ภาพจำของหน้าร้อนมักจะเป็นท้องฟ้าสีคราม เสียงคลื่น และการพักผ่อนที่แสนสงบ แต่สำหรับคอนิยายสืบสวนแบบเราๆ หน้าร้อนคือฉากหลังสุดเพอร์เฟกต์ของคดีปริศนาที่คาดไม่ถึง เพราะท่ามกลางฝูงชนที่กำลังรื่นเริงและเสียงหัวเราะริมหาด รวมถึงช่วงวันแห่งการพักผ่อนหย่อนใจ ใครจะรู้ว่าหยดน้ำที่ไหลผ่านผิวหนังอาจไม่ใช่เหงื่อจากความร้อน แต่มันคือหยดเลือดจากรอยแค้นที่ซ่อนอยู่ภายใต้แสงตะวัน
เกริ่นบทความมาแบบนี้ ก็ไม่ขอพูดพร่ำทำเพลง วันนี้เราจะพาเพื่อนๆ ไปอ่านรีวิวป้ายยาหนังสือสืบสวนสอบสวนที่มีฉากหลังเป็นฤดูร้อน ขอเตือนว่าอย่าเพิ่งปักใจไปว่าความสยองของนิยายสืบสวนจะจำกัดอยู่แค่ห้องที่มืดสลัวหรือท้องถนนที่ฝนตกพรำเท่านั้น ลองอ่าน 6 เล่มที่เลือกมาป้ายยาดูก่อน รับรองว่าทั้งร้อน ทั้งหลอน อ่านสนุกจนวางหนังสือไม่ลงเลยทีเดียว
ถ้าพร้อมแล้วเปิดแอร์เย็นๆ แล้วไปอ่านรีวิวกันได้เลย
จุดเริ่มต้นของเรื่องนี้เกิดจากคำเชิญปริศนาที่ อาซาฮินะ โคซาคุ นักเขียนนิยายสืบสวนชื่อดัง ได้รับคำเชิญจาก โยชิโนบุ เจ้าของคฤหาสน์หรูบนภูเขาโยชิโนะ ให้มาร่วมงานเลี้ยงชมดอกซากุระยามค่ำคืน เดิมทีคฤหาสน์แห่งนี้มีประวัติอันน่าสลดใจ คือเมื่อ 16 ปีก่อน ภรรยาของโยชิโนบุได้ผูกคอที่ต้นซากุระในสวน ซึ่งเป็นต้นเดียวกับที่ทุกคนกำลังนั่งชมดอกไม้กันอยู่ อาซาฮินะจึงเริ่มนึกเคลือบแคลงสงสัยในพฤติกรรมแปลกๆ ของเจ้าบ้าน
หลังจากนั้นมีจดหมายขู่ส่งมาเตือนว่า หากองค์ประกอบทั้งสาม คือ หิมะ จันทรา และบุปผา ปรากฏขึ้นพร้อมกัน จะเกิดโศกนาฏกรรมขึ้นกับบุตรสาวทั้งสามคนของโยชิโนบุ ได้แก่ ยูกิเอะ, สึกิเอะ และฮานาเอะ
ต่อมาในคืนฤดูใบไม้ผลิที่เกิดพายุหิมะหลงฤดู ทำให้เกิดทัศนียภาพที่รวมทั้งหิมะและดอกไม้ไว้ด้วยกัน คดีฆาตกรรมจึงเริ่มต้นขึ้น ลูกสาวคนหนึ่งถูกพบเป็นศพในสภาพที่ดูเหมือนห้องปิดตายกลางหิมะ เพราะรอบๆ ศพไม่มีรอยเท้าใครเลยนอกจากรอยเท้าของผู้ตายเอง ซึ่งเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้
สุดท้ายแล้วคนร้ายจะเป็นใครและสาเหตุที่ก่อคดีจะมาจากอะไร สามารถติดตามหาคำตอบได้ในเล่มค่ะ
สำหรับหนังสือเล่มนี้ เป็นนิยายสืบสวนสอบสวนแนว Honkaku (สืบสวนดั้งเดิม) ที่เน้นการไขปริศนาที่เป็นไปไม่ได้ ในบรรยากาศญี่ปุ่นย้อนยุคที่ดูขลังและน่ากลัว ผลงานของ โยชิมุระ ทัตสึยะ และเป็นลำดับที่ 6 ในชุดนิยายมรดกโลกของญี่ปุ่น โดยสำนักพิมพ์ Hummingbooks เรื่องราวในเล่มจะค่อยๆ เปิดเผยความมืดมนในจิตใจของคนในตระกูลอิซึทสึยะ และอาถรรพ์ของต้นซากุระที่ผูกโยงกับความตาย ใครชอบอ่านแนวนี้ต้องถูกใจ และที่สำคัญจะต้องอ้าปากค้างเมื่อเรื่องเฉลยตัวคนร้ายแน่นอนค่ะ
นวนิยายสืบสวนสอบสวนระดับคลาสสิกผลงานของ อกาธา คริสตี้ ที่มีตัวละครหลักเป็นนักสืบผู้โด่งดัง แอร์กูล ปัวโรต์
เหตุการณ์ในเล่ม เกิดขึ้นที่โรงแรมบนเกาะจอลลี สถานที่พักร้อนอันเงียบสงบ แต่บรรยากาศกลับกลายเป็นตึงเครียดขึ้นมา เมื่อ อาร์ลีนา สจ๊วร์ต ภรรยาสาวพราวเสน่ห์ที่มีนิสัยชอบโปรยเสน่ห์ใส่ชายหนุ่ม ถูกพบเป็นศพบนชายหาดร้าง เมื่อสืบสาวราวเรื่อง พบว่าแขกในโรงแรมหลายคน ต่างมีเหตุผลที่อาจจะอยากกำจัดเธอ ไม่ว่าจะเป็นความหึงหวง ความแค้น หรือความลับที่ซ่อนอยู่
ความน่าสนใจของคดีนี้คือผู้ต้องสงสัยเกือบทุกคนต่างมีพยานที่อยู่ที่แน่นหนาจนแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะลงมือฆ่า ทำให้ แอร์กูล ปัวโรต์ ต้องใช้ไหวพริบและการสังเกตรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเปิดโปงแผนการฆาตกรรมที่แยบยลภายใต้แสงแดดจ้าที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรปิดบังได้นั่นเอง
หากว่าใครเคยอ่านงานเขียนของอกาธามาก่อนแต่ยังไม่เคยอ่านเล่มนี้ ขอบอกเลยว่าพลาดไม่ได้ ส่วนใครที่ยังไม่เคยลองลิ้มชิมรสชาติฝีมือการเขียนเรื่องสืบสวนระดับตำนาน ก็ขอป้ายยาว่าสามารถเริ่มอ่านที่เล่มนี้ได้เลย
นิยายแนวสืบสวนสอบสวนที่ไม่ได้เน้นแค่การหาคนร้าย แต่ยังเล่าเรื่องราวสะท้อนถึงความสัมพันธ์ มิตรภาพ และปมปัญหาในครอบครัว
เรื่องเริ่มจากมีการขุดพบโครงกระดูกเด็ก ในพื้นที่ร้างซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของ "โรงเรียนแห่งอนาคต" (ลัทธิที่เน้นการเลี้ยงเด็กแบบตัดขาดจากโลกภายนอกและพ่อแม่) เรื่องนี้ส่งผลให้ โนริโกะ ทนายความสาวผู้เคยเข้าค่ายที่นี่ตอนเด็ก จึงต้องกลับไปเผชิญหน้ากับความทรงจำที่เธอพยายามลืมมาตลอด
สมัยเด็ก โนริโกะสนิทกับ มิกะ เด็กหญิงที่อาศัยอยู่ในลัทธินั้นอย่างถาวร ทั้งคู่สัญญากันว่าจะเจอกันทุกหน้าร้อน แต่แล้วจู่ๆ มิกะก็หายตัวไปอย่างลึกลับ ทิ้งไว้เพียงปริศนาและความรู้สึกผิดในใจของโนริโกะมาตลอดหลายสิบปี
