายามนำความคิดใดๆ เข้าไปแทรกแซง ซึ่งจะช่วยเรื่องการจัดการกับความคิดอันยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นในหัวที่จะมาขัดขวางการมีสมาธิจดจ่อของเราได้
ขอบคุณรูปภาพจากผู้ใช้ Tiktok @mytherapybinder
https://vt.tiktok.com/ZSHH52rNU/
ใครที่ชอบทำเล็บเป็นชีวิตจิตใจ และไม่อยากกลายเป็นคนสมาธิสั้นมาลองวิธีนี้ดูกันเถอะ! แทนที่จะไปทำที่ร้านลองมาทาเล็บกันเองดูไหม เพราะนอกจากจะประหยัดเงินแล้ว การทาเล็บยังเป็นกิจกรรมที่ฝึกสมาธิได้อย่างน่าเหลือเชื่อ! เพราะขณะทาเราจะต้องจดจ่อไม่ให้ยาทาที่ป้ายลงไปเกินขอบเล็บของเราจนเปื้อนนิ้ว เราจะค่อยๆ บรรจงจรดฝีแปรงลงไปให้สีออกมาเสมอกันและสวยงามที่สุด การจดจ่อซ้ำๆ แบบนี้จนครบสิบนิ้ว หรือยี่สิบนิ้วย่อมช่วยฝึกสมาธิได้อย่างแน่นอน หรือหากเดือนหนึ่งชอบเปลี่ยนสีบ่อย ก็จะได้ฝึกมากยิ่งขึ้นอีก จะเห็นว่าแค่ทาเล็บก็เพิ่มสมาธิให้เราได้ง่ายๆ เพราะสุดท้ายเราก็อยากได้เล็บที่ออกมาสวยปังที่สุดยังไงล่ะ!
ไหนใครอยากลองทำกิจกรรมเพิ่มสมาธิอันไหนกันบ้าง~ ทั้ง 5 กิจกรรมเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ง่ายๆ ในชีวิตประจำวันเลยน้า แค่ให้เวลาตัวเองวันละหนึ่งชั่วโมงก็เพียงพอที่จะฝึกให้เรากลายเป็นคนที่มีสมาธิจดจ่อกับอะไรนานๆ ได้แล้ว แน่นอนว่ากิจกรรมเหล่านี้ต้องทำไปควบคู่กับการเล่นมือถือและใช้เวลาอยู่กับโลกโซเชียลให้น้อยลงด้วยนะ โดยอาจจะเริ่มจากการโซเชียลดีท็อกซ์สักหนึ่งวันต่อสัปดาห์ หรือจำกัดระยะเวลาการเล่นมือถืออย่างเคร่งครัด ก็จะช่วยให้เราห่างไกลจากอาการสมาธิสั้นได้แล้วล่ะ~!
ใครอยากหาวิธีรับมือกับอาการสมาธิสั้นเพิ่มเติม ที่ B2S มีหนังสือความรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยนะ
ฝึกสมาธิด้วยเล่มนี้ คลิก
สมาธิสั้นหายได้ไม่ยาก คลิก
ให้คุณพ่อคุณแม่รับมือเด็กสมาธิสั้น คลิก
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน