สวัสดีค่าเพื่อน ๆ ชาวคลับ กลับมาพบกันบทความนี้ เราขอเอาใจนักอ่านมือใหม่หรือคนที่อยากอ่านหนังสือแต่มีเวลาว่างน้อย ด้วยหนังสือความยาวประมาณสองร้อยหน้า แต่รับรองว่าเป็นหนังสือเล่มบาง ๆ ที่อัดแน่นไปด้วยคุณภาพแน่นอน
ขอแชร์ประสบการณ์ตรงของเราให้เพื่อน ๆ ฟังสักนิดว่า ช่วงแรกที่เริ่มอ่านหนังสือ เราก็ใช้เทคนิคการเลือกอ่านหนังสือเล่มที่มีความหนาไม่เกินสองร้อยห้าสิบถึงสามร้อยหน้าที่มีความย่อยง่าย เพราะเวลาที่เราอ่านหนังสือจบเล่ม ทำให้เรามีกำลังใจและรู้สึกว่าเราเก่งมากที่สามารถอ่านหนังสือได้จบเล่มนั่นเอง และเมื่อเราสามารถอ่านหนังสือเล่มบาง ๆ ได้สำเร็จ การอ่านหนังสือที่มีความหนามากขึ้นก็ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป เป็นการฝึกนิสัยรักการอ่านได้อย่างดีมากอีกวิธีนึงเลยค่ะ
ถ้าเพื่อน ๆ พร้อมที่จะโดนป้ายยาแล้ว ไปอ่านรีวิวกันได้เลยค่า
เริ่มเล่มแรกกับหนังสือฮีลใจ ผลงานของนักเขียนนามปากกา “Whenimfeeeling” ที่มักจะเห็นติดอันดับขายดีในร้านหนังสือและเป็นเล่มแรก ๆ ที่หลายคนเลือกจะหยิบมาอ่านเมื่อกำลังมองหาหนังสือฮีลใจ ในเล่มเค้าจะแบ่งเป็นทั้งหมด 5 หมวดด้วยกัน โดยเนื้อหามุ่งเน้นให้ผู้อ่านรักและเห็นคุณค่าของตัวเอง มีความสุขกับชีวิตที่แสนธรรมดาแต่ล้ำค่า การันตีเลยว่าความเรียงเล่มจิ๋วนี้จะช่วยปลอบโยนและอ่านเพลินจนเพื่อน ๆ ตกหลุมรักหนังสือเล่มนี้แน่นอนค่ะ
หนังสือความเรียงอีกเล่มที่ภาพประกอบน่ารักสดใส ชวนให้เปิดอ่าน concept ของเล่มนี้เค้าจะเปรียบความฝันเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ของดอกทานตะวัน ที่ต้องได้รับการดูแลเอาใจใส่ เหมือนกับความฝันของเรา ที่ต้องลงมือทำเพื่อให้มันเป็นจริง ผ่านความผิดหวัง ผ่านอุปสรรค แต่ขอแค่ไม่ยอมแพ้และดูแลความฝันของเราต่อไปอย่างหนักแน่น เข้มแข็ง แล้วความฝันจะเติบโตงอกงามไม่ต่างกับดอกทานตะวันแน่นอน เป็นอีกเล่มที่เราแนะนำ เพราะอ่านง่าย ได้ข้อคิดกลับมาปรับใช้กับตัวเองด้วยค่ะ
หนังสือที่เคยขาดตลาดและเป็นที่ตามหาของนักอ่านกลับมา reprint ในโฉมใหม่ แต่เนื้อหายังดีต่อใจเหมือนเดิม ผลงานของคุณ Guy Winch นักจิตวิทยาเจ้าของผลงานหนังสือซ่อมแซมสุขที่สึกหรอนั่นเองค่ะ สำหรับซ่อมแซมใจแล้วไปต่อ เป็นหนังสือจิตวิตวิทยาเล่มแรก ๆ ที่เราเลือกหยิบมาอ่านและคิดว่าเป็นเล่มที่อ่านง่าย เหมาะสำหรับคนที่ไม่มีพื้นฐานเรื่องจิตวิทยา ด้วยความหนาไม่ถึงสามร้อยหน้าแต่สามารถพาผู้อ่านไปทำความเข้าใจกับภาวะหัวใจสลายและวิธีการพาชีวิตให้ก้าวเดินต่อไป เป็นหนังสือที่เหมาะสำหรับคนอยากมูฟออนไวก็ว่าได้ค่ะ
หลายคนอ่านชื่อหนังสือแล้วอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเนื้อหาจะบอกให้เราพาตัวเองแยกตัวออกมาจากสังคม แต่พอได้อ่านจริง ๆ แล้ว หนังสือเล่มนี้กลับบอกให้เราเป็นคนเข้มแข็งต่างหาก หลายคนอาจจะเคยทิ้งความฝันของตัวเองเพียงเพราะเหตุผลที่ว่า “ไม่มีใครไปทำมันด้วยกัน” นั่นเป็นข้ออ้างของคนที่ไม่กล้าทำความฝันของตัวเองให้สำเร็จด้วยตัวเอง จนสุดท้ายก็ต้องขุดหลุมฝังกลบและแกล้งลืมมันไป แต่หากเพื่อน ๆ รู้สึกว่า “ไม่ได้! เราต้องทำอะไรสักอย่าง” ลองหยิบหนังสือเล่มนี้มาอ่านดู รับรองว่าจะได้แรงบันดาลใจและ ได้วิธีใช้ชีวิตของคนเข้มแข็งกลับไปปรับใช้กับตัวเอง 100% ค่ะ
อีกหนึ่งหนังสือความเรียงฮีลใจที่เรายกให้เป็นเล่มที่ชอบมากแห่งปี เล่มนี้ชวนให้เรามองเห็นถึงความสุขเล็ก ๆ ในวันธรรมดา ที่หลายคนอาจจะมองข้ามไป หรือมัวแต่กังวลกับอนาคตจนลืมเก็บเกี่ยวช่วงเวลาในปัจจุบันที่แสนมีค่า นอกจากเนื้อหาดีต่อใจ ภาพประกอบในเล่มยังสวยจึ้งอีกด้วย ที่สำคัญคือ นักวาดภาพประกอบและนักเขียนเล่มนี้เป็นคนเดียวกันค่ะ ใครเป็นสายหนังสือฮีลใจ หรือเริ่มเข้าวงการอ่านหนังสือ บอกเลยว่าพลาดไม่ได้ที่จะต้องมีเล่มนี้ติดตู้ไว้อ่าน
อ่านชื่อหนังสือปุ๊บ เพื่อน ๆ อาจจะสงสัยว่า บึงโคลนที่ว่าหมายถึงอะไร ในเล่มนี้ผู้เขียนเค้าเปรียบสภาวะซึมเศร้าและไม่เข้าใจตัวเองว่าเป็นการติดอยู่ในบึงโคลน บางคนอาจจะเป็นหนักจนไม่สามารถพาตัวเองออกมาจากความเศร้าได้ เนื้อหาของหนังสือเล่มนี้ ไม่จำเป็นต้องอ่านต่อกัน สามารถอ่านจากสารบัญว่าเราอยากพาตัวเองออกจากบึงโคลนด้านไหน ก็พลิกอ่านบทนั้นก่อนได้เลยค่ะ นอกจากนั้น เวลาอ่านไป ยังได้สำรวจหัวใจไป ได้พาตัวเองออกจากสภาวะของความเศร้า ให้เราสามารถใช้ชีวิตต่อไปในวันข้างหน้าได้อย่างมีความสุขกว่าเดิมด้วย
หวังว่าเพื่อน ๆ จะถูกใจหนังสือที่เราตั้งใจคัดมาให้ในบทความนี้นะคะ ขอการันตีเลยว่าอ่านง่ายและได้ประโยชน์ทุกเล่มแน่นอน ยังไงก็ตาม หากเพื่อน ๆ รู้สึกว่าไม่มีเวลามากพอที่จะอ่านหนังสือ เราขอแชร์วิธีของเรา นั่นก็คือ สังเกตตัวเองและเลือกเวลาที่รู้สึกว่าตัวเองมีสมาธิที่สุด และจัดเวลานั้นไว้เป็นเวลาเฉพาะการอ่านหนังสือ วางมือถือให้ห่างตัวระหว่างที่อ่าน ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานานเลยค่ะ อาจจะแค่ครั้งละ 10-20 นาที ทำแบบนี้ติดกันสักสองสัปดาห์ แล้วต่อไปเพื่อน ๆ ก็จะหยิบหนังสือมาอ่านจนเป็นนิสัยแน่นอน ใครลองทำตามแล้วได้ผล อย่าลืมแวะมาแชร์ให้เราได้อ่านที่ใต้บทความนะคะ ไว้เจอกันใหม่บทความหน้า บ๊ายบายค่า