เมื่อเรื่องโครงกระดูกปริศนากลายเป็นข่าวดัง ทำให้โนริโกะตัดสินใจร่วมมือกับอดีตเด็กที่เคยอยู่ในลัทธิเพื่อตามหาว่าโครงกระดูกนั้นคือใคร และเกิดอะไรขึ้นกับเพื่อนสมัยเด็กที่ชื่อมิกะกันแน่ ซึ่งการสืบสวนทำให้เห็นความดำมืดของลัทธิที่อ้างว่าทำเพื่อเด็ก แต่กลับสร้างบาดแผลทางใจและความแปลกแยกให้พวกเขา และความปรารถนาดีของผู้ใหญ่ บางครั้งก็เป็นอาวุธที่ทำร้ายเด็กได้เจ็บปวดที่สุดเช่นกัน
นิยายสืบสวนสอบสวนสัญชาติญี่ปุ่นที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานคลาสสิก จนศพสุดท้าย นักเขียนนิยายสืบสวนระดับตำนาน อกาธา คริสตี้ นั่นเอง
เรื่องราวเริ่มต้นจากตัวเอกเดินทางไปยังเกาะอาดาชิมะ ซึ่งเป็นเกาะที่ห่างไกล ไร้ไฟฟ้า และไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ต เพื่อลงมือแก้แค้นคน 7 คน ที่เคยทำผิดต่อเขาในอดีต แต่กลับต้องพบกับความผิดพลาด เมื่อไปถึงเกาะและยังไม่ทันได้เริ่มลงมือตามแผน กลับมีคนถูกฆ่าตายเสียก่อน ที่สยองยิ่งกว่านั้นคือศพที่พบถูกตัดลิ้น ทำให้ตัวเอกที่ควรจะเป็นฆาตกรจึงตกอยู่ในสภาวะสับสนและหวาดระแวง เพราะศพที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั้นไม่ใช่ฝีมือของเขา แต่เป็นฆาตกรนิรนามอีกคนที่ซ้อนแผนล้างแค้นนี้อยู่ ยังไม่จบแค่นั้น การล้างแค้นครั้งนี้มีมีกฎเหล็กที่น่าขนลุกคือ ใครที่เป็นผู้พบศพเป็นคนแรก จะต้องกลายเป็นเหยื่อรายต่อไป
เป็นนิยายที่นำเสนอในรูปแบบ Locked Room Mystery หรือปริศนาห้องปิดตาย บวกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นท่ามกลางบรรยากาศความมืดมิดและฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนตัวเอก นำไปสู่บทสรุปของห่วงโซ่อาฆาตที่คนอ่านแบบเราคาดไม่ถึงกันเลยทีเดียว ใครชอบอ่านเรื่องบรรยากาศที่บีบคั้นและความระทึกขวัญของการถูกล่าในสถานที่ปิดตายต้องเล่มนี้เลยค่ะ
นิยายแปลจีนแนวผจญภัย ขุดสุสาน และสืบสวนสอบสวน เขียนโดย หนานไพ่ซานซู ซึ่งเป็นภาคต่ออย่างเป็นทางการของซีรีส์ชื่อดังอย่าง บันทึกจอมโจรแห่งสุสาน
เรื่องราวเริ่มต้นจากภาพถ่ายทะเลทรายอันลึกลับชุดหนึ่งที่ดึงดูดให้ อู๋เสีย (ตัวเอกจากภาคหลัก) ต้องออกเดินทางลึกเข้าไปในทะเลทรายอีกครั้งเพื่อสืบหาสุสานโบราณที่ไม่ธรรมดา
เล่มนี้จะโฟกัสไปที่ หลีชู่ เด็กหนุ่มดวงตกที่ถูกคนแปลกหน้ากรีดลวดลายปริศนาลงบนแผ่นหลัง ถูกอู๋เสียบังคับพาตัวไปร่วมเดินทางสู่ใจกลางทะเลทรายลี้ลับที่ชื่อว่า "กู่ถงจิง" หรือที่รู้จักกันในนามป่าแห่งความตาย เป็นสุสานที่ไม่มีใครรอดกลับมาได้ และเคยเป็นที่ตั้งของโครงการลับทางทหารที่มีความเกี่ยวพันกับปริศนาอายุพันปีของตระกูลจาง
พวกเขาต้องเผชิญกับปรากฏการณ์ประหลาด เช่น ทะเลสาบบกที่เคลื่อนที่ได้ในตำนาน ซากสถานของโครงการลับที่ถูกสร้างขึ้นตามแบบแปลนโบราณเมื่อพันปีก่อน และศพจำนวนมหาศาลที่ถูกซ่อนอยู่ใต้รถบรรทุก เรียกว่าผจญภัยกันแบบครบรสเลยทีเดียว
นอกจากความสนุกในแบบของนิยายแล้ว หนังสือภาคนี้ยังถูกนำไปสร้างเป็นซีรีส์ชื่อ "Sands Sea" ซึ่งได้รับความนิยมและสนุกไม่แพ้รูปแบบนิยายเลยค่ะ
เขียนโดย เมริ เอจิ ซึ่งเป็นเชฟเจ้าของร้านอาหารญี่ปุ่นชื่อดังที่หันมาเขียนนิยายสืบสวน เป็นนิยายแนว Cozy Mystery ที่นำเสนอเรื่องราวการไขปริศนาผ่านเมนูอาหารทะเลหลากหลายชนิด โดยมีฉากหลังเป็นร้านอาหารและร้านขายปลา
เรื่องราวเล่าผ่าน โคตะ พนักงานเสิร์ฟหน้าใหม่ของร้านอาหาร อามากุระ และ นามิ ลูกสาวเจ้าของร้านขายปลาสดอุมิฮาระ ผู้มีความรู้เรื่องวัตถุดิบปลาทะเลอย่างลึกซึ้ง ทั้งคู่ต้องร่วมกันไขปริศนาที่ลูกค้าหรือคนรอบข้างนำมาทิ้งไว้ในแต่ละเมนู
นิยายประกอบด้วยตอนสั้นๆ ที่มีวัตถุดิบอาหารทะเลเป็นหัวใจของปริศนา เช่น
จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้ที่เราชอบ คือความสมจริงของการบรรยายถึงวัตถุดิบ เนื่องจากผู้เขียนเป็นเชฟ ข้อมูลเกี่ยวกับปลาและอาหารทะเลจึงมีความละเอียดและถูกต้อง ทำให้ผู้อ่านได้ความรู้เรื่องอาหารไปพร้อมกับการสืบสวน อีกทั้งยังเป็นเรื่องแนวสืบสวนที่ไม่มีความรุนแรง เน้นการหักมุมที่ละเมียดละไมและอบอวลด้วยกลิ่นอายท้องทะเล
เราหวังอย่างยิ่งว่าหนังสือที่เลือกมาป้ายยาในบทความนี้ จะทำให้หน้าร้อนของเพื่อนๆ ระทึกใจขึ้น มันส์จนลืมไปเลยว่าอุณหภูมิข้างนอกของประเทศไทยร้อนแค่ไหน หากลองอ่านเล่มไหนแล้วถูกใจอย่าลืมกลับมาเล่าให้เราอ่านได้ที่ช่อง comment ใต้บทความนะคะ
ฝ่ายบริการสมาชิก The 1 หรือ The1 Call Center
ที่หมายเลข 02-660-1000 ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 9.00 น. จนถึง 22.00 น. เพื่อแจ้งความประสงค์ขอยกเลิกการรับข้อมูลข่าวสาร
จะมีผลให้ส่วนลด พลังสะสมหรือสิทธิประโยชน์อื่นๆ ที่ได้รับจะถูกยกเลิกในทันที และหากท่านกลับมาสมัครใหม่ในภายหลังจะถือเป็นสมาชิกใหม่
ของท่านจะถูกยกเลิกทันที หลังจากท่านกดยืนยัน